ปรับกลยุทธ์

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2552 10:10:41 น.
สมัคร สุนทรเวช
ปรับกลยุทธ์
สงคราม 7.6 หมื่นล้าน
ชีวิตคนเราก็เท่านี้…
สถิตทั่วแต่ชั่วดี...ประดับไว้ในโลกา...
พุทธภาษิตที่เป็น...อมตะ

“ทีมข่าวการเมือง” ขอร่วมไว้อาลัย และขออโหสิกรรม ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ “นักการเมืองฝีปากกล้า”

อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 “สมัคร สุนทรเวช

“นักการเมือง” ที่ฝากตำนานทางการเมืองไว้อย่างหลากหลาย หลากรูปแบบ หลากรส หลากลีลา หลากฉายา แบบชนิด “อดีตนายกรัฐมนตรี” ที่ผ่านมาหาคนเทียบยาก

เป็นบุคคลผู้สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองหลายเรื่องสำคัญ ไม่ว่าการล้ม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช จากชัยชนะการเลือกตั้ง ส.ส.เขตดุสิต เมื่อปี 2519, นำพรรคประชากรไทยกวาดที่นั่ง ส.ส.กทม.เกือบยกกรุง และได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.คะแนนเสียงเกินล้าน

ผ่านตำแหน่งทางการเมืองมาอย่างโชกโชน ไม่ว่า ส.ส., ส.ว., ผู้ว่าฯ กทม., รัฐมนตรีหลายกระทรวง ก่อนมายุติที่ตำแหน่งสูงสุด-สุดท้ายเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี”

เป็นเจ้าของต้นตำรับ “ชิมไป-บ่นไป”, เจ้าของนามปากกา “มุมน้ำเงิน” และเจ้าของคำ “ส.ส.งูเห่า”

ได้รับฉายาจากสื่อมวลชน “น้าหมัก” “ออหมัก” หรือ “ชมพู่” (มาจากลักษณะจมูกของนายสมัคร)

ตลอดชีวิตบนถนนการเมืองของ “สมัคร” โลดแล่นดั่ง “แมวเก้าชีวิต” มีขึ้นสูงสุดและก็มีตกต่ำสุดขีด

ช่วงสุดท้ายชีวิตการเมืองได้ “ทุ่มสุดตัว” รับหน้าที่ “ถือธง” เป็น “นอมินี” ให้กับ “ทักษิณ” นำพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ก่อนถูก “หักหลัง” หลุดพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีไปอย่างบอบช้ำ

มาวันนี้ “สมัคร” จากไปอย่างสงบ เหลือทิ้งไว้แต่ตำนานทางการเมืองที่เป็นอุทาหรณ์ให้กับนักการเมืองรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

ขยับมาดูสถานการณ์การเมืองเวลานี้ ก็ยังฝุ่นตลบ-วนเวียนไม่พ้นจากวิกฤติขัดแย้ง

โดยเฉพาะ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เป็นต้นตอ “ปัญหาชาติ” ที่ยังลุ่มหลงใน “รัก...โลภ...โกรธ...หลง” ไม่หลุดพ้นจาก “กิเลส-ตัณหา” ยังมุ่งมั่นเดินหน้า “ปลุกปั่น-ชักใย” คนเสื้อแดง ที่รู้ทั้งรู้...ไม่มีวันชนะ

เป้าหมายสูงสุดคือ ไม่ติดคุกในคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ และไม่ถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน

อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้แล้ว ดูเหมือนก้าวย่างของ “ทักษิณ” ค่อยๆ เสื่อมถอยร่นไปตามลำดับ

จับดูอาการ “ทวิตเตอร์-รายวัน” ของทักษิณ ไม่ต่างจากคน “ฟุ้งซ่าน-ว้าเหว่” เดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวขอเจรจา-เดี๋ยวแข็งกร้าว คล้ายจิตกำลังเผชิญวิกฤติปัญหาทางใจอย่างร้อนรน

วันหนึ่ง “ทวิตเตอร์” ส่งสัญญาณขอเจรจา ขณะที่วันรุ่งขึ้น “ทวิตเตอร์” ด่าอย่างรุนแรง

ล่าสุด “ทวิตเตอร์” ชวน นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ “กินเนื้ออูฐดูไบ” พร้อมขึ้นธรรมาสน์สอนการบริหารราชการแผ่นดิน เหมือนคนที่ไม่รู้จักปล่อยวางอำนาจ

เป็นสภาพการณ์ที่ “ทักษิณ” ตกมาอยู่ในสภาพถอยร่น ทั้งแต้มต่อการเมือง ทั้งสภาพของจิตใจ

เป็นการถ่อยร่นอย่างหนักหลัง “ทักษิณ” พ่ายต่อเกมมวลชน-อย่างต่อเนื่อง

นับตั้งแต่การปลุกปั่นม็อบเสื้อแดงก่อจลาจล “เผาบ้าน-เผาเมือง” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2551 ที่ผ่านมา

ล่าสุดกับการที่ “ทักษิณ” ให้สัมภาษณ์ผ่าน “ไทมส์ออนไลน์” ความยาว 12 หน้า ก้าวล่วงจาบจ้วงพระเจ้าอยู่หัว และวิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างชนิดที่คนไทยอ่านแล้วรับไม่ได้ น่าจะเป็น “เกม” ที่ “ทักษิณ-ก้าวพลาด” อย่างแรง และคนไทยไม่อาจให้อภัยได้

เนื่องเพราะ “บทสมภาษณ์” ดังกล่าว ได้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ก้าวล่วงต่อสถาบันที่คนไทยเทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯ แบบชนิดใครอ่านแล้วต้อง “สะดุ้ง-ขนลุก”

ความผิดพลาดเช่นว่านี้ ไม่ว่าคนไทยจะสีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน หรือสีอะไรต่างก็รับไม่ได้

เช่นว่านี้ มวลชนเสื้อแดงบางส่วนจึงค่อยๆ ถอยห่างมากขึ้นๆ ๆ ตามลำดับ

ยิ่งพฤติกรรมล่าสุดที่ออกมา “ปลุกเร้า-เร่งเกม” เพื่อ “ปิดเกม” ภายใต้ภารกิจการ “เผาบ้าน-เผาเมือง” รอบใหม่ ในช่วงใกล้งานเฉลิมฉลองวันมหามงคลเดือนธันวาคม ยิ่งถูกต่อต้านอย่างหนักจากมวลชน

ชัดเจนยิ่งกับผลสำรวจเอแบคโพล ออกมาเปิดผลสำรวจ “คัดค้าน-ไม่เห็นด้วย” ต่อการเคลื่อนไหวของ “ม็อบเสื้อแดง” ดูเหมือนจะเป็น “เงื่อนไข” ที่ทำให้ทักษิณ “คิดผิด” ต้อง “คิดใหม่” แบบชนิดกลับลำ 180 องศา

จึงไม่แปลกที่ “ทักษิณ” รีบออกมาส่งสัญญาณ “ถอย” ขณะที่ “ม็อบเสื้อแดง” ก็รับลูก-ล้มการชุมนุมใหญ่วันที่ 28 พ.ย.- 2 ธ.ค.ทันที

อย่างไรก็ตาม แม้ “ทักษิณ” สั่งล่าถอยเพื่อกลับไปประเมินสถานการณ์ใหม่ และเตรียมกลับมา “ขับเคลื่อน” ใหม่ในช่วงกลางเดือนธันวาคม ดูเหมือน “ทักษิณ” ก็ยังแสดงอาการกังวลที่อาจล่าช้า-ไม่ทันกับคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ที่ใกล้เวลา “ชี้ชะตา” ในเดือนมกราคม 2553 อันใกล้นี้

เป็นอาการกังวลต่อความผิดพลาดที่ต้องออกมา “เร่งเกม-ปิดเกม” ก่อนหน้านี้ เพราะคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบชนิด “ล้างไพ่” ไม่ถูกยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน

“เร่งเกม-ปิดเกม” เพื่อให้เกิดการ “ล้างไพ่” เลือกตั้งใหม่ ที่คาดหวัง “เพื่อไทย” จะกลับมายึดคืนอำนาจรัฐ และเปิดทางไปสู่การดำเนินการ “นิรโทษกรรม” พ้นจากการติดคุกในคดีที่ดินรัชดาฯ และหลุดพ้นจากคดีทุจริตต่างๆ

เป็นความพยายามสร้าง “เกมใหม่” ที่ “ทักษิณ” ต้องการเป็นผู้กำหนดเอง นั่นหมายถึงชัยชนะในทุกรูปแบบในการลบล้างความผิด และการขอนิรโทษกรรมในทุกคดี

กับการ “ถอย” กลับไปตั้งหลักใหม่เวลานี้ จึงไม่แปลกที่เห็น “ขุนทหาร” ทั้ง จปร.10 ทั้งหน่วยรบพิเศษ ตบเท้าเปิดตัวเข้าร่วมพรรคเพื่อไทย เป็นเพียงการปรับกลยุทธ์ลบภาพ “ไม่จงรักภักดี” เพื่อเตรียมตัวไปสู่การรบครั้งใหม่

หรือแม้แต่การส่งคนในเครือข่าย นุ่งขาว-ห่มขาว ทำกิจกรรม “ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา” ที่วัดสามพระยาวันวาน โดยอ้างว่าเป็นเเนวคิดของทักษิณ ก็แค่ “เกม-ล้างภาพ” ไม่จงรักภักดี

เป็นการปรับกลยุทธ์ใหม่หลังล้มเหลวส่ง “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ออกมายกประวัติศาสตร์โลกว่าด้วยการโค่นล้มของ “ราชวงศ์โรมานอฟ” ไม่สำเร็จ ขณะที่ตัว “ทักษิณ” ออกมาสัมภาษณ์ “ไทมส์ออนไลน์” จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ ไม่บรรลุเป้าหมาย

นอกจากไม่ได้ผลในเชิงข่มขู่ ทว่ากลับเผชิญต่อแรงต่อต้านจากสังคมอย่างรุนแรง

หรือแม้แต่การใช้ “ฮุน เซน” มาเป็น “หมากการเมือง” เพื่อดิสเครดิต นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทว่า “ทักษิณ” ก็ถูกกระแส “รักชาติ” ตอกกลับ-ถอยร่นอย่างไม่เป็นขบวนเช่นเดียวกัน

ความผิดพลาด-ล้มเหลวทั้งหมดนี้ ที่ “ทักษิณ” จำเป็นต้อง “ถอย” กลับมาปรับกระบวนยุทธ์ เพื่อเตรียมตัวเข้าทำสงครามรอบใหม่ ในศึกชี้เป็น-ชี้ตายคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านที่ใกล้บทอวสาน

โต๊ะข่าวการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง