"วูบวาบ" และ "ดับหาย" ชั่วพริบตา แม้ "กองทัพประชาชนแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" หรือ กปช. ที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย เปิดประเด็น เป็นคำสั่งจัดตั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลังบินไปหารือถึงดูไบ พร้อมแต่งตั้งให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็น "ผู้บัญชาการทหารสูงสุด" แต่ต้อง "ล้มเลิก" ไปด้วยเวลารวดเร็ว หลังถูกต่อต้านอย่างดุเดือดจาก "แกนนำเสื้อแดง" แม้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปฏิเสธไม่รับตำแหน่ง "ผู้บัญชาการทหารสูงสุด" ในทันที
แม้ พล.อ.พัลลภ ประกาศยุติบทบาท-วางมือ ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงในเวลาต่อมา
แม้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อ้างแค่เตือนไม่ให้รัฐบาลปราบประชาชน
ทว่า แนวทางการจัดตั้ง "กองทัพแดง" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ส่งสัญญาณถึงความรุนแรงไว้ไม่น้อย
เป็นสัญญาณแห่งความรุนแรง เพราะ "กองทัพแดง" ถูกจัดตั้งคล้ายรูปแบบการปฏิวัติของ "กองทัพแดง" ของ "เหมา เจ๋อตุง" ที่นำทัพ "พรรคคอมมิวนิสต์" เข้ายึดอำนาจ "เหมา เจ๋อตุง" ที่ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการประหารประชากรร่วมชาติกว่า 10 ล้านคน
มีสัญญาณแห่งความรุนแรง เพราะ พล.อ.พัลลภบินไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมด้วย "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล "ทหารรับจ๊อบ" ที่กำลังเคลื่อนไหวป่วนอำนาจรัฐอย่างบ้าระห่ำ
บินไปพร้อมกับ "แรมโบ้อีสาน" สุภรณ์ อัตถาวงศ์ และ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ซึ่งเป็น 2 "แกนนำเสื้อแดง" กองกำลังฝ่ายบู๊ 2 ขุนพลเสื้อแดง ที่การันตีความ "บ้าระห่ำ" มาแล้วกับผลงาน "อริสมันต์" ที่นำม็อบเสื้อแดงบุกล้มเวทีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยา ในวาระเดียวกับที่ "สุภรณ์" นำม็อบเสื้อแดงบุกกระทรวงมหาดไทย ไล่ล่าชีวิต นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2552 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่ความกล้า-บ้าระห่ำของ "เสธ.แดง" ไม่ต้องอธิบายถึงสรรพคุณ เพราะสังคมรับรู้โดยประจักษ์ถึงความบ้าบิ่น แบบชนิดไร้เหตุผล
แต่ทุกคนก็ไม่ได้ปฏิเสธต่อแนวทางการยกระดับ การ "ขับเคลื่อน" ของ "มวลชนเสื้อแดง"ที่กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ก่อนถึงวัน "รูดม่าน-ปิดฉาก" คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาชี้ขาด ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
และต้องยอมรับในสถานการณ์นับถอยหลังสู่วันพิพากษา คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ดูเสมือนมีการเร่งเร้าสถานการณ์ ที่ทวีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ อย่างร้อนแรง
นับตั้งแต่การยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าใส่กองบัญชาการกองทัพบก เป้าหมายห้องทำงาน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.
ต่อด้วย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ประโคมข่าวเชิงข่มขู่ มีแผนลอบสังหาร คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน รวมทั้ง ป.ป.ช. และ อดีต คตส.
ตามด้วย "มือมืด" ซิ่งจักรยานยนต์ "ปาอึ" เข้าใส่บ้านพัก นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
โหมกระแส ปั่นสถานการณ์บ้านเมืองร้อนระอุ ขณะเดียวกัน "ม็อบเสื้อแดง" ดาวกระจายบุกป่วนค่ายทหารทั่วประเทศ ยั่วยุรัฐประหาร
พร้อมกำหนดปฏิทินนำ "ม็อบเสื้อแดง" เตรียมป่วนเข้มข้นในสัปดาห์หน้า อย่างเป็นลูกระนาด
วันที่ 8 ก.พ. ไปสำนักงานอัยการสูงสุดถนนรัชดาภิเษก ทวงถาม 3 เรื่อง คือ การครอบครองที่ดินเขายายเที่ยง ติดตามกรณีการบุกรุกที่เขาสอยดาว และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่อัยการยังไม่สั่งฟ้อง
วันที่ 10 ก.พ. ไปชุมนุมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จี้ถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กรณียึดทำเนียบรัฐบาล และปิดสนามบิน
วันที่ 12 ก.พ. ไปชุมนุมที่ ป.ป.ช. ทวงถามความคืบหน้า กรณีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์
เร่งเร้าสถานการณ์สุดฤทธิ์ ปั่นกระแส สร้างสถานการณ์สุดเหวี่ยง ภายใต้เป้าหมายที่ทักษิณต้องการเขย่าอำนาจรัฐ เปิดเกมเจรจาต่อรองกับรัฐบาล
พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศพร้อมเจรจากับ "นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ก่อนถึงวันพิพากษายึดทรัพย์ เป้าหมายสูงสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องไม่ติดคุก ส่วนคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน พ.ต.ท.ทักษิณพร้อมให้ยึด 5 หมื่นกว่าล้านบาท ในส่วนที่ "งอก"หลังเป็นนายกฯ เมื่อปี 2544 และต้องคืน 2 หมื่นล้านบาทที่มีก่อนช่วงเข้ามาเป็นนายกฯ
ตั้งเงื่อนไข ต่อรอง อย่างตรงไป-ตรงมา พ.ต.ท.ทักษิณ หงายไพ่เล่น ขอเจรจาในเงื่อนไขที่ตัวเองต้องการ แลกกับการเลิกสนับสนุนม็อบเสื้อแดงป่วนเมือง
อย่างไรก็ตาม กับการเคลื่อนไหวของ "ม็อบเสื้อแดง" ตามแนวยุทธศาสตร์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นับวันดูเหมือนยิ่งฝ่อ-ไร้ประสิทธิภาพ
ไม่ว่า เกมโจมตี 2 มาตรฐาน ต่อกรณี "เขายายเที่ยง" และ "เขาสอยดาว" ที่ไม่สามารถสร้างแรงกดดัน ไม่สะทกสะท้านต่อ "ฝ่ายอำมาตย์" ไม่ว่า เกม-ยั่วยุให้ทหารปฏิวัติ ที่สั่งม็อบเสื้อแดงดาวกระจาย บุกค่ายทหารทั่วประเทศ ในสภาพที่ "เสื้อแดง" โหรงเหรง ไร้พลังกดดันกองทัพ ไร้พลังต่อรองอำนาจรัฐ
ขณะเดียวกัน เกิดความ "แตกแยก-ขัดแย้ง"ภายใน "พรรคเพื่อไทย" ระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กับ "เจ๊หน่อย" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อย่างร้อนเดือด สะท้อนถึงปัญหาความไม่เป็นเอกภาพ
ตรงกันข้ามกับ "ฝ่ายอำนาจรัฐ-ฝ่ายทหาร" ดูเสมือนยืนตั้งหลักได้แล้ว และมีการกระชับอำนาจได้อย่างเป็นเอกภาพ
มีการประชุมหน่วยความมั่นคงหลายระดับ หลายองค์กร ที่พร้อมรับมือ "แดงป่วน" ตั้งรับอย่างรัดกุม โดยเฉพาะ "กองทัพ" ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดาผบ.ทบ. ที่ "เช็คกำลัง" สั่งหน่วยกำลังหลัก ทุกกองทัพภาค ออกมาตบเท้า-พรึ่บพรั่บทั่วประเทศ แสดงความพร้อมเพรียงอย่างเป็นระบบ อย่างเป็นเอกภาพ
ขณะที่ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รรท.ผบ.ตร.สั่งตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าดูแลและติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง" พร้อมรับมือสถานการณ์
นายกฯ อภิสิทธิ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ พล.ต.อ.ปทีป ขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกัน
