อัดนโยบายขายข้าวรัฐคลุมเครือ

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2552 09:40:11 น.
พรทิวา นาคาศัย
อัดนโยบายขายข้าวรัฐคลุมเครือ

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลตามที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีสั่งการ

ว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนจะระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาข้าวในตลาดโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะหาก

ล่าช้าไทยอาจเสียโอกาสได้ แต่กระทรวงพาณิชย์ยังสับสนว่าจะระบายในลักษณะใด เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้

นโยบายชัดเจนในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เมื่อเร็วๆ นี้ว่าต้องการให้ระบายข้าวในสต๊อกรัฐแบบรัฐต่อ

รัฐ (จีทูจี) ก่อน แต่นายกอร์ปศักดิ์ต้องการให้ขายทั้งแบบจีทูจี และขายให้เอกชนด้วย

“ตอนนี้นโยบายยังไม่ชัดเจน คงต้องคุยกับรองนายกฯ กอร์ปศักดิ์ก่อนว่าจะขายแบบใด ส่วนราคา และปริมาณคงต้องให้รองนายกฯ

กอร์ปศักดิ์เห็นชอบก่อนแล้วค่อยเสนอให้ ครม.พิจารณา ถ้ายังไม่เห็นด้วยก็ยังไม่เสนอ ครม. เพราะไม่อยากถูกเบรกอีกแล้ว เรา

พร้อมขายอยู่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงราคาขึ้น แต่คงจะปล่อยออกทีละน้อยๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม

สัปดาห์หน้าเราจะให้ผู้ประกอบการเสนอซื้อแป้งมัน และมันเส้นในสต๊อกรัฐบาล เพราะรองฯ กอร์ปศักดิ์สั่งการให้ขายได้แล้ว” นางพร

ทิวา กล่าว

สำหรับมาตรการรับมือผลกระทบจากที่ไทยจะต้องลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร 23 รายการ รวมถึงข้าว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.53 เป็นต้น

ไป ตามกรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) นั้น นางพรทิวา กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำมาตรการรับมือการนำเข้าข้าว

เสร็จแล้ว ซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก กขช. และ ครม.แล้ว เชื่อว่าสามารถรับมือการนำเข้าได้แน่นอน

นายชาญชัย รักษธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า โรงสีในพื้นที่ต่างๆ ประเมินว่าผลผลิตข้าวปี 52/53 จะลดลงอย่าง

ต่ำ 10% เหลือเพียง 20 ล้านตัน จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 23 ล้านตัน ซึ่งสวนทางกับผลสำรวจของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่คาดผล

ผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านตัน โดยสาเหตุที่ปริมาณลดลง เพราะพื้นที่ปลูกข้าวเหนียวลดลง หลังจากราคาจำนำไม่จูงใจ เกษตรกรจึง

หันไปเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิแทน แต่กลับเกิดปัญหาอากาศแล้งนานจนข้าวขาดสมบูรณ์ และบางพื้นที่ได้รับความเสียหายจากเพลี้ย

กระโดดสีน้ำตาล

“ผลผลิตชุดแรกออกมาขายประมาณ 30% แล้วส่วนที่เหลือจะเก็บไว้ตากและเก็บสต๊อก เพราะรัฐบาลจูงใจโดยการเพิ่มอัตราค่าฝาก

เก็บมากขึ้น ทำให้ขณะนี้ข้าวเปลือกหายไปจากตลาด ซึ่งผู้ส่งออกจะต้องเร่งซื้อข้าวเปลือกในช่วงนี้ จึงต้องการให้รัฐบาลระบายสต็อก

ข้าว แต่ทางโรงสีเห็นว่ารัฐบาลควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด จะทำให้ชาวนาได้ประโยชน์สูงสุด วงการค้าข้าวมองว่าราคาข้าว

มีโอกาสปรับขึ้นอีก เพราะความต้องการข้าวในตลาดโลกมีมาก ต้องรอลุ้นว่าปีหน้ามีโอกาสที่ข้าวเปลือก 1 ตัน จะเท่ากับทองคำ 1

บาท หรือไม่”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง