พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับสำนักบริหารหนี้สาธารณะ
(สบน.) สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลัง ถึงกรณีรูปแบบการลงทุนก่อสร้างโครงการทางด่วนสายใหม่ สายศรีรัช-วงแหวน
รอบนอกกรุงเทพมหานคร ระยะทาง 17 กิโลเมตร ค่าก่อสร้างโดยรวมทั้งโครงการ 26,762.51 ล้านบาท ว่า ที่ประชุมให้ กทพ.
ไปทบทวนรายละเอียดรูปแบบการลงทุนใหม่หลังจากที่ กทพ.เสนอไปโดยกู้เงินมาก่อสร้าง เนื่องจากปัจจุบันมีการลงทุนรูปแบบใหม่เข้า
มาเป็นทางเลือก คือ รูปแบบ PPP และกองทุนอินฟราสตรัคเจอร์ โดยให้ กทพ.ไปดูผลดีและผลเสียของแต่ละรูปแบบอีกครั้งก่อนที่จะมี
การนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เพื่อให้พิจารณาต่อไป นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้สำนัก
งานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปทบทวนรูปแบบโครงการว่าจะซ้ำซ้อนกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน
หรือไม่ ก่อนนำมาสรุปอีกครั้ง และจะต้องทบทวนค่าก่อสร้างใหม่ เนื่องจากอาจจะต้องมีการเวนคืนที่ดินเพิ่มเติมบริเวณหน้าการไฟฟ้า
ฝ่ายผลิต (กฟผ.) ที่บางกรวย เพราะทาง กฟผ.ขอให้ กทพ.สร้างจุดขึ้น-ลงที่บริเวณด้านหน้า เพื่อรองรับกับพนักงาน กฟผ. ซึ่ง
เดิมทีประเมินไว้จะใช้งบประมาณสำหรับการเวนคืนที่ดิน จำนวน 9,563.99 ล้านบาท ซึ่งจะต้องไปศึกษาเพิ่มเติมว่าจะต้องใช้งบ
ประมาณเวนคืนเพิ่มอีกเท่าไหร่ เพราะต้องสำรวจใหม่ โดยรัฐบาลจะต้องรับภาระเรื่องค่าเวนคืนแทน กทพ. ส่วนค่าก่อสร้างเดิมอยู่
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ
(บอร์ด) กทพ. กล่าวว่า คลังต้องการให้โครงการทางด่วนสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเป็นโครงการนำร่องที่จะใช้การก่อสร้างในรูป
แบบอินฟราสตรัคเจอร์ โดยขณะนี้ยังไม่ได้เป็นที่ยุติเพราะจะต้องดูผลดีและผลเสียของแต่ละรูปแบบก่อนว่าอย่างไหนถึงจะเหมาะสมที่
