นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ใช้แนวทางการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำดับเบิลยูทีโอ ถึงการแก้ปัญหากรณีอียูส่งออกน้ำตาลเกินปริมาณที่ผูกพันไว้ จากที่กำหนดไว้ 1.2 ล้านตัน แต่ส่งออกจริง 1.8 ล้านตัน หรือเกินโควตากำหนดให้ส่งออกได้ถึง 6 แสนตัน ส่วนสาเหตุที่ต้องการให้หารือนอกรอบก่อนนั้นถือเป็นการเตรียมการรองรับหากจำเป็นต้องดำเนินการฟ้องร้องตามกระบวนการของดับเบิลยูทีโอ เพราะที่ผ่านมาหากเข้าสู่ขั้นฟ้องร้องจะต้องใช้เวลานาน และอาจไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ท่าทีของไทยจะเป็นอย่างไรต้องมีการหารือกับกลุ่มผู้ส่งออกน้ำตาลอื่นด้วยเพื่อให้มีน้ำหนักในการเจรจาในเวทีเบิลยูทีโอต่อไป
"เราจะเน้นการเจรจานอกรอบเพื่อหาข้อสรุป และหากเป็นไปได้จะขอให้อียูยอมรับว่าได้ส่งออกเกินโควตาดังกล่าวจริง หลังจากนั้นจะได้มาคุยกันเรื่องแนวทางการชดเชยความเสียหาย แต่ยอมรับว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ แต่โดยหลักการแล้วการชดเชยความเสียหายเป็นสิ่งที่ถือปฏิบัติกันในเวทีการค้าโลก" นายอลงกรณ์ กล่าว
สำหรับปริมาณน้ำตาลที่มีการส่งออกดังกล่าวอาจได้รับการอุดหนุนส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นส่งผลต่อราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำลง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ส่งออกน้ำตาลไทยได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ไทยจึงร่วมกับประเทศพันธมิตรผู้ส่งออกน้ำตาลหลักของโลก ได้แก่ บราซิล ออสเตรเลีย ดำเนินการให้อียูชี้แจงกรณีดังกล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวอีกว่า ในการประชุมหารืออย่างไม่เป็นทางการระดับรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเจรจารอบโดฮาของดับเบิลยูทีโอ ที่เมืองดาวอส สัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยได้แสดงท่าทีสนับสนุนการเปิดการเจรจาการค้าเสรีรอบโดฮาให้ได้ในปีนี้ เพื่อส่งเสริมให้การค้าโลกมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นจากผลการเจรจาดังกล่าวที่คาดว่าจะทำให้มูลค่าการค้าโลกขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ก็จะเป็นประโยชน์กับไทยในฐานะประเทศผู้ส่งออกโดยตรง

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter