'สุเทพ'กระทืบแถลงการณ์ศอ.รส.โชว์มวลชน ไม่หวั่นโดนตั้งข้อหากบฏ

24 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินีว่า วันนี้ ศอ.รส.ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 มาแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดี นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. ฐานเป็นกบฏ รวมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการชุมนุม ซึ่งตนเห็นว่า ตั้งแต่ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมา ก็ไม่เห็นว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

คอลัมน์: นิติปกครอง: สถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552 11:53:42 น.
นายมหาชนMahachon
2004 @hotmail.com

ปัจจุบันธุรกิจบริการนวดเพื่อสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนทำงานหรือแม้กระทั่งนิสิตนักศึกษาก็นิยมใช้บริการ ซึ่งสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพนี้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 แต่จะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ติดต่อกับ "สถานบริการ" ตามกฎหมาย อาทิ ร้านคาราโอเกะ บาร์ ไนท์คลับ ภัตตาคาร เป็นต้น

ผู้ฟ้องคดีเป็นนิติบุคคลประกอบธุรกิจโรงแรม มีอาคารที่ใช้ประกอบกิจการ 2 อาคาร โดยอาคารแรกใช้เป็นห้องพัก ห้องอาหาร และอื่นๆ ส่วนอาคารที่ 2 ซึ่งเป็นอาคาร 8 ชั้น ใช้ประกอบกิจการสถานบันเทิงคาราโอเกะและเบียร์ลอยฟ้า

ต่อมาในปี 2543 ผู้ฟ้องคดีก็ได้ขออนุญาตเปิดกิจการนวดแผนโบราณจากเทศบาลนคร ซึ่งร้านนวดดังกล่าวอยู่ในอาคารเดียวกับร้านคาราโอเกะและเบียร์ลอยฟ้า แต่อยู่คนละชั้นกัน โดยผู้ฟ้องคดีได้มีการต่ออายุเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน กระทั่งปี 2547 ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้องขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพและเพื่อเสริมสวยต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด คณะกรรมการตรวจและประเมินมาตรฐานสถานประกอบการได้ไปตรวจสอบร้านนวดของผู้ฟ้องคดี และมีมติให้ผู้ฟ้องคดีปรับปรุงสถานที่ให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

ผู้ฟ้องคดีได้ดำเนินการปรับปรุงสถานที่ให้บริการนวดดังกล่าวตามคำสั่งของคณะกรรมการฯ แต่ยังเหลือ 1 รายการที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้อง คือพื้นที่ประกอบการนวดจะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ติดต่อกับสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบ เพื่อการรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐานสำหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ข้อ 10 (2) และข้อ 10 (3)ซึ่งกำหนดว่าการจะแบ่งสถานที่การให้บริการกิจการอื่นนั้นต้องไม่ใช่กิจการสถานบริการ และพื้นที่สถานประกอบการจะต้องไม่อยู่ในพื้นที่ติดต่อกับสถานบริการตามกฎหมาย แต่ร้านนวดของผู้ฟ้องคดีอยู่ในอาคารเดียวกับร้านคาราโอเกะและเบียร์ลอยฟ้า  แม้ว่าผู้ฟ้องคดีจะแก้ไขโดยแยกลิฟต์เฉพาะให้เป็นเอกเทศก็ตาม แต่ว่าในแต่ละชั้นของอาคารก็ยังมีบันไดที่เชื่อมต่อกันได้

กรณีนี้จึงถือว่ามีพื้นที่สถานประกอบการติดต่อกับสถานบริการ ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงมีหนังสือแจ้งว่าไม่สามารถออกใบรับรองมาตรฐานให้ได้ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์

ผู้ฟ้องคดีจึงนำเรื่องมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งไม่ออกใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้ฟ้องคดี

กรณีนี้ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะแยกสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 ออกจากสถานบริการตามพระราชบัญญัติดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยไม่ให้เป็นพื้นที่ติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ติดต่อกันในระดับแนวราบ หรือแม้แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ในอาคารเดียวกันก็ตาม กรณีของผู้ฟ้องคดีจึงขัดกับมาตรฐานที่ตั้งของสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ

แม้ผู้ฟ้องคดีจะอ้างว่าตนได้ดำเนินกิจการนวดแผนโบราณมาก่อนที่จะมีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าว แต่โดยที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ นี้เป็นกฎหมายเฉพาะที่ออกมาควบคุมการกำหนดมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการของสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ ส่วนการขออนุญาตดำเนินกิจการนวดแผนโบราณของผู้ฟ้องคดีเมื่อปี 2543 นั้น เป็นการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพตามเทศบัญญัติเทศบาลนคร เรื่อง การควบคุมกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ.2539 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในการควบคุมหรือกำกับดูแลด้านสุขลักษณะของการประกอบกิจการดังกล่าวโดยมุ่งเน้นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นสำคัญ

วัตถุประสงค์ของการขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กับการขอใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพจึงมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน ผู้ฟ้องคดีจึงไม่อาจอ้างถึงการได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเทศบาลนครมาเป็นข้อยกเว้นที่จะไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขข้างต้นได้

หากผู้ฟ้องคดีประสงค์ที่จะจัดตั้งสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพอย่างถูกต้อง ผู้ฟ้องคดีก็มีหน้าที่ที่จะต้องแก้ไขปรับปรุงสถานประกอบการของตนให้เป็นไปตามกฎหมาย ประกาศกระทรวงสาธารณสุขฯ ดังกล่าวจึงมิได้เป็นโทษและสร้างภาระให้เกิดกับผู้ฟ้องคดีเกินสมควรตามที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้าง การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งไม่ออกใบรับรองมาตรฐานสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ชอบด้วยกฎหมาย   คำสั่งดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นที่ยกฟ้อง (คดีหมายเลขแดงที่ อ.83/2552)เรื่องนี้ถ้าจะให้อนุญาตผู้ประกอบการต้องย้ายสถานที่ตั้งร้านนวดใหม่!

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง