ซัมซุงโชว์แชมป์ภาพเสียง เพิ่มช่องจำหน่ายหนุนยอดแอลอีดี

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2552 11:16:39 น.

ซัมซุง โชว์ผลประกอบการยังคง          รักษาแชมป์ตลาดในส่วนภาพและเสียง โวเป็นผู้นำทำยอดขาย แอลซีดีได้สูงสุดในตลาดเตรียมปรับกลยุทธ์หันไปจับตลาดลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงในตลาดจอ แอลอีดี ขยายช่องทางจำหน่ายลงไฮเปอร์มาร์เก็ต มั่นใจปี 53 ยอดขายจะสูงกว่าปีนี้เพราะ 2 ปัจจัยหลัก มีการแข่งขันมากทำให้ราคาลด และอานิสงส์บอลโลกช่วยคาดโต 30%

นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ภาพและเสียง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่าแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมเปลี่ยนจากโทรทัศน์จอสีมาใช้แอลซีดีทีวีมากขึ้น เริ่มชัดเจนขึ้น ซึ่งจากกรณีศึกษาจากประเทศในแถบยุโรปที่เดิมมีสัดส่วนระหว่างโทรทัศน์จอสีกับแอลซีดีเป็น 50% เท่ากัน ทั้งนี้ในปี 2549 ที่ผ่านมาพบว่าสัดส่วนโทรทัศน์จอสีลดลงเหลือเพียง 7% และแอลซีดีเป็น 93% ซึ่งในอนาคตสัดส่วนโทรทัศน์จอสีในประเทศไทยมี แนวโน้มที่จะลดลง

ขณะที่ปัจจุบันตลาดรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์โทรทัศน์มีมูลค่า 26,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโทรทัศน์สี 30-35% และแอลซีดีทีวีกับแอลอีดีทีวี 65-70% ในส่วนของซัมซุงสัดส่วนยอดขายในแง่มูลค่าแบ่งเป็นโทรทัศน์จอแบน 70% และโทรทัศน์จอสี 30% ซึ่งคาดว่าในปีหน้าจะเปลี่ยนเป็นโทรทัศน์จอแบน 80% และโทรทัศน์จอสี 20% ส่วนยอดขายในเชิงปริมาณ คาดว่าในปีหน้า โทรทัศน์จอแบนจะอยู่ที่ 50% และโทรทัศน์จอสี 50%

สำหรับในกลุ่มภาพและเสียง ปัจจุบันซัมซุงครองส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แอลอีดีทีวี แอลซีดีทีวี พลาสม่า และสลิมทีวี ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดรวม 37% โดยแนวการทำตลาดกลุ่มภาพและเสียงของซัมซุงในปีหน้ายังคงยึดหลักการการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคภายใต้ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่สวยและล้ำสมัยและการมอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีชั้นสูง โดยมีผลิตภัณฑ์แอลอีดีทีวีเป็นตัวหลักในการทำตลาด ซึ่งปัจจุบันตลาดรวมแอลอีดีทีวีในแง่ของปริมาณ 11,000 เครื่อง ทั้งนี้คาดว่าในปีหน้าจะพุ่งขึ้นเป็น 140,000-150,000 เครื่อง ซึ่งคาดว่าซัมซุงจะมียอดขายที่ 120,000 เครื่อง หรือมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 70-80% เนื่องจากเริ่มมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาทำตลาด สำหรับตลาดรวมแอลซีดีทีวีในปีนี้ในแง่ของปริมาณอยู่ที่ 800,000 เครื่อง เติบโต 20-30% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็น 1 ล้านเครื่อง จากการที่ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้แอลซีดีทีวีมากขึ้น

ปัจจุบันภาพรวมของธุรกิจผลิตภัณฑ์โทรทัศน์ของซัมซุงมีอัตราการเติบโต 14% โดยเฉพาะในเดือนกันยายนยอดขายรวมของโทรทัศน์ทุกประเภทของซัมซุงประสบความสำเร็จอย่างสูงเติบโตถึง 40% และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ด้วยการครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้ 37% แบ่งเป็นโทรทัศน์สี 40% แอลซีดีทีวีและแอลอีดีทีวี 42% พลาสม่าทีวี 37% และทีวีจอแบน 40% เนื่องมาจากการชูนวัตกรรมดีไซน์และการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้ปีนี้ซัมซุงประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสิ้นปีบริษัทจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 40% โทรทัศน์ทุกประเภทของซัมซุงประสบความสำเร็จอย่างสูงเติบโตถึง 40% และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ด้วยการครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้ 37% แบ่งเป็นโทรทัศน์สี 40% แอลซีดีทีวีและแอลอีดีทีวี 42% พลาสม่าทีวี 37% และทีวีจอแบน 40% เนื่องมาจากการชูนวัตกรรมดีไซน์และการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนให้ปีนี้ซัมซุงประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสิ้นปีบริษัทจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 40%  "ในปีนี้บริษัทเป็นเจ้าตลาดเจ้าเดียวในกลุ่มแอลซีดีทีวี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่คาดว่าจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาลุยตลาด ดังนั้นผู้บริโภคยังคงรอ เนื่องจากเมื่อมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาทำตลาดจะส่งให้ราคาของแอลซีดีทีวีลดลง ซึ่งบริษัทคาดว่าในปีหน้าการแข่งขันในกลุ่มแอลซีดีทีวีจะทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากผู้เล่นรายใหม่เริ่มเข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปลายปีนี้"

ขณะเดียวกันปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะผลักดันให้ผู้บริโภคเปลี่ยนมาใช้แอลซีดีทีวีมากขึ้นจากเดิมที่นิยมใช้โทรทัศน์สี โดยการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายซึ่งจะเพิ่มช่องทางขายของไฮเปอร์มาร์เก็ต อาทิ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ เป็นต้น เพื่อครอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้น นอกจากนี้ปีหน้าบริษัทจะเน้นการทำตลาดแบบเชิงลึกเพื่อให้ข้อมูลกับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้น

ด้านแนวโน้มตลาดรวมธุรกิจโทรทัศน์ในปีหน้าคาดเติบโต 20% ในส่วนของบริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตถึง 30% เนื่องมาจาก 2 ปัจจัยหลักคือ เรื่องของราคาที่ลดต่ำลงของแอลซีดีทีวี บวกกับผู้บริโภคที่หันมานิยมจอแอลซีดีทีวีมากขึ้น และกระแสบอลโลกซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีหน้ามีอัตราการเติบโตมากขึ้น จากปกติที่ช่วงไตรมาสดังกล่าวจะเป็นช่วงที่มีอัตราการเติบโตที่ช้า

"กระแสบอลโลกในปีหน้าจะส่งให้กลุ่มแอลซีดีและแอลอีดีทีวีเติบโต โดยเฉพาะทีวีที่มีขนาด 32 นิ้วขึ้นไป บวกกับผู้บริโภคบางกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนทีวีจากจอสีมาเป็นแอลซีดีและแอลอีดีทีวี เนื่องจากจอภาพที่ให้ภาพและเสียงที่คมชัดมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะนำกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งมาใช้เพื่อดึงผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจในช่วงปลายปีมีแนวโน้มที่จะกลับมาในแดนบวก ซึ่งส่งให้กำลังซื้อเริ่มกลับมา ทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น"

ล่าสุดซัมซุงได้มีการทำแคมเปญทางการตลาด "Miracle Rewards" ลุ้นทุกวันของขวัญล้ำค่าเพื่อเป็นการขอบคุณและส่งความสุขให้กับผู้บริโภค โดยการมอบโอกาสให้ผู้บริโภคได้ลุ้นโชคทุกวันเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 49 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.52-31 ม.ค.53 รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท และสิทธิพิเศษผ่อนชำระ 0% สูงสุด 10 เดือนและรับเงินคืนสูงสุด 7% รวมถึงการมอบการรับประกันเพิ่มจากเดิม 1 ปีเป็น 2 ปี เมื่อซื้อในช่วงเวลาโปรโมชั่น นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายหน้าร้าน การจัดบูธแสดงผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์จากการทดลองใช้สินค้าจริง การฝึกอบรมคู่ค้าและพนักงานขายเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แก่ผู้บริโภค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง