คอลัมน์ : เปิดโลกวัฒนธรรมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร : สิ้นสมัคร สุนทรเวช : ปิดม่านขุนพลฝั่งพระนคร

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- ศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2552 08:53:25 น.
สมัคร สุนทรเวช

สิ้นสมัคร สุนทรเวช : ปิดม่านขุนพลฝั่งพระนคร

ข่าวอนิจกรรมของอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช เจ้าของสโลแกนที่ว่า เรื่องของบ้านเมืองมาก่อนเรื่องของพรรค เรื่องของพรรค มา

ก่อนเรื่องส่วนตัว ที่ผ่านมานั้น ทำให้คนที่อยู่ในแวดวงการเมืองทั้งที่นิยมชมชอบและอยู่ตรงข้ามกับนักการเมืองใหญ่ท่านนี้ อดใจหายไม่

ได้ เพราะว่าไม่ว่าจะมองสมัคร สุนทรเวช ในแง่มุมใดก็ตาม เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ท่านอดีตนายกฯ ผู้นี้ เป็นเสน่ห์ของการเมืองไทยที่

อยู่ในระดับตำนานทางการเมืองอีกท่านหนึ่ง ที่ยากจะมีใครเทียบชั้นได้โดยง่าย

พลิกตามไปดูพจนานุกรม สมัคร นั้น แปลความได้ว่า อาสา  จึงไม่แปลกใจที่คอการเมืองจะได้ยินสโลแกนการหาเสียงของท่านที่

ว่า “บ้านเมืองมีปัญหา สมัคร สุนทรเวช ขออาสาแก้ไข”

แม้ในแวดวงสื่อจะเรียกท่านด้วยคำสั้นๆ ว่า หมัก ก็ตาม แต่ก็นั้น ก็ยังคงๆ ไว้ซึ่งความหมายว่าบ่มเพาะ หรือเก็บไว้นาน ซึ่งถ้าหากนับ

เอาประสบการณ์ทางการเมืองด้วยวัยของอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ทั้ง 74 ปี นั้น ก็นับว่าได้บ่มเพาะความรู้เรื่องการเมืองของ

ประเทศไทยไว้มากอักโขทีเดียว

นายกฯ สมัคร สุนทรเวช ท่านเป็น “ศิลปินการเมือง” ที่สร้างสีสันให้คอการเมืองมาอย่างยาวนาน ขอบคุณคุณูปการต่างๆ ที่นายกฯ

สมัคร ทำให้กับประเทศไทย สมัคร สุนทรเวช อาจดีบ้าง แย่บ้างตามประสาปุถุชน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัคร สุนทร

เวช ก็ยิ่งใหญ่ในยุคของตน

สมัคร สุนทรเวช เป็นอดีตนายกฯ ที่มีความเชี่ยวชาญในการขับเสภา แต่งโคลงแต่งกลอนได้อย่างเชี่ยวชาญ เล่นโขนก็ในระดับตัวนำ

ได้อย่างไม่ขัดเขิน และที่สำคัญใช้ภาษาไทยได้อย่าง “ไทยๆ” ดีจริงๆ ดังนั้น ไม่ว่าจะเขียนหนังสือ จะปราศรัย จะอภิปราย สมัคร

ตรึงคนอ่าน คนฟัง ได้อย่างล้นหลาม

สมัยที่พรรคประชากรไทยเฟื่องฟูสุดขีด คอการเมืองทั้งหลายที่อยู่ร่วมยุคกับนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้คงไม่มีใครลืม ปรากฏการณ์ขาย

เทปคำปราศรัยทางการเมืองตาม 4 แยกแดงไฟ ซึ่งเนื้อหาเป็นคำปราศรัยทางการเมืองของนักการเมืองผู้นี้ นับได้ว่าเป็น

ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในแวดวงการเมือง ที่ผู้คนจะสนใจการเมืองขนาดยกโขยงไปฟังกันอุ่นหนาฝาคลั่งทุกครั้งที่สมัคร สุนทร

เวช ตั้งวงปราศรัย

สำหรับผู้ฟังนั้น ทุกครั้งที่สมัคร สุนทรเวช ตั้งวงคุยเรื่องการบ้านการเมือง ผู้ฟังต้องเดินทางไปเอง ไม่ต้องมีรถมาขนคนไปฟัง อาหาร

การกินก็เอากันไปเอง และทุกครั้งที่สมัคร พูดการเมือง ผู้ฟังก็อิ่มเอมในรสชาติการเมืองทุกครั้ง ไม่เสียอารมณ์ที่ติดตามฟัง  ทำให้คอ

การเมืองกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้การเมืองของสมัคร สุนทรเวช มากขึ้นเป็นลำดับๆ

ครั้งที่ท่านดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ใหม่ๆ หลายคนก็วิตกว่าวุฒิภาวะทางอารมณ์ของท่านจะส่งผลให้คน

ตรงแบบเทียนฟงสองพันปี ชนิดขวานผ่าซากอย่างสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 25 จะ

อยู่ได้นานเท่าไร รัฐบาลจะมีเสถียรภาพจากปากสมัคร สุนทรเวชหรือไม่

ถึงกระนั้นก็ตาม อดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ก็ได้แสดงให้เห็นว่าความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Quotient) ในตัวท่านมี

เพียงพอ แม้ไม่ได้หมดทั้ง 80% แต่ก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และสามารถยืนระยะอยู่ในตำแหน่งได้อย่างสง่างาม ไม่ว่าจะในฐานะ

นักการเมืองอาวุโส หรือผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองหรือแม้จะในฐานะรัตตัญญูทางการเมืองก็ตาม

ความดีที่เคยทำให้ชาติบ้านเมืองมีมากมาย อาทิเช่น สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สร้างแฟลตให้ตำรวจและครอบครัว

มีที่พักอาศัย ทำให้วันนี้ตำรวจหลายนายต่างอาลัยต่อการจากไปของท่าน

ขุนศึกฝั่งธนฯ ขุนพลฝั่งพระนคร สโลแกนนี้ใครๆ ก็รู้ว่าอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ก็คือขุนพลทางการเมืองฝั่งพระนคร นายก

รัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย และหากจะกล่าวจัดลำดับชั้นเชิงทางการเมืองของไทยแล้ว สมัคร สุนทรเวช นี่แหละคือมังกรการ

เมืองตัวจริง

การถึงแก่อนิจกรรมของท่านในคราวครั้งนี้ เป็นการจากไปของบุคคลสำคัญที่มีบทบาทต่อการเมืองไทย นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่

ของการเมืองไทย เป็นการปิดม่านขุนพลพระนครตลอดกาล

ขอให้ ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ได้อยู่ในภพภูมิที่ดี คนอย่างอดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ไม่เคยมีใครตั้งข้อกังขาในเรื่องของความจง

รักภักดี
ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง