คอลัมน์: ต้นซอยวิภาฯ ๓๘: ศิลปะคืออะไร (3)

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2553 09:26:16 น.
ผศ.ทวีเกียรติ ไชยยงยศ

ฉบับเมื่อวาน (เสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์) ผู้เขียนกล่าวถึงความหมายของศิลปะที่นิยามโดยนักปรัชญากรีกโบราณชื่อ อริสโตเติล นิยามว่า ศิลปะ คือการเลียนแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะจิตรกรรม และประติมากรรม จะมองเห็นความชัดเจนในการเลียนแบบ จากนั้นก็จะลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นของธรรมชาติจนได้รูปทรงที่งดงามกว่าธรรมชาติ เพื่อให้เข้ากับอุดมคติ(ideal) หรือความคิดอันสูงส่งเกี่ยวกับความงามจำเพาะของสิ่งนั้นๆ ที่คนธรรมดาทั่วไปมองไม่เห็น (form of ideal) นี่คือมุมมองของอริสโตเติล และชาวกรีกที่มีต่อศิลปะในยุคสมัยของพวกเขา

ศิลปะ คือการแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาเชื่อถือของมนุษย์แต่ละสมัยความศรัทธาเชื่อถืออาจแบ่งออกได้เป็นหลายประการคือ

1.ศรัทธาในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคม ศิลปะจะแสดงออกมาคล้ายกับเป็นมติของสังคม ไม่ใช่ของศิลปินคนใดคนหนึ่ง ศิลปินมีหน้าที่ที่จะแสดงถึงความเชื่อถือศรัทธาของสังคมให้ปรากฏเป็นรูปธรรมตามแบบแผนที่สังคมกำหนดจนกลายเป็นเอกลักษณ์ เช่น ศิลปะสมัยเชียงแสน สุโขทัย ลพบุรี อู่ทองอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญสามารถจำแนกได้ อันเป็นที่มาของศิลปะแบบประจำชาติ (traditional arts)

2.ศรัทธาในฐานะเป็นปัจเจกบุคคล มักเกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตยประกอบกับความเจริญทางเทคโนโลยี ทำให้มนุษย์สร้างสรรค์ศิลปกรรมหลากหลาย เป็นผลให้รูปแบบของศิลปกรรมเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะกำหนดขอบข่ายแน่นอนว่า การแสดงออกเกี่ยวกับความศรัทธาของศิลปินในปัจจุบันอยู่ที่ศาสนา เศรษฐกิจ หรือธุรกิจกันแน่

อีกอย่างหนึ่ง ความศรัทธาเชื่อถือของศิลปินสมัยใหม่ (Modern Arts) ยังทำให้เกิดการรวมกลุ่มกัน ตั้งเป็นลัทธิศิลปะขึ้น ศิลปินที่มีความเชื่อความศรัทธาเหมือนกัน ในแนวทางการสร้างสรรค์ศิลปะก็จะรวมตัวกัน เพื่อแสดงพลังร่วมกัน เช่น ลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ (Impressionism) ลัทธิเอกซเพรสชั่นนิสม์ (Expressionism) ลัทธินามธรรม (Abstractionism) เป็นต้น

พอถึงยุคหลังสมัยใหม่ ศิลปะแพร่กระจายถึงกันทั่วโลกด้วยระบบการสื่อสารที่ล้ำยุค ศิลปะที่สร้างจากความเชื่อถือศรัทธาก็กระจัดกระจายกันไปหมดมีความหลากหลาย ซับซ้อน และสับสนวุ่นวายมากขึ้น จนแทบจะกำหนดได้ยากว่าอะไรเป็นศิลปะ อะไรไม่ใช่ศิลปะ อะไรเป็นศิลปะดี อะไรเป็นศิลปะเลว นี่คือมุมมองของผู้ที่ยึดถือศรัทธาเป็นหลักในการนิยามศิลปะ ซึ่งออกจะกว้างขวางครอบจักรวาลอยู่มาก

ศิลปะ คือสื่อติดต่อระหว่างกันแบบหนึ่ง หรือศิลปะ คือภาษาชนิดหนึ่ง

สองคำนิยามนี้ค่อนข้างจะเป็นมุมมองของนักสื่อสารด้วยสัญลักษณ์ เช่นเครื่องหมายตัวอักษร สัญลักษณ์หมายถึง เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นเกี่ยวกับสิ่งหนึ่งตามความเข้าใจร่วมกันในสังคมใดสังคมหนึ่งโดยเฉพาะ ศิลปินเป็นผู้สร้างสรรค์เหตุและผล โดยรวบรวมลักษณะพิเศษจากธรรมชาติมาประกอบเป็นรูปทรงใหม่ ทำให้คนในสังคมเดียวกันรับรู้เข้าใจในรูปทรงที่เป็นสัญลักษณ์นั้น เช่นศิลปินนำปีกนกมาทำเป็นปีกของคน ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่า หมายถึง ผู้มีบุญญาเป็นเทวดา เทพธิดา นักออกแบบนำเอาปีกมาเป็นเครื่องหมายติดหน้าอก เป็นสัญลักษณ์ว่าคนผู้นี้ผ่านการขับเครื่องบินมาแล้วเป็นที่เชื่อถือได้

ส่วนที่ว่า ศิลปะ คือภาษาชนิดหนึ่ง น่าจะเป็นมุมมองของนักภาษาศาสตร์ นักสุนทรียศาสตร์ นักวิจารณ์ และศิลปิน ที่มองว่าศิลปะเป็นภาษาสากลที่คนทั่วโลกสามารถเข้าใจภาษาของศิลปะตรงกันได้ คำกล่าวนี้มิใช่หมายถึงตัวหนังสือ แต่หมายถึงมูลฐานสำคัญของศิลปะ (Elements of Arts) ในทางทัศนศิลป์ (Visual Arts) เช่น เส้น รูปร่าง-รูปทรง บริเวณว่าง ผิว น้ำหนัก ตลอดจนแสง-เงา และสี ที่ศิลปินนำมาผสมผสานกันให้มีความหมายด้วยหลักการของศิลปะ (principles of Arts) อันได้แก่ ดุลภาพ ความกลมกลืน ความง่าย การตัดกัน ความยาก ความลดหลั่น ความหลากหลาย และความเป็นเอกภาพ มูลฐานและหลักการของศิลปะเหล่านี้เป็นภาษาสากล

ถ้าจะกล่าวให้แคบเข้ามาในมุมมองวรรณศิลป์ศิลปะย่อมใช้ภาษาที่สื่อสารความรู้สึกสำหรับคนในชาติเดียวกันได้ เช่น วรรณกรรมต่างๆ ของไทยที่ผู้ประพันธ์สามารถสื่อสารความรู้สึกในหมู่คนไทยได้อย่างดี หรือวรรณกรรมภาษาต่างประเทศที่คนชาติอื่นที่รู้ภาษาต่างประเทศนั้นสามารถซาบซึ้งในวรรณกรรมนั้นได้เช่นเดียวกับเจ้าของภาษาเอง เช่นวรรณกรรมภาษาอังกฤษที่แพร่หลายขายดีทั่วโลก จนทำให้นักประพันธ์ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีหลายคน

ศิลปะ คือการถ่ายทอดความรู้สึกหรือแสดงความรู้สึกเป็นรูปทรง นิยามนี้คงจะเป็นมุมมองของผู้สนใจด้านทัศนศิลป์โดยเฉพาะ หรือศิลปะที่มองเห็น(Visual Arts) เช่น นักปรัชญาชื่อ คลิฟเบล (Clive Bell) ที่เขาย้ำเสมอในหนังสือของเขาว่า "คุณลักษณะเด่นโดยเฉพาะที่ปรากฏอยู่ในผลงานทัศนศิลป์นั้นคือรูปทรงที่มีนัยสำคัญ (significant form)"

การถ่ายทอดความรู้สึก (feeling) ให้เป็นรูปทรง (form) ที่มีความหมายนั้น เป็นความสามารถพิเศษของศิลปินที่จะต้องฝึกฝนทั้งทางด้านสุนทรียะและทักษะด้านการแสดงออกอย่างยิ่งยวด ศิลปินแท้เท่านั้นจึงจะทำได้...พบกับความหมายของศิลปะต่อในสัปดาห์หน้าครับ

บรรยายใต้ภาพ

มาโนชญ์ เพ็งทอง "พุทธประวัติ" ถ่ายทอดความศรัทธาเชื่อถือในศาสนาพุทธของศิลปินยุคปัจจุบัน

ทอม เวสเซลแมนน์ "นู้ดหมายเลข 98" 1967 สร้างสรรค์ด้วยภาษาทางศิลปะ (เส้น สี แสง-เงา ผิวและบริเวณว่าง) เป็นรูปทรงที่มีนัยสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง