การเสียชีวิตของคุณสมัคร สุนทรเวช นักการเมืองฝีมือเข้าขั้นลายครามคนหนึ่ง และเป็นนายกรัฐานตรีคนที่ 25 ของเมือง
ทุกคนเกิดมาต้องตาย ไม่ว่าจะเป็นยาจก เศรษฐี ผู้มีบารมีทางการเมือง หรือคนธรรมดาที่ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ สิ่งที่เห็น
แต่คนเราส่วนใหญ่ไม่เคยนึกถึงสิ่งนั้น ตั้งหน้าตั้งตาสะสมทรัพย์สินเงินทองโดยไม่รู้จักพอ ไม่เคยคำนึงว่าทรัพย์สินที่ได้มานั้น
นักการเมืองของไทยเป็นจำนวนมากที่ตายไปแล้วโดยไม่มีโอกาสใช้เงิน ทิ้งทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลไว้ให้ลูกหลานได้ใช้
อย่างมีความสุข มีให้พบเห็นได้ในปัจจุบัน ลูกหลานของนักการเมืองเหล่านั้นไม่เคยคิดเลยว่าทรัพย์สินที่บิดา มารดาทิ้งไว้ให้นั้นเป็น
นักการเมืองในรุ่นต่อๆ มาจึงประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะเห็นเป็นตัวอย่างว่าโกงแล้วรวย ทำให้ครอบครัวมีความ
สุข คนในครอบครัวก็เห็นดีงามไปด้วย จึงไม่มีการท้วงติง กลับใช้ชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้ออย่างที่เห็นอยู่ในสังคมไฮโซในปัจจุบัน?
มีนักการเมืองจำนวนน้อยมากที่รับใช้ชาติอย่างซื่อสัตย์สุจริตจนกระทั่งจบชีวิต แต่หาคนพูดถึงยาก ตรงข้ามกับคนที่โกงชาติบ้าน
เมืองยังมีการกล่าวถึงมากกว่า มีบริวารจัดงานระลึกถึงให้ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นคนมีเงิน
ถ้าไม่มีใครไปแจ้งสื่อมวลชน อดีต ส.ส.ประจันต์ กล้าผจญ คงจะไม่มีใครยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ผมเชื่อว่าเป็นผลแห่งกรรมดี!
คนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่เชื่อกฎแห่งกรรมว่ามีจริง ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องปรากฏให้เห็นในวงการนักการเมือง และ
คนที่ประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้อง บางคนมีเงินนับพันล้าน แต่ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควร หรือบางคนมีผลกระทบไปถึงครอบครัว ไม่ว่าจะ
เป็นบุตร ภรรยา ต้องประสบเคราะห์กรรมแทน โดยเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ ทั้งๆ ที่อายุยังไม่มากนัก!
แต่เชื่อไหมครับว่า นักการเมืองเหล่านั้นยังใช้ชีวิตในลักษณะเดิมคือ ทุจริต ประพฤติมิชอบ โดยไม่สำนึกว่าเป็นบาปอย่าง
คงไม่แปลกใจที่ผมจะบอกว่า นักการเมืองที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยร่วมกับข้าราชการนั้น ไม่ยอมรับว่ามีชาติหน้า? แต่พวกนี้
การกลับตัวเป็นคนดี ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองยังไม่สายเกินไป แม้ว่าในปัจจุบันจะมีนักการเมืองรุ่นอาวุโสไม่มากนัก แต่
แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น นักการเมืองอาวุโสเหล่านั้นกลับเป็นผู้แนะนำชี้ช่องทางให้นักการเมืองรุ่นใหม่ทุจริต ประพฤติมิชอบโดย
สังคมไทยก็แปลก ปากบอกว่าไม่ชอบการทุจริตคอรัปชั่นของนักการเมือง แต่ไม่เคยคิดต่อต้าน กลับให้ความนิยมชมชอบด้วยซ้ำ
ความจริงสื่อมวลชนควรเป็นผู้นำในการต่อต้านนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งมีวิธีการแสดงออก
ในความเป็นสากลบวกความเป็นจริงทางธรรมชาติ ผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เรียกกันว่ากำลังเดินทางกลับบ้าน (THE
TIME TO GO HOME) มาจากดินต้องกลับสู่ดิน เป็นบทสุดท้ายที่จะต้องพิจารณาตัวเอง ทบทวนการดำเนินชีวิตที่ผ่านมาว่าเราทำ
อะไร? มาบ้าง ทำในสิ่งที่ดีงามหรือสิ่งที่ไม่ดี ควรใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างไร?
แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดเช่นนั้น เพราะไม่สามารถหักห้ามกิเลสของตนได้ โดยเฉพาะนักการเมือง ไม่เคยรู้สึกตัวเองด้วยการ
ทบทวนบทบาที่ผ่านมา ยังขาดสติ ทำให้ขาดปัญญาในการพิจารณาบทบาทการดำเนินชีวิตของตนเองในบั้นปลาย?
เราจึงพบเห็นคนเหล่านั้นยังมุ่งมั่นในการสร้างสมความร่ำรวยโดยไม่รู้จักพอ ถ้าเป็นการหาเงินด้วยความสุจริตก็เป็นเรื่อง
หนึ่ง แต่ ผู้อาวุโสทางการเมืองเหล่านี้ไม่รู้จักคำว่าซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน ใช้วิธีการทุกอย่างในการหาเงินแม้ว่าจะโดยมิชอบก็ตาม ไม่รู้จัก
ขอพูดถึงคุณสมัคร ในฐานะที่เป็นนักการเมืองอาวุโส และทำงานร่วมกันในฐานะกรรมการสโมสรนักศึกษาของธรรมศาสตร์
คุณสมัคร เป็นประธานแผนกปาฐกถาและโต้วาที พูดเก่งสมกับนามสกุล ความจำดี สนใจค้นคว้าในสิ่งใหม่ๆ สมัยที่เป็น รมว.
มหาดไทย ได้นำเอาผลงานวิจัยของผู้เชี่ยวชาญเยอรมัน ซึ่งรัฐบาล พล.อ.ถนอม จ้างมาวางแผนแก้ไขปัญหาการจราจรของ กทม.
บทบาททางการเมืองค่อนข้างเด่นในสายตาของประชาชน แม้ว่าอาจจะไม่เข้าตานักวิชาการ และเพื่อนธรรมศาสตร์
บางกลุ่ม ผมวิเคราะห์ว่า คุณสมัคร มีหัวอนุรักษ์นิยม (CONSERVATIVE) เรียกง่ายๆ ว่า ขวาจัด รักสถาบันทหาร เทอดทูนสถาบัน
กษัตริย์ เป็นนักการเมืองที่ไม่กลัวสื่อมวลชน มีความสามารถหลายด้าน เป็นที่ยอมรับของประชาชน
สิ่งที่พิสูจน์ได้ชัดเจนก็คือ เมื่อออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ มาตั้งพรรคประชากรไทย สามารถกวาดที่นั่งจากการเลือกตั้งใน
เขต กทม.เกือบหมด ขาดไปเพียงที่นั่งเดียว และคุณสมัครไม่เคยแพ้ใครในเขตดุสิตเลย เป็นขวัญใจของทหารจริงๆ และอีกครั้งหนึ่ง
คุณสมัคร เข้าธรรมศาสตร์ในปี 2501 พร้อมกับคุณชวน คุณมีชัย มีสหายสนิทเมื่อตอนอยู่ธรรมศาสตร์ คือ คุณวิทยา เป็น
ประธานเชียร์ ส่วนสหายสนิททางการเมืองก็มีคุณปกิต คุณพิภพ คุณอุส่าห์ เป็นต้น เป็นคนที่อาจารย์หลายท่านรักและเมตตา จาก
ประสบการณ์และความสามารถทำให้คุณสมัครมีเอกลักษณ์ของตนเอง ชอบท้าทายและดื้อพอสมควร!
เคยถูกหักหลังทางการเมืองอย่างเจ็บแสบที่สุดก็คือ กรณีงูเห่า ทำให้คุณชวนได้เป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่สอง!
ผมพบกับคุณสมัครที่ฟูดแลนด์ ลาดพร้าว ซึ่งขณะนั้นกำลังมีข่าวที่จะร่วมกับพรรคพลังประชาชน มีอนาคตที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
ผมถามว่าเอาแน่หรือ ทั้งๆ ที่ทราบว่าเป็นตำแหน่งที่คุณสมัครใฝ่ฝันมานาน? คุณสมัครตอบทันทีว่า เอาแน่! ผมก็พูดต่อไปว่า นึกว่าจะ
เลิกเล่นการเมืองแล้ว หลังจากพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. (กำลังสนุกกับรายการชิมไป บ่นไป ซึ่งเป็นของชอบและเหมือนกับยาชู
ในที่สุด คุณสมัคร ก็ประสบความสำเร็จในทางการเมืองได้เป็นนายกรัฐานตรีสมความปรารถนา ไม่มีใครรู้ว่าการดำรง
ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้นมีปัญหารุมเร้าในการดำรงชีวิตอย่างไร? นอกจากตัวของคุณสมัครเอง?
คุณสมัคร ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ แต่เป็นมะเร็งตับเหมือนกับนักฟุตบอลสุภาพบุรุษรุ่นผมที่ชื่อ เฉลิม โยนส์ เป็นคนดีมากๆ แต่
นักการเมืองที่ชื่อ สมัคร ได้เลือกบทสุดท้ายของตัวเองแล้ว ส่วนนักการเมืองที่อยู่ข้างหลังคิดอย่างไรกับบทสุดท้ายของตน
ถ้าคิดว่าเมื่อตายไปแล้วไม่ต้องรับรู้อะไร? ก็เป็นความจริง จึงไม่สนใจที่จะสร้างสมความดีงามให้กับตนเองและครอบครัว
แต่ถ้าคิดว่าในบทสุดท้ายของชีวิตควรสร้างคุณความดีให้กับประเทศชาติและสังคม ต้องเลิกประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ดี!
ในสภาพการณ์ปัจจุบันสังคมไทยต้องการเห็นนักการเมืองประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่าเป็นความดี เลิกพฤติกรรมในเรื่อง
ทุจริตประพฤติมิชอบ โดยเฉพาะนักการเมืองอาวุโสทั้งหลายควรทำตนเป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่อ่อนวัยกว่า?
อย่าไปนึกว่าสังคมลืมง่าย และมักอโหสิกรรมให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว พิสูจน์ได้จากหนังสืองานศพ จะพูดถึงแต่คุณความดีของผู้

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter