“สดศรี” ปิดฉากรื้อคดียุบ ทรท. สภาฯ ลาก “พัลลภ-สุเทพ” แจง

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2552 08:48:23 น.

“สดศรี” ปิดฉากรื้อคดียุบ ทรท. สภาฯ ลาก “พัลลภ-สุเทพ” แจง

ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 18 พ.ย.52 คณะโฆษกกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนาย

ฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์ ส.ส.ชลบุรี นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ส.ส.

สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวต่อกรณีการให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย นายสุขสันต์ ชัย

เทพ อดีตผู้อำนวยการพรรคพัฒนาชาติไทย และนายชวการ โตสวัสดิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพัฒนาชาติไทย พยานในคดียุบพรรคไทย

รักไทย มาชี้แจงประเด็นที่ระบุถึงแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจ้าง 30 ล้านบาท ให้กล่าวหา พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูล ณ

อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในการว่าจ้างส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อให้ยุบพรรคไทยรักไทย โดยนายฐนโรจน์ กล่าวว่า

วันที่ 25 พ.ย. จะเชิญ พล.อ.พัลลภ นายสุขสันต์ และนายชวการ รวมทั้งเชิญนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการ

เลือกตั้ง (กกต.) เข้าร่วมชี้แจง ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวเป็นการสร้างความเสียหายให้กับทั้งสองฝ่าย คือ บ้านเลขที่ 111 และพรรคประ

ชาธิปัตย์ ดังนั้นจึงต้องนำกรณีดังกล่าวมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่ามีความประสงค์อะไรหรือไม่ที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา อีกทั้งเพื่อป้องกัน

บางฝ่ายนำมาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง และโดยส่วนตัวเชื่อว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ไม่

มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกพาดพิง

ขณะที่นายโกวิทย์ กล่าวเสริมว่า ประเด็นข้อกล่าวหานี้เป็นเรื่องร้ายแรง ที่ผู้พูดจะกล่าวเพียงลอยๆ ไม่ได้ เพราะมีผลกระทบต่อทุก

ฝ่ายเพราะเป็นประเด็นการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์ แม้โดยส่วนตัวจะเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง แต่

ก็ต้องให้ความเป็นธรรม และต้องทำให้เกิดความจริงว่าฝ่ายใดเป็นคนผิด ทั้งยังเป็นการแสดงความจริงใจด้วย อย่างไรก็ตาม อยาก

ถามไปยัง พล.อ.พัลลภว่า เรื่องที่เปิดเผยออกมานั้นต้องการอะไร หรือต้องการสร้างความแตกแยกให้กับชาติบ้านเมือง และอยากย้ำ

ว่า นี่ไม่ใช่สนามรบ เพราะนี่คือประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ควรจะหันมาสร้างความสมานฉันท์ภายในประเทศดีกว่าสร้างความแตก

แยก

นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า คดีที่จะรื้อฟื้นได้นั้นต้องเป็นคดีอาญา แต่คดีนี้เป็นคดีการ

เมือง และวินิจฉัยโดยตุลาการรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2550 ดังนั้นเรื่องการเบิกความเท็จน่าจะไปดำเนินคดีอาญาว่า พยานทั้งสองได้ให้

การเท็จต่อเจ้าพนักงาน และศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้การยุบพรรคไทยรักไทยเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค

การเมือง พ.ศ.2541 มาตรา 66 (1) และ (3) ซึ่งยกเลิกไปแล้ว เทียบเคียงได้กับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการ

เมืองฉบับปัจจุบัน มาตรา 94 รวมทั้งเทียบเคียงกับมาตรา 104 เรื่องการกลั่นแกล้ง หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นกลั่นแกล้งพรรคการเมืองใด

พรรคการเมืองหนึ่งจนเป็นเหตุให้ถูกยุบพรรค ก็จะมีโทษยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ที่เกี่ยวข้องเช่นกัน ตอนนี้คงไม่สามารถ

รื้อฟื้นคดียุบพรรคไทยรักไทยได้ ส่วนเรื่องให้การเท็จหรือการกลั่นแกล้งเดินหน้าต่อได้ แต่ต้องรอศาลพิจารณาเสียก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง