คอลัมน์: ปริทัศน์: ความหวังของสังคมไทย?

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 09:10:51 น.
โดย...รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร

มีการพูดกันเพื่อให้เกิดความปรองดองและสมานฉันท์ในสังคมไทยตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการขัดแย้งทางการเมืองรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลกระทบกับประเทศในด้านเศรษฐกิจ สังคมและอื่นๆ จะเรียกว่ากระทบกับการดำเนินชีวิตกับคนในสังคมก็ได้

อย่านึกว่าคนที่มีเศรษฐกิจดีกว่าประมาณ 15% ของประชากร หรือผู้ที่มีรายได้สูงจะไม่ได้รับผลกระทบถ้าเกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นย่อมได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่มีโอกาสเอาตัวรอดได้ดีกว่าคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจต่ำ ซึ่งมีประมาณ 30% ด้านล่าง

เคยเขียนเป็นข้อเสนอแนะว่าปัญหาข้อขัดแย้งในสังคมไทยปัจจุบันมีทางออก ไม่มีปัญหาใดในโลกนี้ที่แก้ไม่ได้ เพียงแต่ผู้มีอำนาจในสังคมไทยจะต้องมีสติเพื่อใช้ปัญญาในการแก้ไขถ้าลุ่มหลงในกิเลส ใช้โมหะ ก็จะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น ขณะนี้ทราบว่าบางส่วนของพวกท่านมีความเข้าใจในปัญหาดีขึ้น แต่บางส่วนยังกิเลสหนาอยู่รอให้ประเทศไทยพังไปก่อน?

มีการพบปะของคนในสังคมที่เรียกว่าผู้ใหญ่ เพื่อปรึกษาหารือให้ปัญหาได้รับการคลี่คลายเป็นเรื่องปกติที่การแก้ปัญหาทุกชนิดย่อมมีผู้สูญเสียแต่ทำให้น้อยลงได้ถ้าแต่ละฝ่ายเข้าใจคำว่าเสียสละคงจะต้องดูกันต่อไปว่าทางออกของผู้หวังดีต่อประเทศจะทำได้แค่ไหน?

หลังปีใหม่มานี้เหตุการณ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นไม่เป็นผลดีต่อบ้านเมืองเลยการแสดงออกของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองมีแต่จะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น? การบริหารราชการแผ่นดินก็ไม่เป็นประโยชน์กับสังคมเลย โดยเฉพาะปัญหาคอรัปชั่น ซึ่งสถาบันจัดอันดับที่เชื่อถือได้ของโลกใบนี้ได้กรุณาเลื่อนอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย!!!(เฉพาะประเทศในภูมิภาคนี้)ถ้ายังไม่ทำอะไร? เป็นที่ชัดเจนต่อสายตาชาวโลกคงจะได้เลื่อนเป็นอันดับ 1 ในปีหน้า เพราะเมื่อเร็วๆ นี้ประธานาธิบดีของอินโดนีเซียได้ประกาศนโยบายปราบปรามคอรัปชั่นขั้นรุนแรง อาจเป็นเพราะมีประชาชนเดินขบวนให้แก้ปัญหานี้?

เมื่อไหร่ประชาชนคนไทยจะทำอย่างนี้บ้าง?เอาอุจจาระและน้ำปลาร้าไปขว้างบ้านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ประโยชน์อะไร?รวมตัวกันเดินขบวนให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาของบ้านเมืองจะดีกว่า?

อยากรู้จริงๆ ว่า ผู้ที่จบออกซ์ฟอร์ดของประเทศอื่นๆ นั้นมีผลงานอย่างไร? รู้แต่ว่านักศึกษาที่จบกฎหมายจากมหาวิทยาลัยโตเกียวของญี่ปุ่นมีฝีมือในการบริหารประเทศมีชื่อเสียงไปทั่วโลก!

ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมีมากมาย ล่าสุดภาวะเงินเฟ้อซึ่งเติบโตมาหลายเดือนแล้ว เพิ่มขึ้นเป็น 4.1% แล้ว นักการเมืองร่ำรวยทั้งนั้น ค่าครองชีพสูงเท่าใดก็ไม่เดือดร้อน แต่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตลำบากขึ้นมาก?

ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลทราบหรือไม่ว่า ผลกระทบจากค่าครองชีพสูงนั้นมีหลายด้าน แต่ที่เป็นอันตรายต่อสังคมคืออาชญากรรม อย่าไปเอามูลค่าการส่งออกเป็นเครื่องวัด ส่องกระจกดูการดำรงชีวิตของคนในระดับล่างจึงจะพบความจริง?

ปรากฏการณ์ที่ทหารออกมาตบเท้า ไม่ทราบว่าจะแสดงพลังอะไร? เพราะเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ประชาชนว่าทหารมีปืนและมีอำนาจ ขอแนะนำให้ไปช่วยทำให้ 3 จังหวัดภาคใต้มีความสงบจะดีกว่า!!

ยังไม่รู้ว่าบทต่อไปของกองทัพคืออะไร?คงจะต้องย้อนกลับไปติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นต่อไป ซึ่งจะเข้มข้นมากขึ้นทั้งในสภาและนอกสภา ขอภาวนาให้ไม่เกิดเหตุการณ์อะไรที่รุนแรง ซึ่งขึ้นอยู่กับการแสดงออกของผู้มีอำนาจ ประชาชนไม่มีสิทธิ์ทำอะไรได้ นอกจากเฝ้าดู?

ดูเหมือนว่าสื่อจะกลายเป็นเครื่องมือในการกระจายข่าวลือให้คนในสังคมได้ทราบโดยเฉพาะข่าวการที่จะประทุษร้ายตุลาการและผู้ทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา ซึ่งไม่เป็นผลดีกับสังคมไทยโดยรวม

หวังว่าหลังวันที่ 26 ก.พ.53 นี้คงจะไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง ไม่ว่าคำตัดสินของศาลจะออกมาในรูปใด!

วิเคราะห์จากสภาพแวดล้อมในทางการเมืองที่เป็นอยู่เห็นว่าตัวละครที่สำคัญที่สุดคือนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ผู้อยู่เบื้องหลังหรืออำนาจแฝงไม่กล้าที่จะทำอะไร? ถ้าคุณอภิสิทธิ์ใช้กฎหมายอย่างยุติธรรมเป็นเกราะกำบัง โดยไม่มีระบบอุปถัมภ์เข้ามาเกี่ยวข้อง?

คุณอภิสิทธิ์กล้าไหม? ที่จะยืนอยู่บนความถูกต้องอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่ถือดีอย่างที่เป็นอยู่?

ประชาชนในสังคมนี้จะเป็นตัวชี้วัดเอง เลิกฟังคำประจบของนักวิชาการและคนรอบข้าง เพราะประชาชนเขาอยากเห็นความสงบสุข ถ้าทำในสิ่งที่ถูกต้องและแก้ปัญหาได้ก็จะได้รับความชื่นชม?

จะให้ประชาชนไปตั้งความหวังไว้กับใคร? ถ้าไม่ใช่นายกรัฐมนตรีสังคมไทยหวังจะเห็นการปรับตัวของผู้นำประเทศในการแก้ปัญหาของชาติเพราะบทบาทที่ผ่านมาไม่ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาของประเทศเลยเป็นการซื้อเวลาเพื่อให้คนลืม หรือไม่ก็ให้ปัญหาทุเลาไปเอง?

ประชาชนไทยปัจจุบันต้องพึ่งตัวเอง เพราะไม่สามารถพึ่งรัฐได้?ตัวละครที่สำคัญยิ่งคือ พล.อ.เปรม นอกนั้นก็เป็นคุณอนุพงษ์ คุณทักษิณ คุณสุเทพเทือกสุบรรณ คุณสนธิ ลิ้ม คนเหล่านี้คือความหวังของสังคมในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบัน จุดอ่อนของบุคคลสำคัญเหล่านี้คือกองเชียร์?

อยากให้บุคคลเหล่านี้ได้ตั้งสตินึกถึงคำสอนของท่านพุทธทาสทุกเช้าและก่อนนอน นึกถึงความเสียหายของประเทศว่าเป็นอย่างไรถ้าไม่สามารถบรรเทาปัญหาข้อขัดแย้งนี้ได้?

ท่านเป็นความหวังของประชาชนในปัจจุบัน?สมมุติว่าบุคคลดังกล่าวไม่ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ที่สามารถแก้ปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ หรือแนวทางที่ถูกหยิบยกมาเพื่อแก้ปัญหาไม่อาจตกลงกันได้ก็ยังมีอีกแนวทางหนึ่งซึ่งตัวละครที่จะกล่าวถึงก็เป็นความหวังของประชาชนเช่นกันแต่มัวแต่พะวงเรื่องผลประโยชน์ ก็อาจจะไม่ได้นึกว่าตนเองนั้นสามารถทำให้ความหวังของประชาชนสมความปรารถนาได้!

บุคคลเหล่านี้คือหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ถ้าร่วมมือกันก็หาทางออกให้สังคมได้อย่างสง่างามและเป็นประชาธิปไตยด้วย?

หันมาทำความดีเพื่อประเทศชาติและสังคมบ้าง ทุกคนมีเงินมากมายใช้ไปสิบชาติก็ไม่หมด ตายไปแล้วก็เอาไปไม่ได้ แต่การสร้างความดีไว้กับประเทศชาติมีแต่คนสรรเสริญ ขอยืนยันว่าพวกท่านนั่นแหละสามารถแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทางการเมืองที่เป็นอยู่ได้แน่นอน เพียงแต่ต้องเสียสละเพียงเล็กน้อยเท่านั้น คือหยุดหาผลประโยชน์สัก 2 ปี เพื่อให้ประเทศก้าวหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองก่อนได้ไหม?

ขอเรียนว่าวิธีการทางรัฐสภาที่เสนอนี้ท่านปฏิเสธไม่ได้เลย อย่าบอกว่าทำไม่ได้ เพราะเป็นการโกหกตัวเอง?

การช่วยเหลือประเทศชาติในครั้งนี้ ประวัติศาสตร์การเมืองไทยจะถูกบันทึกไว้ชั่วลูกหลานว่า พวกท่านช่วยแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างมีปัญญา!!

ประกาศให้ประชาชนได้รับทราบไปเลยว่า รัฐบาลใหม่ที่จะตั้งขึ้นจะประกอบไปด้วยคนเก่งที่เชิญมาเป็นรัฐมนตรีไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่ง จะเรียกว่ารัฐบาลแห่งชาติก็ได้ มีสัญญาประชาคมอยู่ข้อเดียวคือ ไม่มีการหาประโยชน์จากการบริหารราชการแผ่นดิน!

สร้างความโปร่งใสให้ปรากฏอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยตั้งคณะกรรมการภาคประชาชนชุดหนึ่ง ทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน?

สิ่งที่เสนอในบทความนี้ดูเหมือนความฝัน แต่เป็นความจริงที่เป็นไปได้ ถ้าบุคคลที่เป็นตัวละครดังกล่าวใช้สติเพื่อเกิดปัญญา เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้น?

ขอเรียนว่าบุคคลดังกล่าวสามารถทำให้สังคมมีความสุขได้ เป็นข้อเสนอที่ปฏิบัติได้เพียงแต่ต้องใช้ความกล้าหาญมากหน่อยเท่านั้น!

ขณะนี้ประชาชนอยู่ได้ด้วยความหวังเท่านั้น โดยไม่รู้ว่าปัญหาข้อขัดแย้งทางการเมืองที่มีอยู่จะได้รับการแก้ไขให้บรรเทาลงได้อย่างไร?มีความกังวลในทุกภาคส่วนว่า ข้อขัดแย้งจะรุนแรงขึ้นหรือไม่อย่างไร?

เพราะผู้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือประชาชน!!!ขอความกรุณาให้บุคคลที่กล่าวถึงในบทความนี้ ได้ตระหนักว่าท่านมีศักยภาพที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบสุขได้?

เป็นความหวังสุดท้ายของประชาชนในการทำให้ประเทศนี้เกิดความสมานฉันท์แทนความรุนแรง?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง