รายงานพิเศษ: กุ๊ยใหญ่ใครอย่าแหยม

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 10:38:28 น.

รัฐบาลพนมเปญเมื่อวันศุกร์ที่ 5 ที่ผ่านมา ปฏิเสธรายงานที่ระบุว่าทักษิณ ได้รับสัญชาติเขมรแล้ว คำกล่าวอ้างที่นำไปสู่คำขู่จากไทยว่าอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้อาจต้องสูญเสียความเป็นคนไทย

นายเขียว กันหะริด โฆษกรัฐบาลกัมพูชา เปิดเผยว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าว ซึ่งปรากฏบนเว็บไซต์ข่าวที่ต่อต้านรัฐบาล "Khmer Intelligence News" ในช่วงสัปดาห์นี้ "ไม่เป็นความจริง"

"กัมพูชาไม่เคยมอบสถานะพลเมืองกัมพูชาแก่ทักษิณ" นายเขียว กันหะริด กล่าว กระนั้นก็ดี แม้ว่ากัมพูชาจะมอบสถานะพลเมืองแก่เขา ผมคิดว่าทักษิณคงจะไม่รับมัน"

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว กัมพูชาแต่งตั้ง ทักษิณ ผู้หลบหนีกระบวนการยุติธรรมของไทย ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจ โดยการแต่งตั้งดังกล่าวและการเยือนพนมเปญบ่อยครั้งของทักษิณ ได้ก่อความไม่พอใจต่อรัฐบาลไทย และเป็นสาเหตุให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเรียกทูตกลับประเทศ

ทักษิณ ต้องเร่ร่อนอยู่ในต่างแดนนับตั้งแต่ถูกรัฐประหารโค่นล้มอำนาจในปี 2006 และในปี 2008 เขาถูกตัดสินจำคุก 2 ปีในความผิดละเมิดกฎหมายผลประโยชน์ขัดแย้ง ทั้งนี้พาสปอร์ตของอดีตนายกรัฐมนตรีรายนี้ถูกยึด จึงเป็นผลให้เขาต้องเดินทางด้วยพาสปอร์ตของประเทศอื่น

"ผมยังไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้ แต่ตามกฎหมายไทยเราให้อนุญาตพลเรือนถือสัญชาติเดียวเท่านั้น" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกกับผู้สื่อข่าว "หากเขาต้องการใช้สัญชาติกัมพูชา เขาต้องยกเลิกสัญชาติไทยก่อน"

ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองของไทยกำลังตึงเครียดและใกล้จะถึงจุดแตกหัก จู่ๆ กุ๊ยฮุน เซน นายกฯ กัมพูชา ก็มีแผนที่จะเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยทหารของกัมพูชาซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร บริเวณปราสาทเข้าพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 6-7 ก.พ.นี้ แต่ที่สำคัญก็คือข่าวลือสะพัดว่าผู้นำกัมพูชาอาจจะพานักโทษชายแม้วร่วมเดินทางมาครั้งนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่นักโทษชายแม้วจะมาป้วนเปี้ยนเหยียบชายแดนไทยพร้อมกับกุ๊ยฮุน เซน หรือไม่ มีนัยทางการเมืองสูง ถึงกับทำให้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องหารือร่วมกับผู้นำหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมดเพื่อประเมินและเตรียมรับมือกับสถานการณ์

ล่าสุดจากการยืนยันของ นายนพดล ปัทมะ ทนายคนสนิทของนักโทษชายแม้ว ยืนยันว่า นักโทษชายแม้วจะไม่เดินทางมากัมพูชาในช่วงนี้แน่นอน ขณะที่นักโทษชายแม้วแพร่ข้อความผ่านทวิต เตอร์ปฏิเสธข่าวนี้พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวเองเดินทางไปยังประเทศยูกันดาในทวีปแอฟริกาเพื่อดูลู่ทางทำธุรกิจเหมืองทองคำ

ส่วนกำหนดการของกุ๊ยฮุน เซน นั้นยังไม่ชัดเจน โดยนอกจากจะเข้ามาในเขตพื้นที่ทับซ้อนแล้ว ข่าวบางกระแสระบุว่า ผู้นำกัมพูชายังมีแผนที่จะไปป้วนเปี้ยนบริเวณชายแดนไทยกัมพูชาแถวปราสาทตาเมือนธม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นของไทย และบริเวณช่องบก จ.อุบลราชธานี

ประเด็นอ่อนไหวและอาจจะเกิดปัญหาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งอยู่ในภาวะมึนตึงต่อกันอยู่แล้วเกิดความร้าวฉานเลวร้ายลงไปอีก หากฝ่ายผู้นำกัมพูชาถือวิสาสะเข้ามารุกล้ำอธิปไตยของไทยหรือถือโอกาสแสดงความเป็นเจ้าของในพื้นที่เขตทับซ้อนซึ่งยังเป็นกรณีพิพาท

คำถามที่น่าสนใจก็คือทำไมจู่ๆ ผู้นำกัมพูชาถึงคิดเดินทางมาในพื้นที่อ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทเขาพระวิหาร ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า เป้าหมายและเหตุผลของผู้นำกัมพูชาน่าจะมีอย่างน้อย 3 ประการด้วยกันกล่าวคือ

ประการแรก กุ๊ยฮุน เซน ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเมืองภายในกัมพูชาเองค่อนข้างมาก ขณะที่คะแนนนิยมเริ่มลดลงเรื่อยๆ ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาทางการเมืองโดยเฉพาะกรณีที่ถูก นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านพลัดถิ่น ออกมาเปิดโปงว่ากุ๊ยฮุน เซน ปล่อยให้เวียดนามซึ่งเคยเป็นลูกพี่เก่าเข้ามารุกล้ำอธิปไตยยึดดินแดนบางส่วนของกัมพูชาไปอย่างหน้าตาเฉยโดยที่กุ๊ยฮุน เซน ไม่กล้าหือแม้แต่น้อย ทำให้กุ๊ยฮุน เซน ต้องปลุกกระแสชาตินิยมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของชาวกัมพูชาด้วยการสร้างภาพพยายามทวงคืนพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่อื่นตามแนวชายแดนจากไทย

ประการที่ 2 กุ๊ยฮุน เซน ต้องการสร้างภาพและโมเมเป็นหลักฐานว่ากัมพูชาเป็นเจ้าของพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทเขาพระวิหาร เพื่อผลักดันให้ยูเนสโกอนุมัติให้จดทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารและพื้นที่โดยรอบขึ้นเป็นมรดกโลกโดยกัมพูชาฝ่ายเดียว และที่สำคัญคือการรุกคืบไปถึงปราสาทตาเมือนธมและอีกหลายจุดบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา

ประการที่ 3 กุ๊ยฮุน เซน ซึ่งสมคบกับนักโทษชายแม้ว มาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว ถือโอกาสเข้ามาผสมโรงหนุนการเคลื่อนไหวของขบวนการเครือข่ายเพื่อแม้วที่กำลังมุ่งทำสงครามแตกหักล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์อยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายภายในไทยจากการออกมาเคลื่อนไหวประท้วงของกลุ่มภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหารภายใต้การนำของ นายวีระ สมความคิด

ขณะเดียวกันเกิดประเด็นใหม่ล่าสุดที่น่าสนใจก็คือการออกมาเปิดเผยของ น.พ.บูรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างข้อมูลจากสำนักข่าวเขมรอินเทลิเจนท์นิวส์ที่ระบุว่า ทางการกัมพูชาได้มอบสัญชาติเขมรให้กับนักโทษชายแม้ว ตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีที่แล้วซึ่งทำให้นักโทษชายแม้วกลายเป็นพลเมืองเขมรที่สามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างสะดวก

ด้าน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว. ต่างประเทศ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธจากกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ซึ่งก็ส่อให้เห็นว่าข่าวดังกล่าวคงจะเป็นเรื่องจริง

เพราะฉะนั้นหากนักโทษชายแม้วได้สัญชาติเขมรจริงก็เท่ากับว่า ม็อบเสื้อแดงและบรรดาเครือข่ายขบวนการเพื่อแม้วทั้งหลายที่กำลังจุดชนวนเผาบ้านป่วนเมืองอยู่ในขณะนี้กำลังชักศึกเผาบ้านรับใช้นายใหญ่ผู้ถือสัญชาติเขมรที่สมคบกับกุ๊ยฮุน เซน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง