เที่ยว กิน ช็อป... หม่ำ อาหารอร่อยเมืองตรัง

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2553 11:55:35 น.

อากาศสะบัดร้อนสะบัดหนาวยังงี้กรุงเทพฯ ไม่ค่อยจะโสภาน่าอยู่เลยครับ อย่ากระนั้นเลยเราไปหาที่เที่ยวในต่างจังหวัดกันดีกว่า เหนือก็ไปกันบ่อยๆ แล้วเราลองไปเที่ยวภาคใต้กันดูบ้าง อากาศกำลังสบายๆ ไม่ร้อนไม่หนาว โดยเฉพาะจังหวัดตรังเป็นจังหวัดหนึ่งที่ติดกับทะเลอันดามัน มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางทะเลสวยงามมากมาย

ยิ่งกว่านั้น จังหวัดตรัง ยังได้ชื่อว่า เป็นเมืองแห่งอาหารการกินที่ติดตราตรึง ใจในรสชาติของนักชิมอย่างไม่รู้ลืม เช่น หมูย่างเมืองตรัง และขนมเค้กเลิศรส กับอาหารอันโอชะอื่นๆ อีกหลายสิบชนิด วันนี้เราจะไปเที่ยวแบบเจาะลึกในอาหารการกินสารพัดชนิดของคนเมืองตรังในแบบเข้าถึงก้นครัวกันเลยทีเดียว

ดังนั้นเมืองตรังจึงอุดมไปด้วยแหล่งร้านอาหารอร่อย ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของนักชิมเลยทีเดียว ทั้งของกินคาวหวาน อาหารว่างสารพัดอย่าง ตามตำรับจีนและพื้นบ้านปักษ์ใต้ เพราะตรังเป็นจังหวัดที่มีคนไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่กว่า 80% ต้นตำรับความอร่อยที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นจึงกลายเป็นเมนูอาหารขึ้นชื่อของเมืองตรัง ในปัจจุบัน ร้านอาหารต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วตัวเมืองจะเริ่มเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ยาวไปจน ถึงมื้อดึก เรียกได้ว่ามีบริการกันตลอด 24 ชม.เลยก็ว่าได้ และจากวัฒนธรรมการกินของชาวตรังนี้เองจึงเป็นที่มาของคำว่า"เมืองของคนช่างกิน" อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ และสามารถบอกเล่าถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวตรังได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ รถโดยสารสาธารณะที่อยู่คู่กับชาวตรังมากว่า 50 ปี และในวันนี้เราจะพาท่านนั่งตุ๊กตุ๊กหัวกบไปท่องเที่ยวและรับประทานของอร่อยในเมือง เจ้าคุณรัษฎา แห่งนี้กัน เริ่มกันตั้งแต่เช้าตรู่กวักมือเรียกตุ๊กตุ๊กหัวกบให้พาไปพบกับมื้อเช้าแสนอร่อยแบบต้นตำรับชาวตรังกับร้านกาแฟที่ตั้งเรียงรายอยู่บนถนนทุกสายของเมืองแห่งนี้ เรียกได้ว่าถ้านับกันดีๆ ทั้งร้านกาแฟตอนเช้า และร้านกาแฟตอนกลางคืน รวมๆ กันก็มากเกือบ 200 ร้านเลยทีเดียว วัฒนธรรมของการกินกาแฟของคนตรังโดดเด่นเป็นหนึ่ง ในเอกลักษณ์ของจังหวัด เรียกว่ากินกันตั้งแต่เช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น หัวค่ำ ไปจนดึกดื่น ส่วนกาแฟที่ชาวตรังนิยมกินก็คือกาแฟโบราณใส่นมข้นที่เรียกกันว่า "โกปี้" ส่วนโกปี้ซ้ำคือชาร้อน (ชาซีลอน) ผสมกับกาแฟ มีรสชาติกลมกล่อมหอมอร่อย และคนตรังตัวจริงขิงแท้ต้องกินกาแฟคู่กับหมูย่างและติ่มซำ

หมูย่างเมืองตรัง ขึ้นชื่อความอร่อย เนื้อหวานนุ่ม หอมกรุ่นเครื่องเทศ หนังบางกรอบและมันน้อย รสชาติอร่อยแบบไม่ต้องมีน้ำจิ้ม จนได้รับการกล่าวขานไปทั่วประเทศ ชาวตรังเชื่อว่าถ้าได้กินหมูตั้งแต่เช้าชีวิตจะได้เจอแต่เรื่องหมูๆ ว่าแล้วก็ต้องลองสักหน่อย เพราะโบราณว่าไว้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะจ๊ะ

ฟังจากคำบอกเล่าความเป็นมาของหมูย่างเลิศรสเค้าว่ากันว่าสมัยก่อนชาวจีนที่อพยพมาอยู่จังหวัดตรังได้มีการเลี้ยงหมูพันธุ์เล็กในตำบลทับเที่ยง หรืออำเภอเมืองในปัจจุบัน เป็นจำนวนมาก ต่อมาต้นตระกูลของ ร้านฟองจันทร์ซึ่งมีอาชีพชำแหละหมูขายได้รับชาวจีนมาจากมณฑลกวางตุ้งชื่อนายซุ่นเข้ามาทำงาน นายซุ่นมีความสามารถในการย่างหมูมาก หมูย่างที่ได้จึงมีรสชาติกลมกล่อม หนังกรอบอร่อย จากนั้นก็ได้มีการถ่ายทอดวิชาการย่างหมูมาเรื่อยๆ หลายต่อหลายรุ่น จนกลายเป็นสูตรลับความอร่อยของหมูย่างเมืองตรังในปัจจุบัน

นอกจากหมูย่างแล้วบนโต๊ะกาแฟของชาวตรังยังเต็มไปด้วย แต้เตี้ยม หรือติ่มซำเกือบ 20 ชนิด อาทิ ขนมจีน ซาลาเปา ฮะเก๋า อิ่วจาก้วย ปาท่องโก๋ เปาะเปี๊ยะ บะจ่าง ข้าวเหนียวสังขยา ซึ่งทั้งหมดเป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวไทยเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองตรังเกือบค่อนเมือง วางให้เลือกชิมกันจนเต็มโต๊ะ แต่อย่าตกใจหรือโวยวายว่าไม่ได้สั่งมานะ เพราะเขาเสิร์ฟกันแบบนี้ทุกโต๊ะ อยากกินอะไรก็เลือกได้ตามใจชอบ อิ่มแล้วก็จ่ายเท่าที่กินไปเท่านั้น

สำหรับปาท่องโก๋ และอิ่วจาก้วย เมื่อมาถึงที่นี่คงต้องทำความเข้าใจกันนิดหนึ่งว่าปาท่องโก๋เมืองตรังเป็นขนมนึ่งสีขาวนุ่ม คล้ายขนมถ้วยฟู ส่วนที่ชาวตรังเรียกว่าอิ่วจาก้วยนั้นก็คือปาท่องโก๋ที่เป็นคู่ๆ เหมือนของเรานั่นเอง

จากนั้นให้เจ้าหัวกบพาไปชิมและช็อปอีกหนึ่งความอร่อยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ นั่นก็คือ เค้กตรัง ขนมเค้กมีรูปที่ชาวตรังนิยมกินคู่กับกาแฟ ซึ่งมีสูตรลับความอร่อยตกทอดกันมานานกว่า 80 ปี จุดกำเนิดของขนมเค้กมีรูเริ่มต้นจากชุมชนเล็กๆ ในตำบล ลำภูรา อำเภอห้วยยอด โดย นายขุกมิ่ง หรือ ก๊กหมิง ที่ได้ความคิดการทำขนมเค้กจากชายชราชาวจีนคนหนึ่ง จากนั้นได้ทดลองทำเอง โดยการคิดค้นสูตรและวิธีการอบขนมครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ขนมก็ยังคงสุกไม่ทั่วทั้งลูก แต่ด้วยความเป็นนักคิดค้นจึงได้สร้างแบบพิมพ์ที่เจาะรูไว้ตรงกลางเพื่อให้ความร้อนกระจายให้ทั่วถึง จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเค้กพื้นเมืองภาคใต้ที่ไม่เหมือนใครในโลกมาจนถึงวันนี้

เค้กตรังพัฒนามาจากขนมไข่ หรือ "ขนมไข่ไก่" ของชาวจีนที่เดิมทีเป็นขนมก้อนกลมๆ เล็กๆ เท่ากำปั้นเด็ก ห่อด้วยกระดาษแก้ว มาเป็นรูปแบบขนมเค้กก้อนกลม มีรูแต่งหน้า ด้วยลูกเกด เติมกลิ่นปรุงแต่งหลายรสชาติ บรรจุอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม แต่ยังคงส่วนประกอบหลักของขนมไข่ของคนจีนดั้งเดิมเอาไว้ ปัจจุบันขนมเค้กตรังเป็นสินค้าโอท็อปที่มีการผลิตกันอย่างแพร่หลายกว่า 80 รายทั่วจังหวัดตรัง รวมทั้งมีรสชาติต่างๆ ให้เลือกชิมมากมาย อาทิ รสกาแฟ ใบเตย เค้กสามรส เค้กสี่รส เค้กนมสด เค้กมะพร้าว เค้กเผือก เค้กส้ม เค้กชาเขียว เค้กงาดำ และเค้กผลไม้ต่างๆ เช่น เค้กขนุน พุทรา ลิ้นจี่ ฯลฯ เหมาะที่จะซื้อไปเป็นของฝากคนที่บ้าน เป็นต้น

จากนั้นให้เจ้าหัวกบ หรือไอ้โม่งที่คนกรุงเทพฯ ใช้เรียกตุ๊กตุ๊กชนิดนี้พาไปต่อกันที่อำเภอรัษฎา เลือกซื้อไข่เค็มสูตรเด็ดแสนอร่อยจากเมืองใต้ พร้อมชมกระบวนการผลิตไข่เค็มรัษฎาของกลุ่มแม่บ้านหนองกก อำเภอรัษฎาขึ้นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์ "ไข่เค็ม" ซึ่งเป็นอีก หนึ่งผลิตภัณฑ์ของโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มสตรีบ้านหนองกกที่ได้เป็นผลิตภัณฑ์อันดับ 1 ของ อ.รัษฎา และได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ไข่เค็มรัษฎา" ซึ่งมีรสชาติความอร่อยตามแบบฉบับของตนเอง จนกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของไข่เค็มไชยาของจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปฉิบ

ของอร่อยเมืองตรังยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เพราะได้ชื่อว่าเป็นเมืองของคนช่างกินซะอย่างยังไงก็มีเมนูอาหารให้เลือกรับประทานกันทั้งวันแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นหมี่ฮกเกี้ยน ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าซุปเปอร์ อาหารทะเล อาหารตามสั่ง หรือเบเกอรี่แสนอร่อยนานาชาติที่สามารถจะสั่งซื้อได้อีกโดยไม่ซ้ำหน้ากันเลย

สรุปมาเที่ยวจังหวัดตรังครั้งนี้ที่ประทับใจผมมากนอกจากอาหารการกินแล้ว ก็ยังมีทะเลอันดามันที่มีหาดทรายสีขาวบริสุทธิ์ และน้ำทะเลสีเขียวเข้ม โดยเฉพาะถ้ำมรกตสวยอย่างมหัศจรรย์ยิ่ง และที่น่าทึ่งในทุกๆ ปีก็คือการจัดงานประเพณีวิวาห์ใต้สมุทรของจังหวัดตรังที่โด่งดังไปทั่วโลก ในเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีใหม่นี้ก็กำลังจะมาถึงอีกแล้ว ผมเสียดายที่ไปหัดดำน้ำไม่ทัน ไม่งั้นก็จะได้คู่สมรสเพิ่มขึ้นอีกคู่อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง