เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ก.พ. สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมทหารกัมพูชาบริเวณพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร และบริเวณปราสาทพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยตนเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่ออธิปไตยของไทย เพราะการมาไม่สามารถอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนได้ โดยสมเด็จฮุน เซน ได้มีการแจ้งทางการไทยรับทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะเข้ามาเป็นระยะเวลานานเท่าใด ตามธรรมเนียมทางการไทยจะส่งคนไปต้อนรับ อย่างไรก็ตาม ทางการข่าวยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะร่วมเดินทางมาหรือไม่ ซึ่งหากมาจริงก็ไม่กระทบกับอธิปไตย แต่จะเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ทางกัมพูชาคงพิจารณาเองได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะแย่ลงไปกว่าเดิมหรือไม่นั้น อย่าเพิ่งไปคิดไกล แต่ให้รู้ว่าไม่มีใครอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ได้เด็ดขาด และหากวันใดนายกรัฐมนตรีของไทยจะลงไปบ้าง ก็สามารถทำได้เหมือนกับสมเด็จฮุน เซน เช่นกัน
ด้าน พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ยังอยู่ในระดับปกติ การมาเยือนของสมเด็จฮุน เซน ทางทหารไทยได้มีการเตรียมพร้อมแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผย เพราะต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ
ขณะที่นายวีระ สมความคิด ประธานภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร เตรียมยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เช้าวันนี้ เพื่อคัดค้านการเดินทางมาบริเวณพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ของสมเด็จฮุน เซน และขอให้นายกรัฐมนตรีแจ้งความเอาผิดกับสมเด็จฮุน เซน เพราะถือเป็นการเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง นอกจากนี้ หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ตนจะเดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษโดยทันที เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของสมเด็จฮุน เซน
ทางด้านนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรอคำสั่งจากแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้สั่งการใดๆ ลงมา แต่คงต้องมีการติดตามความเคลื่อนไหว ส่วนตัวเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หากสมเด็จฮุน เซน ไม่ได้ข้ามมายังฝั่งไทย ขณะที่วันนี้ตนมีกำหนดหารือข้อราชการกับนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยังไม่มีกำหนดการเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือถึงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งตนยังไม่ทราบว่านายกรัฐมนตรีจะเรียกตนไปสอบถามหรือไม่ พร้อมกันนี้ ตนได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯ หารือกับแม่ทัพภาคที่ 2 ถึงกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งคาดว่าภายในเย็นวันนี้น่าจะมีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร

คลิ้กที่นี่เพื่อจดจำหน้านี้
ส่งข่าวนี้ให้เพื่อนคุณใน Twitter