ประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเมืองพุทธศาสนา ประชาชนอยู่อาศัยกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขมานานหลายร้อยปี โดยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติ
ไหนๆ อย่างที่ประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศเคยตกเป็นเมืองขึ้นของนักล่าอาณานิคม แต่หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ขึ้นมาครองอำนาจ
โดยเป็นรัฐบาลพรรคเดียว (ไทยรักไทย) มีความยิ่งใหญ่และลำพองในตัวเองเยี่ยงอัศวินขี่ม้าขาวมากู้ชาติก็ไม่ปาน
พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิบัติการพลิกฟ้าพลิกดิน อาทิ ทำสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกอย่างกรณี..หวยใต้ดินก็พลิกขึ้นมาเป็นหวยบนดิน ยุทธการ
ซ้ำร้ายไปกว่านั้นยังมีวาจาที่ถือว่าอหังการหรือว่าโอหังสุดๆ อย่างเช่นบางประโยค ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ หรือว่า ถึงอย่างไรก็ไม่ลาออก
เมื่อเร็วๆ นี้ก็ให้สัมภาษณ์ ไทมส์ออนไลน์ เขย่าผู้คนในประเทศไทยชนิดที่เกิดมาไม่คิดว่าจะมีคนกล้าพูดหรือให้สัมภาษณ์จาบ
จ้วงเบื้องสูงได้ขนาดนั้น และนับจากตกจากเก้าอี้ผู้นำประเทศเมื่อ 19 กันยายน 2549 ที่เจ้าตัวพยายามพลิกสถานการณ์เพื่อสู้กับการ
ให้ได้อำนาจรัฐกลับคืนมา เสี่ยงแม้กระทั่งจะถูกมองว่าขายชาติ ทรยศชาติก็ยังเสี่ยง ด้วยการไปจับมือกับ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรี
เพียงเพื่อต้องการล้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และดิสเครดิตประเทศไทยในประชาคมโลก ทั้งที่ก่อนหน้านั้นคนไทย สังคม
ไทยแตกกันออกเป็นเสี่ยงจนยากที่จะเยียวยา เมื่อต่างฝ่ายต่างยึดถือข้างยึดถือประโยชน์พวกพ้องมากกว่าประโยชน์ของชาติอันเป็นที่รัก
ส่วนรวม ในระหว่างที่คนในสังคมไทยยึดการแบ่งข้าง บางฝ่ายลงทุนสนับสนุนต่างชาติให้มาถล่มประเทศชาติบ้านเกิด ที่ให้ข้าวแดงแกง
เมื่อคนในชาติบางกลุ่มบางพวก ขาดความสำนึกในประเทศชาติ กระทั่งสัมพันธ์ไทย-เขมรถลำลึกลงไปทุกขณะ วันนี้นักการ
เมืองไม่ผิดอะไรกับไม้หลักปักขี้เลน ประชาชนไม่สามารถอาศัยเป็นหลักชัยได้ ประชาชนยังถูกปั่นหัวให้ถือข้างนายกฯ รูปหล่อและอดีต
นายกฯ หน้าเหลี่ยม รวมถึงกลุ่มนิสิตนักศึกษาต่างก็นิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สากับปัญหาของชาติ เอาแต่เที่ยวสนุกทำเหมือนตายไปจากสังคม

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter