"เหยื่อของสถานการณ์" ถูกศาลกัมพูชาพิพากษาจำคุก 7 ปีผู้เป็นมารดามีความคิดว่าจะขอพึ่งฝ่ายค้านรวมทั้งอดีตนายกฯทักษิณ เพื่อค้นหาอิสรภาพให้กับลูกชาย
เรื่องราวของคุณศิวรักษ์นี้ผมได้เรียนมาแต่ต้นแล้วว่า คุณศิวรักษ์ตกเป็น "Victim of circumstance" เป็นเหยื่อของสถานการณ์ และวันนี้คุณสิมารักษ์ก็เริ่มเข้าใจว่าสภาพชีวิตของลูกชายขณะนี้น่าจะมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งเธอไม่อยากให้ลูกชายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งนั้น
ผมคิดว่าคนไทยทุกคนไม่ว่าฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีความเห็นใจและเข้าใจถึงสภาพจิตใจในครอบครัวของคุณสิมารักษ์เป็นอย่างยิ่ง มีหนทางใดที่จะทำให้วิศวกรไทยคนนี้ได้อิสรภาพแห่งชีวิตกลับคืนมาก็จะต้องทำอย่างแน่นอน
ผมจึงไม่ประหลาดใจที่คุณสิมารักษ์อยากได้ความช่วยเหลือจากฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลโดยนายกฯ อภิสิทธิ์ก็ยืนยันว่าไม่ขัดข้องในการตัดสินใจของผู้เป็นมารดาคุณศิวรักษ์โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า
"หากครอบครัวนายศิวรักษ์จะขอความช่วยเหลือจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ซึ่งหากไม่สามารถช่วยเหลือนายศิวรักษ์ได้ก็ไม่ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐบาล"
หลังจากศาลมีคำตัดสินแล้ว คุณสิมารักษ์ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคนต่อการให้กำลังใจครอบครัว และเปิดเผยความในใจว่า
หลังจากนี้คงไม่มีที่พึ่งใดอีกแล้วนอกจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ให้ช่วยลูกของตนให้ได้รับอิสรภาพด้วยการขอพระราชทานอภัยโทษ
ผมคิดว่าบนความเป็นจริงแล้วรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลของประเทศใดย่อมต้องเห็นความสำคัญของประชาชนเป็นหลักโดยเฉพาะรัฐบาลอเมริกัน คนอเมริกันคนเดียวไปบังเอิญตายที่ไหนในโลกนี้รัฐบาลของเขาพล่านเหมือนถูกน้ำร้อนลวก
ผมเชื่อว่ารัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ก็เช่นกัน ย่อมพร้อมพยายามช่วยเหลือคนไทยคนหนึ่งตามหน้าที่ ได้หรือไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งหลังความพยายามนั้น
คุณสิมารักษ์เองก็บอกกับสื่อว่าไม่ได้เมินกระทรวงการต่างประเทศของไทย แต่ขณะนี้รู้สึกว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรากับประเทศกัมพูชาอยู่ในลักษณะคุยกันไม่รู้เรื่องมากกว่า ซึ่งถ้าเป็นไปตามความรู้สึกของเธออันนี้ เธอก็ห่วงว่าจะเป็นอุปสรรคในการแก้ไข
รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีแนวทางแก้ไขไว้สองสถานคือ อุทธรณ์คดี หรือไม่ก็ยอมรับและดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งทั้งสองสถานนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณสิมารักษ์ตัดสินใจแล้ว
ทางพรรคเพื่อไทยโดยโฆษกพรรค คุณพร้อมพงศ์ ขอร้องว่าอย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง แนวทางการช่วยเหลือก็จะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่าง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธกับสมเด็จฮุน เซน เพื่อการขอพระราชทานอภัยโทษ โดยไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา
นี่ก็เป็นความถูกต้องของทุกฝ่าย เพราะคนไทยทุกคนต้องการเห็นชีวิตอิสรภาพของคุณศิวรักษ์ ชุติพงษ์ โดยแท้จริงครับ.........!

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter