เศรษฐกิจฟื้น 'มาร์ค' ลดปั่นจีดีพี

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 11:36:24 น.
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะติดตามตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจต่างๆ อีกระยะหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจเร็วขึ้นจากที่เคยคาดไว้ หากข้อมูลต่างๆ บ่งชี้ว่าสถานการณ์ปรับตัวดีขึ้นมากแล้ว

"เราจะแสวงหาจังหวะเหมาะสมในการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร จะขอรอดูตัวชี้วัดซักระยะหนึ่ง มีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้ exit plan เร็วขึ้น ซึ่งได้พูดคุยกันบ้างแล้วกับผู้กำหนดนโยบาย"

สำหรับการจัดเก็บรายได้ภาครัฐที่เกินเป้าหมาย 2 แสนล้านบาท จะนำไปสู่การปรับแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลคงจะไม่ดำเนินการเร็วจนเกินไป เพราะจะต้องมีการประคับประคองเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย ส่วนภาวะเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ การที่สหรัฐอเมริกาประกาศงบประมาณประจำปี 2554 ในระดับ 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเน้นการสร้างงานเป็นหลัก และการที่จีนออกมาตรการเข้มงวดเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจ เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความไม่สมดุลของภาวะเศรษฐกิจโลก

การที่สหรัฐกำหนดการขาดดุลงบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐมองถึงความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาการว่างงาน ซึ่งแต่ละประเทศก็ต้องตอบสนองการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของตัวเอง ส่วนจะทำอย่างไรให้การแก้ไขปัญหาของประเทศต่างๆ เกิดความสมดุลกันนั้นก็มีเวที G20 ให้ประสานได้อยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงค่าเงินบาทว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า แต่เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายหลักเกณฑ์เพื่อสนับสนุนการไหลออกของเงินก็คงจะทำให้เงินบาทไม่แข็งค่าจนเกินไป

ด้านนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.มองในทิศทางเดียวกับนายกรัฐมนตรีกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องดูจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากขณะนี้มีสัญญาณต่างๆ ดีขึ้น ขณะนี้ความจำเป็นในการใช้มาตรการการเงินการคลังแบบผ่อนคลายแบบปีที่ผ่านมามีความจำเป็นน้อยลง เป็นแนวทางที่ดี และต้องดูจังหวะที่เหมาะสม ถ้าเร็วเกินไป ช้าเกินไป ก็มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้จัดการกองทุนเพื่อการฟื้นฟู และพัฒนาระบบสถาบันการเงิน กล่าวว่า ที่ประชุม คณะกรรมการกองทุนฯ มีมติให้กองทุนไปเจรจาเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ กับผู้เสนอซื้อหุ้น ธ.นครหลวงไทย (SCIB) กระบวนการซื้อขายหุ้น SCIB จะแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้

ขณะที่แหล่งข่าวในวงการดีลซื้อขายหุ้น SCIB กล่าวเสริมว่า ทางกองทุนฯ ตัดสินใจที่จะเจรจากับผู้ประมูลที่เสนอราคาดีที่สุด ซึ่งก็คือธนชาต ราคาที่ ธ.ธนชาตเสนอซื้อหุ้น SCIB นั้นสูงกว่าหุ้นละ 31.50 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง