ชื่อของ "หมอเส็ง" พญามังกรแห่งธุรกิจขายตรงสมุนไพร เป็นเครื่อง การันตีถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ถูกคิดค้นและพัฒนาจนกลายเป็นสูตรต้นตำรับยาสมุนไพรอันมากไปด้วยสรรพคุณ กว่า 60 ปีในวงการสมุนไพรไทย สั่งสมประสบการณ์ให้ นายฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร หรือ "หมอเส็ง" เป็นผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้รักษา บรรเทาจากโรคภัยต่างๆ และหนึ่งในแนวทางที่ช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายคือการก้าวเข้าสู่ธุรกิจขายตรงในรูปแบบ MLM
แม้ "หมอเส็ง" จะคลุกคลีอยู่ในร้านขายยา "ฮกแซตึ้ง" มาตั้งแต่เกิด แต่เขาเริ่มศึกษาศาสตร์แพทย์แผนจีนอย่างจริงจังในวัย 18 ปี และหวังจะยึดเป็นอาชีพเช่นเดียวกับต้นตระกูล ปู่ ย่า ตา ยาย ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มลดความนิยมผลิตภัณฑ์สมุนไพร และหันไปนิยมยาแผนปัจจุบันมากขึ้น ทำให้ผู้มีอาชีพหมอสมุนไพรขาดตอนไปกว่า 30-40 ปี จากประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี ทำให้หมอเส็งตัดสินใจก่อตั้งบริษัทภายใต้ชื่อ บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด ในปี พ.ศ.2545 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำภูมิปัญญาและความสามารถทางการแพทย์แผนโบราณที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นับรวมกว่าร้อยปี มาผสมผสานกับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่า และเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านกระบวนการการตลาดระบบเครือข่ายที่ทันสมัยและถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นรากฐานสู่ความมั่นคงและมั่งคั่งของชีวิต
ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทยจึงถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นภายในโรงงานขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ เครื่องจักร และกระบวนการผลิตอันทันสมัย ได้มาตรฐานสากล จนได้รับใบรับรองมาตรฐาน GMP ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีความปลอดภัยสูง จนปัจจุบันผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทย "หมอเส็ง" มีสินค้าวางจำหน่ายมากกว่า 20 รายการ อาทิ ยาบำรุงร่างกาย (กล่องแดง), ยาน้ำว่านชักมดลูก สูตร 1 และ สูตร 2 , ยาน้ำกระชายดำ สูตร 1 และ สูตร 2, พลูคาวผสมเห็ดหลินจือ, ยาบรรเทาริดสีดวงทวาร, ยาสมุนไพรขมิ้นชัน, กาแฟผสมสมุนไพร
หมอเส็ง กล่าวต่อว่า ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นนำพาความเป็นไทยสู่สากล ด้วยสมุนไพรอันทรงคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติก้าวไปไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยความเป็นผู้นำแห่งสมุนไพรตลอดกาล ทำให้แสงสุริยะฉัตร เป็นองค์กรหลักในการผลักดันให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยปัจจุบันนอกจากผลิตภัณฑ์หมอเส็งจะมีการส่งออกไปจำหน่ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ยังมีศูนย์จำหน่ายในหลายประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ลาว เป็นต้น
โดยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทย ที่ถูกพัฒนาขึ้นมีทั้งชนิดน้ำ ผง และเม็ด ทั้งยาสามัญประจำบ้าน อาหารเสริม เครื่องดื่มน้ำสมุนไพร และในอนาคตจะมีการพัฒนาเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ทั้งประเภทเครื่องสำอางเพื่อหน้าขาว และลดริ้วรอย ผลิตภัณฑ์สปา โดยผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะต้องมีการทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้ จนได้รับการยอมรับถึงสรรพคุณในการรักษาแบบ 100% จึงจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออกวางจำหน่ายสู่สาธารณชนได้
"ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยทุกชนิด จะต้องผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐาน และผ่านการทดสอบเพื่อให้คุณสมบัติตามที่กำหนด เพื่อให้มีสรรพคุณในการรักษาอย่างเต็มที่ โดยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรล่าสุดที่หมอเส็งพัฒนาขึ้นและออกวางจำหน่ายคือ ยาสตรีหลังการคลอดบุตร ตราหมอเส็ง ชนิดน้ำ หลังจากใช้เวลาในการพัฒนามานานกว่า 3 ปี พร้อมทดลองวางจำหน่ายและได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดี สามารถบรรเทาอาการซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาเป็นแบบแคปซูล เพื่อเพิ่มความสะดวกในการรับประทานด้วย" ล้านบาท ในช่วงระยะเวลาเพียง 8 ปีเศษเท่านั้น
ด้วยนโยบายของบริษัทที่มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพออกสู่สาธารณชนอย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการเพิ่มจำนวนผู้จำหน่ายอิสระ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น
"หมอเส็ง" ยังตอกย้ำกลยุทธ์การสร้างยอดขายของแสงสุริยะฉัตร ที่มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพภายใต้แบรนด์หมอเส็ง ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย การจัดอบรมทีมผู้จำหน่ายอิสระเพื่อให้ได้รู้จักตัวผลิตภัณฑ์รวมถึงสรรพคุณ และเทคนิคการขายแบบมืออาชีพ และการจัดส่งเสริมการขาย อาทิ การมอบรางวัล โบนัสเที่ยวต่างประเทศให้กับผู้จำหน่ายอิสระ เพื่อกระตุ้นให้ผู้จำหน่ายอิสระมีความตื่นตัวในการขายสินค้ามากขึ้น พร้อมกันนี้ยังเชิญชวนผู้สนใจในการดำเนินธุรกิจขายตรง ผู้ว่างงานจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกแสงสุริยะฉัตร เพื่อร่วมเติบโต ก้าวไกล และสร้างความมั่นคง มั่งคั่งให้กับชีวิตและครอบครัวได้
จากข้อมูลของสมาคมการขายตรงไทย ระบุว่า ในปี พ.ศ.2551 ธุรกิจขายตรงทั่วโลกมีมูลค่าตลาดรวม 4 ล้านล้านบาท มีนักขายอิสระ 62 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สำหรับในเมืองไทยธุรกิจขายตรงมีมูลค่ารวมเกือบ 50,000 ล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจทั้งนักขายตรงอิสระ และสมาชิกที่ซื้อใช้สินค้าถึง 9 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยธุรกิจขายตรงทั้งในประเทศและต่างประเทศยังคงมีการขยายตัวต่อเนื่อง และพบว่ามีผู้เลือกธุรกิจขายตรงเป็นอาชีพหลักมากกว่าในอดีตที่เป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าธุรกิจขายตรงยังคงมีอัตราการเติบโตต่อไป

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter