ข้างบนนี้เป็นบทกล่อมบรรทมพระราชกุมารประกอบเพลง “ลำปลาทอง” ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์เตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนมีพระประสูติกาล
ครั้นเวลา 12.52 น. ของวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 พระนางเจ้าสุวัทนาพระวรราชเทวี มีพระประสูติกาล “พระราชธิดา” ขณะนั้นชาวประโคม ประโคมสังข์ แตร ปี่พาทย์ ตามพระราชประเพณี ต่อมาในเวลาบ่าย เจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) ได้เข้าเฝ้าฯ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ประสูติ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ” เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว มีพระราชดำรัสว่า “ก็ดีเหมือนกัน”
รุ่งขึ้นวันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 เวลากลางวัน เจ้าพระยารามราฆพ เชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์น้อย ไปเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมชนกนาถ ผู้ทรงพระประชวรหนักบนพระแท่น เมื่อทอดพระเนตรแล้ว ทรงพยายามยกพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา แต่ก็ทรงอ่อนพระกำลังมากจนไม่สามารถจะทรงยกพระหัตถ์ได้ เจ้าพระยารามราฆพจึงเชิญพระหัตถ์ขึ้นสัมผัสพระราชธิดา เมื่อจะเชิญเสด็จพระราชกุมารีกลับก็ทรงโบกพระหัตถ์แสดงพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรพระราชธิดาอีกครั้ง จึงเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอมาเฝ้าฯ เป็นคำรบที่สอง และเป็นคำรบสุดท้ายแห่งพระชนมชีพ
ณ คืนนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งจักรพรรดิ์พิมาน ในหมู่พระมหามณเฑียร พระบรมมหาราชวัง
ณ บัดนี้ พระราชธิดาองค์น้อยๆ พระองค์นั้น ก็ได้เจริญพระชนมพรรษาเติบใหญ่มีพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และเจริญ พระชนมายุครบ 7 รอบ (84 พรรษา) ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2552 นี้แล้ว หน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชนจัดงานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเผยแพร่พระเกียรติสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี อย่างยิ่งใหญ่ เช่นที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในวันที่ 24 พ.ย.52-วันที่ 1 ม.ค.53
ขณะเดียวกันทางด้านกรมประชาสัมพันธ์ ก็ได้พาสื่อมวลชนสัญจรออกเยี่ยมชมพระราชวังที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 อันมี พระราชวังพญาไท (รพ.พระมงกุฎเกล้า กทม.) พระราชวังสนามจันทร์ (จังหวัดนครปฐม) และ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่อยู่ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทุกแห่งได้มีการบูรณะใหม่ทั้งหมดจนดูงดงามตระการตายิ่ง โดยเฉพาะ พระราชวังพญาไท (สร้างขึ้นในปี 2463) พระตำหนักและพระที่นั่งน้อยใหญ่ตกแต่งอย่างอลังการมาก เช่น พระที่นั่งพระพิมานจักรี พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน และ พระที่นั่งศรีสุทธิวาส เป็นต้น ซึ่งพระราชวังนี้เคยเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 มาประทับเป็นครั้งคราว แต่ที่น่าสนใจก็คือ พระราชวังพญาไท แห่งนี้ เคยเป็นทั้งโรงแรม (โฮเต็ลพญาไท) สถานีวิทยุกระจายเสียง เป็นโรงพยาบาล (พระมงกุฎ) และในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของ “ดุสิตธานี” เมืองทดลองการปกครองประชาธิปไตย ตามแนวพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชวังสนามจันทร์ ก็ปรับปรุงจนยิ่งใหญ่อลังการเช่นเดียวกัน สร้างขึ้นเมื่อปี 2450 บนเนินปราสาท อ.เมือง จ.นครปฐม สำหรับเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในโอกาสเสด็จมาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์ พระราชวังสนามจันทร์นอกจากจะมีพระตำหนักและพระที่นั่งสง่างามแล้ว ยังมีอนุสาวรีย์ “ย่าเหล” สุนัขพันธุ์ทางแสนรู้ ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเป็นอย่างยิ่ง คอยตามเสด็จฯ พระองค์ไปยังสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ ต่อมาวันหนึ่งพระองค์ท่านไม่อยู่ก็มีคนที่อิจฉาริษยา “ย่าเหล” เอายาเบื่อให้กินหรือถูกยิงจนเสียชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง พระองค์เสียพระทัยมากจึงสร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้นที่หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์แห่งนี้
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของรัชกาลที่ 6 ในฤดูร้อน ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้สักทองสองชั้นสามหลัง หันหน้าออกสู่ทะเลสวยงามมาก กำลังจะมีการจัดงานฤดูหนาวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน 2552 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เจริญพระชนมายุครบ 7 รอบปีฉลูนักษัตร เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม การสาธิตกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ การออกร้านที่เกี่ยวเนื่องกับธรรมเนียม ประเพณี และวิถีชีวิตที่สะท้อนในเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์รสนิยมในช่วงรัชสมัยของพระองค์ท่าน
งานนี้เป็นเสมือนการจำลองงานที่เคยจัดในอดีต ใช้แบบอย่างจากงานฤดูหนาวที่เคยจัดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่มีการจัดงานออกร้านหารายได้ในช่วงฤดูหนาวขึ้น เพื่อระดมทุนไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ที่ทำนุบำรุงประเทศชาติ งานนี้บรรยากาศรวมทั้งการแต่งตัวของผู้คนคงจะสวยงามไม่น้อย เพราะเขาจะมีการแต่งตัวย้อนยุคไปในสมัยล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ท่านที่ชื่นชอบบรรยากาศเก่าๆ ไม่ควรจะพลาดนะคะ
