เพิกถอนมติ ครม.17 มิ.ย.แถลงการณ์ไทย-กัมพูชา

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2552 10:14:36 น.
สมัคร สุนทรเวช

ศาลปกครองกลางพิพากษาให้เพิกถอนมติ ครม.เมื่อ 17 มิ.ย.51 กรณีให้ความเห็นชอบแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ขณะที่ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ เตรียมยื่นป.ป.ช.เอาผิดกับรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับที่นายนพดลปัทมะ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะรัฐมนตรีชุดของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลปกครองกลางได้นัดอ่านคำพิพากษากรณีนายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ กับพวกรวม 13 คน ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและคณะรัฐมนตรีที่ตกเป็นจำเลยคดีพิพาทการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร ด้วยการลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สนับสนุนการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก พร้อมแผนที่แนบท้ายศาลพิพากษาให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว และให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมีผลต่อไปจนคดีถึงที่สุด

ทางด้านนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ เปิดเผยว่า คำพิพากษาชี้ให้เห็นว่าขั้นตอนของผู้ปฏิบัติหน้าที่ขณะนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย และเตรียมยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.เอาผิดกับรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีชุดดังกล่าวต่อไป

นายนพดล  ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางมีมติให้เพิกถอนมติคณะรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่17 มิถุนายน 51 ที่เห็นชอบให้นายนพดลลงนามในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเนื่องจากเห็นว่าการดำเนินการตามขั้นตอนการทำความเห็นชอบในแถลงการณ์ดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 190 ที่บัญญัติไว้ว่ามติ ครม.ดังกล่าวได้ถูกเพิกถอนไปแล้ว ซึ่งหากเปรียบมติ ครม.กับบ้านหลังหนึ่งเท่ากับว่าบ้านหลังนั้นได้ถูกรื้อถอนออกไปหมดดังนั้น การที่ศาลปกครองมีมติเช่นนี้ก็เท่ากับว่าจะไปรื้อถอนบ้านที่ถูกรื้อไปแล้วได้อย่างไรนอกจากนี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ไม่ทราบว่าหมายถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน หรืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งโดยส่วนตัวตนเห็นว่าตนได้พ้นจากอำนาจหน้าที่ไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง