รัฐยังแทงกั๊กยกเลิกพรบ.มั่นคง

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2552 10:04:06 น.
รัฐยังแทงกั๊กยกเลิกพรบ.มั่นคง
ทหารตำรวจอยู่ที่ตั้ง มาร์ค ใส่เสื้อเกราะทำงานยันระเบิดเสื้อแดงร้ายแรง

ประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ วันแรก ตำรวจ-ทหาร คุมเชิงที่ตั้ง ขณะที่ “มาร์ค” สวมเสื้อเกราะปฏิบัติภารกิจสนามหลวง ท่ามกลาง รปภ.เข้ม แทงกั๊กยกเลิก พ.ร.บ.มั่นคงฯ แซวกลับอยากขี่อูฐ ด้านโฆษก ปชป.ชี้สถานการณ์ยังน่าห่วงต้องตรึงกฎหมายไว้ดูแล ด้านผู้การฯ เชียงใหม่ยันระเบิดม็อบแดงอานุภาพร้ายแรง ไม่ใช่ประทัดไล่นก ขณะที่ม็อบแดงเชียงใหม่ตั้งเวทีไฮด์ปาร์กด่ารัฐบาลมันปาก ด้าน “บรรณวิทย์” ปลุกลูกป๋าออกมาตอบโต้ จปร.9 นอกคอก เหิมด่าบุพการีป๋า ด้าน ปชป.ประณามหมอลักษณ์ฟันธงดวง “ทักษิณ” หลัง 26 เมษาฯ ฟื้น ลั่นทำนายผิดเก็บธง พร้อมชี้ต้นปีหน้าบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง

“มาร์ค” สวมเสื้อเกราะทำงาน

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 พ.ย.52 ที่บริเวณสวนหย่อมหลังพระแม่ธรณีบีบมวยผม ถนนราชดำเนิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในงาน “ชุมชนดี มีรอยยิ้ม ครั้งที่ 5” ของเขตพระนคร ภายใต้โครงการ “รอยยิ้มของคนไทย คือ รอยยิ้มของพ่อ” และเป็นวันแรกที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นวันแรก?โดยนายกฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ในอดีต กทม.เป็นเมืองที่ใช้คูคลองเป็นเส้นทางหลักในการสัญจร คลองทุกสายล้วนใสสะอาด สวยงาม เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นหันมาใช้ถนนแทน ทำให้วันนี้สภาพคลองเสื่อมโทรม จึงเป็นน่ายินดีที่หลายฝ่ายหันมาช่วยกันฟื้นฟูสภาพคลอง และรอยยิ้มนี้จะสร้างความสุขให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องหลังจากเสร็จการเปิดงานแล้วนายกฯ ได้ร่วมลงเรือเก็บขยะของ สำนักระบายน้ำ กทม. เพื่อทำความสะอาดบริเวณคลองคูเมืองเดิม โดยนายกฯ ได้ทำหน้าที่ฉีดน้ำทำความสะอาดบริเวณขอบคลองดังกล่าวอยู่นานประมาณ 5 นาที ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบนตึกสูง โดยเฉพาะพื้นที่รอบสนามหลวง ขณะที่นายกรัฐมนตรีสวมเสื้อเกราะอ่อน มีเสื้อยืดคอกลมสวมทับไว้

ปล่อยมุกแซว “ทักษิณ” อยากขี่อูฐ

จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโรงเรียน Shrewbury Internationnal เพื่อเป็นประธานเปิดงาน เพลินจิต แฟร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเดินเยี่ยมชมตามเต็นท์ต่างๆ ที่มาร่วมในงานเพลินจิตแฟร์ นั้นก็มีบรรดาเจ้าของกิจการต่างๆ ที่มาเปิดเต็นท์ได้มอบของที่ระลึกให้กับนายกฯ อยู่เป็นระยะๆ โดยนายกฯ ก็ได้สอบถามทุกคนว่าของที่มามอบให้เกิน 3,000 บาทหรือไม่ และร่วมกิจกรรมปาเป้า เตะฟุตบอล นายกฯ ได้เตะฟุตบอลเข้าช่องที่เป็นรูปวงกลม จำนวน 2 ลูก แต่เข้าเพียง 1 ลูก รวมถึงกิจกรรมที่สร้างความฮืออา คือกิจกรรมสาวน้อยตกน้ำ นายกฯ ใช้สิทธิ์การปา 5 ครั้งก็ยังไม่สามารถทำให้หญิงสาวที่นั่งตกน้ำได้ โดยในระหว่างที่นายกฯ ร่วมกิจกรรมอยู่นั้นก็มีเสียงเชียร์นายกฯ อยู่ตลอด ทั้งนี้การเข้าร่วมกิจกรรมของนายกฯ ครั้งนี้ มีนายควินท์ตัน เควลล์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยร่วมกิจกรรมด้วยตลอด ขณะเดียวกันในบริเวณงานได้มีม้าหมุน โดยนายกฯ บอกว่า อยากขี่อูฐ โดยที่ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความว่า ให้นายกฯ กินเนื้ออูฐ จะได้เข้าใจอะไรได้มากขึ้น

“มาร์ค” ขอประเมินเลิก พ.ร.บ.มั่นคง

ขณะที่นายกฯ กล่าวถึงการยกเลิกประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในกรุงเทพฯ หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศเลื่อนการชุมนุมออกไปโดยไม่มีกำหนด และหลังจากการจับกุมนายณรงค์ บุญจงเจริญ ซึ่งเป็นการ์ดของกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมอาวุธปืนและระเบิดปิงปองจำนวน 6 พันลูก ที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ยังไม่มีการรายงานความผิดปกติ เพราะจริงๆ แล้ว ยังไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลัง สถานการณ์เรียบร้อยดี ส่วนจะประกาศยกเลิกก่อนครบกำหนดหรือไม่ จะให้ทางฝ่ายความมั่นคงรายงานในวันอังคารที่ 1 ธ.ค.นี้ เพราะเดิมจะมีการชุมนุมใหญ่ และเขาก็คิดไปถึงเรื่องที่จะมีคนเข้มามากในช่วงหลังจากนี้ ก็อยู่ที่ว่าเขาจะรายงานมาอย่างไร โดยจะมีการพิจารณาในที่ประชุม ครม. และการประเมินอาจจะต้องประเมินนับจากนี้ไปจนถึงวันอังคารที่ 1 ก็น่าจะได้ข้อสรุปบ้าง เมื่อถามต่อว่า มีความเป็นห่วง รมต.บางคนที่จะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร เดิม รมว.มหาดไทยว่าจะวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ไป

อ้างติดเลือกตั้งเลิกไปสงขลา

เมื่อถามว่า ทราบว่านายกฯ ยกเลิกกำหนดการเดินทางที่จะไป จ.สงขลา ในการกล่าวปาฐกถา “ยุทธศาสตร์ภาครัฐกับการพัฒนาภาคใต้อย่างยั่งยืน” ในวันที่ 29 พ.ย.นี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่ได้ไป และได้บอกกับผู้จัดเขาไปไว้ล่วงหน้าแล้ว และบอกเขาว่าจะคอนเฟอเรนซ์ไปหลังเวลา 15.00 น. เพราะที่ จ.สงขลา มีการเลือกตั้งซ่อม แทนนายวินัย เสนเนียม อดีต ส.ส.ของพรรค และเหตุผลเป็นช่วงบ่ายเพราะต้องรอปิดหีบเลือกตั้งก่อน ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวมีปัญหา

ปชป.ซัด “ทักษิณ” พูดไม่รู้เรื่อง

ขณะที่วันเดียวกันนี้ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ทวิตข้อความระบุให้นายกรัฐมนตรีกินเนื้ออูฐ จะได้เข้าใจอะไรมากขึ้นว่า พ.ต.ท.ทักษิณพูดไม่รู้เรื่อง แต่ยังดีที่ไม่แนะนำให้กินบ้านกินเมือง ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณนึกถึงวันที่ดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยา ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศ น่าจะเหมาะสมกว่า

ปชป.ซัด นปช.ปัดความรับผิดชอบ

น.พ.บุรณัชย์ แถลงถึงกรณี ครม.ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นวันแรกว่า สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการที่ตำรวจค้นพบอาวุธที่บ้านนายณรงค์ บุญจงเจริญ กลุ่มเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการยืนยันข้อมูลว่า อาจมีการเตรียมการสร้างความวุ่นวายหากนายกฯ ไปร่วมประชุมกับหอการค้าทั่วประเทศที่ จ.เชียงใหม่ ระเบิดปิงปองถือว่าอันตรายสามารถทำให้นิ้วหรือมือบาดเจ็บสาหัสได้ รวมถึงการที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ออกมาปฏิเสธล่วงหน้าว่า หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงกับนายกฯ กลุ่มเสื้อแดงไม่เกี่ยวข้อง ก็ตรงกับที่ นปช.คนอื่นๆ ออกมาปฏิเสธความรับผิดชอบล่วงหน้า เมื่อตำรวจตรวจพบอาวุธในบ้านกลุ่มคนเสื้อแดงก็พยายามบิดเบือนว่า เป็นประทัด ถือเป็นการโกหก ปัดความรับผิดชอบ รวมทั้งกรณีนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 ที่พูดปลุกระดมให้มีการทำร้ายนายกฯ หากมาเชียงใหม่ ก็ปฏิเสธคำพูดของตนเองเช่นกัน และไม่รับผิดชอบอะไร?

ผวจ.ชม “มาร์ค” ฟังทักท้วง

ส่วนทางด้านนายอมรพันธ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานประชุมหอการค้าทั่วประเทศครั้งที่ 27 ว่า เชื่อว่าไม่มีผลเสียหายต่อการประชุมหรือจิตวิทยาสังคม แต่ในทางตรงกันข้ามยังแสดงถึงวุฒิภาวะที่เข้มแข็งของนายกรัฐมนตรีที่รับฟังคำท้วงติงและทำตามคำแนะนำของหอการค้าไทย ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย และน่าจะทำให้เชียงใหม่ดีขึ้นไปอีกจากที่ปัจจุบันมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากจนทำให้เครื่องบินและโรงแรมเต็มหมดในขณะนี้ การที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในภายหลังจากนี้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและหน่วยงานความมั่นคงสามารถดูแลได้ เชื่อว่าครั้งนี้จะเป็นการแสดงเจตนาที่ดีของรัฐบาลและทุกฝ่ายน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการแก้ไขปัญหาสังคมไทย

ผู้การฯ ยันระเบิดที่พบร้ายแรง

ด้าน พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการรักษาความปลอดภัยในการจัดประชุมหอการค้าไทย เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ว่า วันนี้เป็นวันที่สองและจัดให้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ตำรวจขอประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเกิดอะไรหรือไม่ แต่พร้อมรับทุกสถานการณ์ ซึ่งจากการข่าวแล้วทราบว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กรุงเทพฯ ได้เดินทางกลับไปหมดแล้ว หลังจากมาวิเคราะห์สถานการณ์ที่เชียงใหม่ กล่าวได้ว่าขณะนี้เชียงใหม่กลับสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนเรื่องวัตถุระเบิดที่ตำรวจเข้าตรวจยึดจับกุมที่บ้านการ์ดเสื้อแดงก่อนหน้านี้ ตรวจสอบแล้วมีประสิทธิภาพร้ายแรงจริง เพราะล่าสุดสามเณรที่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ก็เพิ่งมือขาดไป เพราะถูกวัตถุระเบิดดังกล่าวนี้ช่วงลอยกระทง ถ้าคนอื่นจะพูดหรือไปให้ข่าวว่าเป็นประทัดไล่นกหรืออย่างไรก็ตาม ถือเป็นสิทธิ์ส่วนตัว แต่ตำรวจยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

“จตุพร” ย้ำจัดฉากจับระเบิดปิงปอง

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า การจับกุมนายณรงค์นั้นเบื้องหลังคือรัฐบาลพยายามที่จะสร้างสถานการณ์การลอบทำร้ายนายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางลงพื้นที่ไปประชุมกับหอการค้า เพื่อกลบกระแสการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงที่ กทม. ที่นัดชุมนุมไว้ในวันที่ 28 พ.ย. แต่เมื่อแกนนำคนเสื้อแดงประกาศเลื่อนการชุมนุมออกไป ทำให้รัฐบาลจำเป็นจะต้องแต่งตัว แต่งหน้าทาปาก จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง ด้วยการจับกุมนายณรงค์แล้วบอกว่ามีระเบิดปิงปอง ซึ่งความจริงนายณรงค์นั้นเปิดร้านขายพลุ ที่มีใบอนุญาตชัดเจน และคนเขารู้กันทั้งนั้นว่าสิ่งที่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ไปจับกุมมานั้นเขาเรียกว่าหางหนู ที่ชาวบ้านเอาไว้จุดไล่นกในนา?

เสื้อแดงเชียงใหม่ยังชุมนุม

ขณะที่วันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. กลุ่มแดงเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายพีรพล มรกต รองเลขาธิการศูนย์ประสานงานกลุ่มแดงเชียงใหม่ฯ พร้อมพวกกว่า 50 คน เดินทางมารวมตัวกันข้างโรงยิมเนเซียม 2 สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนแสดงพลังตามถนนรอบคูเมือง ลานประตูท่าแพ สี่แยกกลางเวียงและที่ราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยคาดว่าจะมีพลังมวลชนกลุ่มแดงเชียงใหม่ จากอำเภอและจังหวัดต่างๆ ทยอยกันเดินทางมาสมทบ เราต้องการแสดงพลังต่อต้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะโมฆะบุรุษประชาธิปไตย ที่ไม่มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ทำตัวเป็นข้าเผด็จการ เราต้องการประกาศไม่ต้อนรับ แต่จะใช้วิธีสันติในการชุมนุมอย่างสงบเพื่อไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ตอนค่ำเราจะเปิดเวทีปราศรัยที่หน้าศาลากลาง จ.เชียงใหม่ เพื่อโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดยมี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล และนายสุนัย จุลพงศธร ตอบรับมาร่วมกิจกรรม

ไร้ป้ายขอบคุณ “มาร์ค” ไม่มา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแดงเชียงใหม่ที่รวมตัวกันได้จัดทำป้ายผ้าขนาดใหญ่เขียนข้อความ ไร้ความยุติธรรมก็ไร้ความสุข ชาวเชียงใหม่ไม่ต้อนรับนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลโจรทั้งหมด โดยยังไม่เห็นป้ายแสดงความขอบคุณที่นายอภิสิทธิ์ไม่เดินทางมา จ.เชียงใหม่ ตามที่ได้ประกาศไว้แต่อย่างใด

ส่วนทางด้านหน้าโรงแรมเลอ เมอริเดียน ย่านไนท์บาซาร์ อ.เมือง นั้น บรรยากาศค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังดูแลสถานที่เพียงบางส่วน และไร้เงากลุ่มเสื้อแดงโดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งปักหลักชุมนุมกันที่หน้าโรงแรมวโรรส แกรนด์ พาเลซ ที่ประกาศว่าจะไม่เคลื่อนไหวออกจากพื้นที่ยกเว้นมีนักการเมืองที่ไม่พึง ประสงค์เดินทางเข้ามาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่เท่านั้น

“บุญจง” เจอแดงโห่ไล่ที่ชัยภูมิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางโดยเฮอลิคอปเตอร์กองทัพบก ไปยังโรงเรียนนายางกลัก ต.นางยางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวจำนวน 1,500 ผืน แก่ประชาชนที่ประสบภัยหนาว โดยนายบุญจง กล่าวในงานตอนหนึ่งว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังมีปัญหาความคิดเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามขอฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยกันดูแล ให้ทุกคนในหมู่บ้าน ชุมชน ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง สามารถอยู่ร่วมกันในหมู่บ้านได้อย่างมีความสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนคณะเดินทางกลับ ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน นำโดยนายนายนัฐวุฒิ ชีวะวิทยานนท์ อดีตนายก อบต.ห้วยต้อน อ.เมืองชัยภูมิ มายืนถือป้ายโจมตีนายบุญจง รวมถึงนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน และรัฐบาล พร้อมเปิดเครื่องขยายเสียง โจมตีการทำงานของรัฐบาล บริเวณปากทางเข้าโรงเรียนนายางกลัก ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส. โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด

พท.ปูดมีมือที่สามฮาร์ดคอร์

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ที่ยกเลิกกำหนดการให้นายกรัฐมนตรีเดินทางไป ว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณ เพราะเท่าที่ทราบจะมีกลุ่มฮาร์ดคอร์มือที่สาม วางแผนขนคนไปแทรกซึมเตรียมก่อความวุ่นวาย โยนความผิดให้กับคนเชียงใหม่ ส่วนกรณีการจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มีระเบิดปิงปองจำนวน 6,000 ลูกไว้ในครอบครองนั้น ไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตาพร่ามัวไม่รู้ว่าระเบิดปิงปองแบบเดียวกับ เหตุการณ์ 7 ต.ค. หรือเป็นประทัด หรือมีคำสั่งจากผู้มีอำนาจให้ระบุว่าเป็นระเบิดปิงปองเพื่อสอดรับกับการยกเลิกการเดินทางของนายกรัฐมนตรี และโยนความรุนแรงให้กับผู้รักประชาธิปไตยเชียงใหม่

เสื้อแดงไล่ “วัชระ” ขอขมา “สมัคร”

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า ได้มีกลุ่มไผ่แดง 52 และชาวเสื้อแดงหนองแขม ประมาณ 30 คน เดินทางมาขับไล่ นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า หนังสือที่นายวัชระตีพิมพ์ชื่อ “สมัคร จาบจ้วง ป๋าเปรม ถึงนอมินีทักษิณ” มีการเหยียดหยามนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว ถือว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากนายสมัครไปสงบแล้ว ไม่ควรมาทำแบบนี้ ฉะนั้นขอเรียกร้องให้เก็บหนังสือเล่มนี้กลับทันที และลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับขอขมานายสมัครและครอบครัว และไปขอขมาต่อหน้าศพและครอบครัว หากไม่ดำเนินการทั้งหมดภายใน 1 อาทิตย์ จะมาเรียกร้องอีกครั้ง และจะร้องเรียนไปยังรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาลงโทษตามประมวลจริยธรรมต่อไป

น้อง “ทักษิณ” จัดงานบุญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ เวลา 07.00 น. ที่หอประชุมสงฆ์ วัดสามพระยา ถนนสามเสน ซอย 5 นางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพจัดงาน “น้อมดวงใจรักภักดีปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” โดยภายในงานมีเครือญาติและผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าร่วมงาน อาทิ น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน เป็นต้น ซึ่งภายในงานผู้เข้าร่วมงานได้แต่งกายในชุดขาวประมาณ 500 คน ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีบรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทยและญาติผู้ใกล้ชิดที่คุ้นหน้าและมีชื่อเสียงมาร่วมงานแต่อย่างใด บรรยากาศภายในงานจึงเป็นไปอย่างเงียบเหงาเพราะเป็นการทำกิจกรรมนั่งสมาธิและบรรยายธรรม

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังได้จัดผ้าป่าเพื่อระดมทุนสร้างตึกสงฆ์ หรือตึกร่มธรรม และได้แจกภาพถ่ายจำนวน 5,000 ใบแก่ผู้มาร่วมงานซึ่งเป็นรูปของ พ.ต.ท.ทักษิณนั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประเทศศรีลังกา โดยอ้างว่าเป็นต้นโพธิ์ที่มาจากต้นเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ทั้งนี้รูปดังกล่าวได้ระบุข้อความว่า “ผมขออนุโมทนาบุญกับท่านที่มาปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มา ณ ที่นี่ด้วยครับ” ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2552

ฟันธงหลัง 26 เมษาฯ ดวงทักษิณฟื้น

ต่อมา นายลักษณ์ หรือหมอลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธงชื่อดัง บรรยายธรรมภายในงานตอนหนึ่งว่า ดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก้าวหน้า แต่ดวงชะตา พ.ต.ท.ทักษิณเป็นดวงชะตาที่แปลก เป็นเกณฑ์ที่ตายแล้วเกิดใหม่หลายครั้ง โดยช่วงนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องระวัง เพราะจะทำให้จิตแตกหากไม่ปฏิบัติธรรมให้ดี และอาจจะกลายเป็นคนเบลอได้ เพราะตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณจะแข็งแกร่งขึ้น แต่จากนี้ไปอีก 2 ปี อาจมีเคราะห์ถูกปองร้ายได้ และช่วงระหว่างวันที่ 14 ธันวาคม 2552—25 เมษายน 2553 จะมีดาวพฤหัสบดีโคจรเป็นอริกับดวงชะตา พ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องระวัง แต่ดวงชะตาราศีของ พ.ต.ท.ทักษิณจะเปิดและพลิกฟื้นหลังวันที่ 26 เมษายนนี้แน่นอนฟันธง หากไม่ถูกขอให้ตนฉิบหายวายวอด อีกทั้งช่วงเดือนมกราคม—มีนาคม 2553 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของบ้านเมือง

“บรรณวิทย์” เชื่อ “เปรม” รับไหว

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงกรณีทหาร จปร.9 ที่เข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย โจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ด้วยถ้อยคำรุนแรงถึงบุพการีว่า พล.อ.เปรมเป็นหลักของแผ่นดิน เป็นสัญญาณแห่งความดี แห่งความซื่อสัตย์ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะต่อสู้ก็แน่นอนเป้าหมายอยู่ที่ พล.อ.เปรม หาก พ.ต.ท.ทักษิณยังแค่ตัดแต่แขนหรือขา และปล่อยให้หัวยังอยู่ ก็จะไม่สิ้นสุด ดังนั้น ช่วงนี้ พล.อ.เปรมจะโดนหนักมาก แต่เชื่อว่า พล.อ.เปรมยังไหวและรับมือได้ ตัวปัญหาที่เกิดขึ้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณ หลายคนบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณตายจากความเป็นคนแล้ว สำหรับประเทศไทยมาไม่ได้แล้ว แต่ที่ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเดินเกมได้อยู่ทุกวันนี้ เป็นเพราะรัฐบาลมืออ่อน แม้ว่าอำนาจจะอยู่ในมือก็ตาม ถ้ารัฐบาลแข็ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่สามารถทำอะไรให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายได้เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ อยากฝากไปถึงลูกป๋าทั้งหลายที่อยู่กับป๋ามานาน ไม่ใช่นิ่งอย่างเดียว ลูกป๋าทั้งหลายพึ่งใบบุญป๋ามานาน ตอนนี้ป๋าโดนหนักมากต้องช่วยกันปกป้องในคุณงามความดีของป๋า

ปชป.ประณามเปิดตัว “จปร.9”

ที่พรรคประชาธิปัตย์ น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึงกรณีพรรคเพื่อไทยแถลงเปิดตัวสมาชิกพรรคที่เป็นนายทหาร จปร.9 จำนวน 6 นาย เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ดีที่มีการประกาศจุดยืนชัดเจน อย่างไรก็ตาม ถ้อยคำที่แถลงมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายอย่างยิ่ง และพาดพิงบุพการีของประธานองคมนตรี ถึงขนาดสื่อไม่สามารถเผยแพร่ข้อความได้ ถือเป็นการสร้างภาวะถดถอยทางการเมือง ใช้เวทีพรรคปลุกระดมสร้างความเกลียดชังรุนแรง พรรคจึงขอประณามการแถลงข่าว ที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอดีตนายทหารร่วมอยู่ด้วย ตนในฐานะเป็นลูกทหาร รู้สึกอับอายขายหน้า ที่มีบุคคลที่เคยเป็นทหารใช้คำหยาบคาย สร้างความขัดแย้งให้บ้านเมือง และพาดพิงสถาบันที่อยู่นอกความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณการเตรียมการไม่ให้ความสมานฉันท์ดำเนินการต่อไปได้

“มาร์ค” ชี้เขมรเข้าใจผิด 1,400 ล้าน

ส่วนกรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศออกมาระบุว่า กัมพูชาได้แจ้งให้ไทยทราบว่า จะยกเลิกข้อตกลงที่จะกู้เงิน 1,400 ล้านบาทจากไทยนั้น วันเดียวกันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จริงๆ ขณะนี้มีการประสานกันอยู่ ความเข้าใจของฝ่ายกัมพูชา ไปเข้าใจว่าเรายกเลิก ก็เลยทำหนังสือมาเพื่อที่จะหยุด จริงๆ แล้ว ครม.ยังไม่มีมติเรื่องเงินกู้เลย เพราะฉะนั้นตนคิดว่าถ้าเข้าใจตรงกันแล้วทุกอย่างก็คงคลี่คลายได้ ไม่ลุกลามอะไร ตอนนี้มีความสับสนอยู่ เพราะด้านหนึ่งเขาอยากให้เรายืนยันเรื่องเงินกู้ อีกด้านคงกังวลว่าถ้าเราบอกว่าไม่ให้ เขาก็อยากจะเป็นฝ่ายที่บอกเลิก เพราะฉะนั้นเมื่อมีการประสานงานกันแล้วก็คงเข้าใจกันไม่มีปัญหาอะไร ส่วนการที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯ เสนอให้ไทยขอเจรจากับกัมพูชาก่อนนั้น เวลานี้การพูดคุยในจีบีซีที่ผ่านมาก็เรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนคดีของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ตอนนี้จะขึ้นศาลแล้ว และคุณแม่ก็ได้ไปเยี่ยมแล้ว ส่วนจะมีความหวังหรือไม่นั้นก็ต้องต่อสู้คดีไป เราก็พยายามที่จะช่วยเต็มที่

ปชป.เชื่อสัมพันธ์ไทย-เขมรดีขึ้น

ทางด้าน น.พ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาความสัมพันธ์ไทยและกัมพูชา ว่า พรรคประเมินพบว่า ขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทั้งหมดยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พยายามนำความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาใช้เป็นเครื่องมือเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือดังกล่าว ไม่ได้รับการตอบสนองจากฝ่ายความมั่นคงของทั้งสองประเทศ ทำให้ความเสี่ยงในการเผชิญหน้าลดน้อยลง รวมถึงการที่ รมว.กลาโหมของกัมพูชายืนยันว่า ไม่มีการเมืองมาแทรกคดีนายศิวรักษ์ ดังนั้น น่าจะไม่อ้างเรื่องการจารกรรมข้อมูลเที่ยวบิน เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ส่วนกรณีที่กัมพูชาประกาศยกเลิกการรับเงินกู้สร้างถนนจำนวน 1.4 พันล้านบาทจากไทยนั้น ถือว่าสถานการณ์ของทั้งสองประเทศคลี่คลาย ฉะนั้นเรื่องนี้พรรคถือว่า กรณีนี้ร้ายแรงน้อยกว่าการจับกุมคนไทย เพราะการปฏิเสธรับเงินกู้ แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์การเงินของประเทศดีขึ้น เป็นมาตรการทางการทูตที่สมน้ำสมเนื้อกัน แต่รัฐบาลไทยยืนยันว่าจะไม่ใช้เรื่องการช่วยเหลือกัมพูชามาต่อรองทางการเมือง และเรื่องเงินกู้ ส่วนที่มองว่ากัมพูชาจะเปลี่ยนไปกู้ประเทศอื่นนั้น ก็ไม่มีปัญหา แต่พรรคยืนยันว่า เห็นด้วยกับการที่ไทยยกเลิกเอ็มโอยูปี 43

ข่าวที่เกี่ยวข้อง