วันนี้ขออนุญาตมองต่างมุมอย่างสุดโต่ง 180 องศาเจียวล่ะครับ...ขึ้นชื่อว่าลูกหนี้ผมเชื่อว่าเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ของคนไทยไม่มีใครไม่รู้จัก...หนี้ธนาคาร...หนี้แชร์...หนี้ไฟแนนซ์...หนี้อาบัง...หนี้รายวันและอีกสารพัดหนี้ เรียกว่าพี่ไทยโดยเฉพาะรากหญ้ารู้จักคุ้นเคยกันดี...“ลูกหนี้” ถือว่าเป็นลูกที่น่าเกลียดน่าชังต่างกับ “ลูกหมี” (แพนด้า) ราวฟ้ากับเหว ผมเองเข้าเลข 5 แล้วยังต้องผ่อนรถผ่อนบ้านเป็นลูกหนี้มาค่อนชีวิต บางครั้งโชคดีมีลาภได้เป็นลูกหนี้สำคัญคือลูกหนี้หลักรับเหมาคนเดียว บางจังหวะโก้ไปอีกขั้นได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา อะไรจะเท่กันปานนั้น
“หนี้” ในอีกความหมายหนึ่งคือการติดค้าง...หลักของการเป็นหนี้ต้องชำระหรือชดใช้คืน...หนี้รูปธรรมต้องคืนด้วยของมีค่า ส่วนหนี้นามธรรม เช่นหนี้บุญคุณ หนี้ชีวิต หนี้คุณงามความดีก็ต้องตอบสนองด้วยความดี ความกตัญญู
สังคมไทยคุ้นเคยกับคำว่า “หนี้” อย่างมากมายครับ...ลูกหนี้บ้างเจ้าหนี้บ้างมาถึงยุคนี้คำว่า “หนี้นอกระบบ” ถูกยกขึ้นมาเป็นปัญหาระดับชาติ...ข่าวสารต่างๆ ที่ปรากฏทำให้เข้าใจว่า “ลูกหนี้” คือผู้ถูกกระทำ “ลูกหนี้” โดนสัตว์ที่แข็งแรงกว่าเอารัดเอาเปรียบ ยิ่งไปกว่านั้น “ลูกหนี้” คือบุคคลที่น่าสงสาร เป็นผู้ด้อยโอกาสแต่ในความเป็นจริงนั้นจะมีสักกี่รายที่เป็นอย่างที่คิด
“ลูกหนี้” ทั้งในและนอกระบบ พวกที่ตรงไปตรงมามีวินัยการเงินก็เยอะ ขณะเดียวกันพวกไม่เอาไหน หัวหมอ มักง่าย ไม่มีวินัยทางการเงินก็มีอยู่มาก...ไม่ต้องยกตัวอย่างที่ไหนข้างๆ บ้านผมนี่แหละมีบ้านผ่อนธนาคาร สามีทำงานเป็นหลักเป็นฐานส่วนภรรยามีอาชีพรับจ้างซักรีด ลูกคนเดียวเรียนมหาวิทยาลัยใกล้จบแต่ดันไปติดหนี้อาบัง...ทุกค่ำจะเห็นแขกต่างด้าวมายืนรอเก็บดอกเบี้ย
ไอ้พวกอาบังหากินกับดอกมหาโหดมันมาเมืองไทยมือเปล่า หัวเดียวกระเทียมลีบแม้บางรายจะมีพรรคพวกอยู่บ้าง มีทุนติดตัวมาบ้างแต่น่าแปลกที่คนไทยเจ้าของประเทศ มือตีนดีๆ รัฐบาล (ไทย) ทุกยุคดูแลดีพอสมควร...ขอโทษเสือกไปติดหนี้แขก ต้องให้มันมาเฝ้าทวงถึงหน้าบ้าน
ผมมิได้มองปัญหาเหล่านี้เพียงมิติเดียว...ไอ้เรื่องชักหน้าไม่ถึงหลัง...เรื่องความยากความจนมันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ลึกลงไปก็คือคนไทยบางประเภท ลูกหนี้บางประเภทยังขาดทิศทางในการใช้ชีวิต ไม่มีวินัยการเงิน เห็นช้างขี้ขี้ตามช้าง ฟุ้งเฟ้อ ขาดการประหยัดอดออม
สังเกตให้ดีว่าบุคคลเหล่านี้มักใช้เงินทองโดยไม่ยับยั้งใจ...อะไรผ่านหน้าบ้าน...อะไรโฆษณาโดนใจซื้อหมด แล้วการตลาดมันเข้าใครออกใครที่ไหน เมื่อล่อใจลูกค้ามาติดกับเขาก็เปลี่ยนฐานะจากลูกค้ากลายเป็นลูกหนี้...ผ่อนมันเข้าไป...ผ่อนทีวีจอแบนทั้งที่จอโบราณยังดูได้อยู่...ผ่อนเครื่องกรองน้ำทั้งที่น้ำก๊อกก็ยังกินได้...ผ่อนเครื่องเสียง ผ่อนซีดี...อุ้ยมันเชยไปแล้วต้อง ดีวีดี...ผ่อนคอมพิวเตอร์ ต้องติดเน็ต พ่วงเครื่องปรินต์...บางบ้านผ่อนมอเตอร์ไซค์...ผ่อนมือถือ ถามว่าชีวิตมันจะไปรอดยังไง
ทั้งที่ในการดำรงชีพของมนุษย์แค่ปัจจัย 5 ก็อยู่กันได้แล้วแต่นี่พี่ไทยต้องอินเทรนด์ ต้องทันสมัย...เวลากินข้าวแกงตลาดนัดมันไม่เท่โน่นต้องอาหารขยะแบบแมคโดนัลด์ เคเอฟซี...น้ำเปล่ากินไม่ได้ต้องกาแฟสดยี่ห้อฝรั่งแก้วละร้อย...ไอศกรีมลูกเกือบร้อย หรือให้ยกระดับต้องไปเข้าคิวรอเสียเงินให้อาหารญี่ปุ่นมื้อละพัน...อีกสารพัดในความฟุ่มเฟือย...อาหารเสริม...เครื่องประทินความงาม...ติดเหล้า-เที่ยว-เล่น...อย่างนี้อีก 10 ชาติชีวิตก็ยังไม่พ้นหนี้
ผมมองของผมแบบนี้แหละ...เรื่องติดหนี้ติดสินมันก็ต้องชดใช้...หนี้ในหรือนอกระบบเขาไม่ได้เอาปืนไปจี้หัวว่าต้องมาเป็นหนี้ฉัน การเป็นหนี้จะว่ายากก็ยากนะครับเพราะต้องมีหลักฐาน มีเครดิตความน่าเชื่อถือ กรรมวิธีของเจ้าหนี้เขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาประโยชน์ของเขา ต่างกับหนี้นอกระบบที่มีรายได้สูงแต่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เมื่อลูกหนี้ชั้นเลวเหล่านั้นอยากเป็นหนี้โดยไม่มีหลักทรัพย์หรือหลักประกันใดๆ เจ้าหนี้มันจึงใช้ความโหดเป็นเครื่องต่อรอง
ถามว่าลูกหนี้ (ไทย) รู้ไหม...ตอบได้เลยว่ารู้...อีกอย่างลูกหนี้ประเภทนี้ทุกรายก่อนเป็นหนี้ยิ่งกว่ากู๊ดบอย แต่พอได้ไปแล้วหายหัวจ้อย...บางรายผ่อนเดือนสองเดือนเจ้าหนี้มาทวงยังโดนด่ากลับไปก็มี
ด้วยมุมมองแบบนี้ผมจึงอยากให้รัฐบาลโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง โปรดใคร่ครวญดูให้ดี...เรื่องช่วยเหลือประชาชนช่วยเหลือลูกหนี้มันดีอยู่แล้ว แต่อย่าให้ความหวังขนาดว่าไม่มีสากกะเบืออะไร หรือเป็นใครมาจากไหนก็กู้ได้
ขึ้นชื่อว่าลูกหนี้นอกระบบส่วนใหญ่เหลือขอกันทั้งนั้น...ส่งไปธนาคารเขาพากันเบ้ปากส่ายหน้า...ท่านแน่ใจนะครับว่าเงินสดๆ ในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือธนาคารออมสิน จะสามารถรองรับได้...แทนที่จะช่วยลูกหนี้ในระบบให้เขาสามารถขยับขยายได้ มีอัตราเสี่ยงหนี้เน่าน้อยกว่า ทำไมท่านไม่ทำ
ตอนนี้หันไปทางไหนก็มีแต่คนจ้องจะกู้...1 แสน 2 แสน พร้อมคำสาบานทุกคนทำได้หมด...ก็อย่างที่บอก...ให้แก้ผ้าเต้นระบำ 3 รอบธนาคารยังเอาเลย...สุดท้ายผมล่ะเสียวกลัวว่าเอาเข้าจริงทุกธนาคารปฏิเสธ กลายเป็นผายลมให้สุนัขดีใจกันทั้งประเทศ
