สตช.สั่งคุมเข้มจราจรตั้งเป้าช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ เริ่มกวดขันจับผู้ใช้รถบนถนนอย่างจริงจัง กำชับอุบัติเหตุต้องลดลง พร้อมย้ำทุกฝ่ายต้องร่วมมือธ.ค.52-4 ม.ค.53 และเรียกช่วงเวลาดังกล่าวว่า 7 วันขับขี่ปลอดภัยเทิดไท้องค์ราชัน มีเป้าหมายลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บลงจากช่วงเทศกาลปีใหม่ 2552 ให้ได้ร้อยละ 5
พล.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวต่อว่า ศูนย์ดังกล่าว มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผอ. และมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร. เป็นกรรมการและส่วนปฏิบัติการ และจัดให้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการขึ้นในพื้นที่ ซึ่งจะมี พล.ต.ท.สัณฐานชยนนท์ ผบช.น.เป็นผอ.ในเขต กทม. ส่วนในภูมิภาคระดับจังหวัดให้ ผวจ.เป็น ผอ.ผบก.ภ.จว.เป็นกรรมการทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานของตำรวจอย่างเดียว ต้องมีการบูรณาการกันทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนด้วย ในส่วนของตำรวจเองจะเน้นการตั้งจุดตรวจและด่านตรวจแบบบูรณาการตามเส้นทางสายหลัก และสายรอง ตลอด 24 ชม. กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจรในอัตราโทษขั้นสูงสุดตามมาตรการ 3ม. 2ข. 1ร. รวมทั้งการแซงในที่คับขันขับขี่ย้อนศร ขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดง การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับขี่รถ โดยเฉพาะรถ จยย.ตลอดจนให้กวดขันการบรรทุกเกินอัตราและรถกระบะที่บรรทุกผู้โดยสารในกระบะท้ายที่ใช้ความเร็วสูงมีการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ พ.ศ.2551 และ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 อย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตามขณะนี้เริ่มดำเนินการตามแผนบูรณาการฯ แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ กทม.นั้น สามารถจับกุมผู้ไม่สวมหมวกนิรภัย 3,099 ราย เมาแล้วขับ 169 ราย อุปกรณ์ส่วนควบรถ จยย.ไม่สมบูรณ์ 5,065 ราย และไม่มีใบขับขี่ 4,973 ราย ซึ่งถือว่ามีจำนวนสูงมาก สำหรับช่วง7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2552 มีอุบัติเหตุบนท้องถนน 3,824 ครั้ง หากลดลงร้อยละ 5 เหลือ3,633 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 367 ราย ลดลงร้อยละ 5 จะเหลือ 349 ราย
วันเดียวกันที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.)พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.อุทัยวรรณ แก้วสะอาด ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการจราจรช่วงเทศกาลปีใหม่และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนที่จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด และมาตรการคุมเข้มดูแลความสงบเรียบร้อยรักษาความปลอดภัยพื้นที่ กทม.ช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจัดกำลังตำรวจอย่างเต็มที่เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในการจัดงานตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ เชื่อว่าจะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นแต่อย่างใด พร้อมกล่าวเตือนสถานบริการในการจุดพลุประทัด เอฟเฟกต์ฉลองในช่วงเคาท์ดาวน์ให้ระมัดระวังหากเป็นไปได้ขอให้งดเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอยอย่างเช่นปีที่ผ่านมา ส่วนกรณีที่เกรงว่าจะมีเหตุระเบิดเช่นปี 2550 นั้นขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่โดยจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีรายงานด้านการข่าวถึงการก่อเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
พล.ต.ท.สัณฐาน กล่าวว่า ตำรวจนครบาลได้จัด"โครงการฝากบ้านไว้กับเพื่อนบ้าน" โดยให้ทุกสถานีตำรวจในนครบาลจัดเจ้าหน้าที่ออกประชาสัมพันธ์ประชาชน และชุมชนที่อยู่ในละแวกเดียวกันให้ร่วมกันดูแลสอดส่องบุคคลต้องสงสัยที่อาจเข้ามาก่ออาชญากรรม หรืออ้างเป็นญาติเจ้าของบ้านเพื่อตรวจสอบว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่เพื่อแจ้งให้ตำรวจจับกุมได้ทันท่วงที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานตาม"โครงการฝากบ้านกับตำรวจ" ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยโครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีและมีประชาชนเข้าร่วมแล้วจำนวน 25 หมู่บ้าน โดยเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ปีที่ผ่านมามีผู้มาฝากบ้านกับตำรวจ 331 หลัง จึงขอเชิญชวนประชาชนที่ท่องเที่ยวต่างจังหวัดเข้าร่วมโครงการเพื่อช่วยสอดส่องระวังมิจฉาชีพอาศัยโอกาสในช่วงที่ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางไปต่างจังหวัด และเป็นหูเป็นตาให้กับตำรวจ
สำหรับการแก้ไขปัญหาการจราจรตามสี่แยกทั่วกทม.นั้น ผบช.น.กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเข้ามามากว่าตำรวจจราจรไม่ออกมาจากป้อมยามเพี่อช่วยแก้ไขปัญหาจราจร รถติดเร่งระบายรถ บางคนทำเพิกเฉยไม่สนใจ จึงได้หารือกับผบก.จร. และตำรวจชั้นผู้ใหญ่อื่นๆ ว่าให้ลอกฟิล์มกรองแสงที่ติดกระจกป้อมยามทุกป้อมออกให้หมดเพื่อให้ตำรวจจราจรที่เข้าเวรในป้อมยามได้เห็นสภาพปัญหารถที่ติดขัด เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีไม่ใช่มัวแต่ดูทีวี หรือนอนหลับในป้อมยาม ไม่ยอมออกมาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งได้สั่งการแล้วให้รีบดำเนินการโดยเร็ว พร้อมสั่งให้เก็บหุ่นตำรวจจราจร (จ่าเฉย)ที่ยืนตามสี่แยกต่างๆ ทั่ว กทม. ไม่ให้นำมาตั้งไว้เพราะเห็นว่าไม่มีประโยชน์ไม่สามารถลดปัญหาการจราจรได้ ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่นั้นตนจะออกสุ่มตรวจตาม สน.ต่างๆ ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ โดยจะไม่มีการบอกล่วงหน้าว่าจะไปที่ไหนขอให้ตำรวจทุก สน.ระวังให้ดี หากพบมีความบกพร่องในการทำหน้าที่ก็ต้องจัดการ
พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รอง ผบช.น กล่าวถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานในโครงการดังกล่าวว่า "โครงการฝากบ้านไว้กับเพื่อนบ้าน" เป็นหนึ่งในโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ เราจึงจัดกิจกรรมในแต่ละหมู่บ้านโดยให้คนในหมู่บ้านหรือชุมชนเดียวกันออกมาร่วมเล่นเกมส์และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันได้รู้จักชื่อและโทรศัพท์มือถือซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันดูแลและสอดส่องพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่น่าสงสัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจมากยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้เริ่มขึ้นในเดือนธันวาคม 2552 ซึ่งมีหมู่บ้านที่ร่วมโครงการแล้ว25 แห่งด้วยกัน

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter