ทุกเช้าพบกับ “หนังสือพิมพ์บ้านเมือง” เลขที่ ๑ ซอยปลื้มมณี วันนี้คิว “ตาพญา”
ท่ามกลางกระแสข่าวความวุ่นวายทางการเมือง ก่อนจะถึงปีใหม่ยังมี “ข่าวดี” สำหรับพี่น้องชาวไทย เพราะต้นเดือนหน้า 3-7 ธันวาคม 2552 รัฐบาลจะเปลี่ยนถนนราชดำเนินให้เป็น “ถนนแห่งความสุข” ถือเป็นครั้งแรกของการ “เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ....
เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา 5 ธ.ค.52 ถนนราชดำเนินกลางจะถูกเนรมิตให้เป็น “ถนนแห่งความสุข” ของคนไทย ด้วย 9 กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ
เริ่มตั้งแต่ป้อมมหากาฬตลอดถึงหน้ากองสลากกินแบ่งรัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเอง “ตาพญา” หวังอย่างยิ่งว่าจะไม่มี “คนเสื้อแดง” มาสำแดงตีนตบในวันนั้น เหมือนอย่างที่เคยไปแสดงความเป็น “เศษขยะสังคม” ในงานศพของอดีตนายกรัฐมนตรี “สมัคร สุนทรเวช” ....
โอกาสนี้ “ตาพญา” ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอดีตนายกรัฐมนตรี “สมัคร สุนทรเวช” ที่ต้องสูญเสียหัวหน้าครอบครัวด้วยโรคมะเร็งตับ บนถนนสายการเมือง “สมัคร สุนทรเวช” ได้แสดงความรู้ความสามารถฝากไว้กับแผ่นดินมากมายเป็น “แบบอย่างที่ดี” สำหรับนักการเมืองรุ่นหลัง ....
แม้ที่ผ่านมาจะถูกมองว่าเป็น “คู่กัดกับสื่อ” แต่นั่นคืออุปนิสัยส่วนตัว ด้วยความที่เป็นคน “ปากตรงกับใจ” คิดสิ่งไหนก้อพูดสิ่งนั้น ด้วยความเป็นคนไทยจึงใช้ภาษาไทยตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ....
ในพิธีสวดพระอภิธรรม “สมัคร สุนทรเวช” ใน “โกศพระราชทาน” ทุกค่ำคืนพรั่งพร้อมไปด้วยนักการเมืองทั้ง “ฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล” รวมไปถึงพ่อค้าประชาชนทุกกลุ่มทุกสี “ตาพญา” มีความรู้สึกดีดีว่าความแตกแยกที่ผ่านมา ยังมีโอกาสที่จะหลอมเข้าหากันได้ ขอเพียงทุกฝ่ายอย่ายึดติดอยู่แค่คำว่า “ต้องชนะ” ....
วันนี้ “ตาพญา” ขอชื่นชมในวุฒิภาวะความเป็นผู้ใหญ่ของ “นายกฯ อภิสิทธิ์” ที่ตัดสินใจไม่ไป “เชียงใหม่” ที่หอการค้าต้องยกเลิกการเชิญ เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า “รู้จักหยุด รู้จักยืด” เพื่อชาติบ้านเมือง เมื่อ “ม็อบเสื้อแดง” ยังยืนหยัดรอก่อการ “จลาจล” ที่นั่น ....
ต้องยอมรับว่าการรู้จักคำนวณระหว่าง “ไป-ไม่ไป” เชียงใหม่ ที่ “ม็อบเสื้อแดง” พร้อมจะลุยลุกเป็นไฟที่นั่น การไม่ไปไม่ใช่ผู้แพ้หรือขี้ขลาด ในฐานะ “ผู้นำ” ไม่ไปนั่นน่ะถูกต้องแล้ว ....
สะเทือนไปทั้งวงการ “สีกากี” เมื่อทีมตำรวจกองปราบของ “พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ลุยคดีฮั้วประมูลรถจักรยานยนต์มูลค่า 1.2 พันล้าน สีกากีน้อยใหญ่สะเทือนซางไปทั่วทุกตัวตน ....
เรื่องอย่างนี้จะเกี่ยวอะไรกับเก้าอี้ “ผบ.ตร.” ซึ่งยังควานหาตัวจริงไม่เจอหรือเปล่า “ตาพญา” ไม่กล้าวิเคราะห์ไปไกล แต่เมื่อคดีถูกพลิกขึ้นมาในช่วง “หน้าสิ่วหน้าขวาน” อย่างนี้ อะไรมันก้อเป็นไปได้ เพราะนอกจาก “คนมีสี” ยังมีคนนอกวงการร่วมขบวนด้วย เรื่องน่าติดตามขออย่าให้เป็นคลื่นซัดฝั่งเหมือนคดี “อาบูบาก้า” ก้อแล้วกัน ....
มาว่ากันด้วยเรื่องนอกประเทศที่คนไทยให้ความสนใจทุกลมหายใจเข้าออกอย่าง “ดูไบ” 1 ใน 7 รัฐของกลุ่มยูเออี เมื่อวันวาน “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งพำนักอยู่ที่นั่นยังคุยว่าเป็น “เมืองสวรรค์” ท่ามกลางทะเลทราย ....
วันนี้ข่าวว่ากำลัง “ดูไม่จืด” เมื่อเกิดฟองสบู่แตก ทั้งที่เมืองนี้กำลังถูกเนรมิตให้เป็น “ดินแดนมหัศจรรย์” มีตึกสูงที่สุดในโลก ถมทะเลสร้างเป็นรูปแผนที่โลก มีโรงแรมที่แพงระยับคืนละ 9.9 แสนบาท มีห้างสรรพสินค้า มอลล์ ออฟ เดอะ เอมิเรตส์ ที่เดินทั้งวันยังไม่ทั่ว ....
วันนี้สวรรค์ดูไบล่มซะแล้ว เมืองสวรรค์กำลังจะกลายเป็น “นรก” กลางทะเลทราย เมื่อโครงการก่อสร้างเดอะปาร์ม กำลังประสบปัญหาหนี้ไม่มีเงินจ่าย เมื่อถึงคิวต้องชำระค่าพันธบัตรหุ้นกู้มูลค่า 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาในเดือนหน้านี้ ไม่รู้ว่าซวยเพราะใคร...เฮ้อ ....
ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยกับการที่ “พรสักก์ พิทักษ์ธรรม” ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา เป็นประธานจัดแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนอาหารกลางวันแก่ “ผู้ต้องขัง” มีผู้แข่งขัน 44 ทีม VIP 6 ทีม สร้างบุญกุศลบุญนั้นต้องสนองตอบครับ งานนี้ “ประสพ เล็กอาราม” ลุ้นสุดใจ
