แฉ'ครูน้อย'ซื้อบ้าน-ที่ดิน3เจ้าหนี้-โผล่ 1ยกให้5แสน อีก2ขอต้นคืน

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 09:37:54 น.

ครูน้อยวุ่นอีก ชาวบ้านแฉแอบใช้เงินซื้อที่ดิน ใช้จ่ายส่วนตัว เจ้าตัวปฏิเสธไม่มีการซื้อขายที่ดิน ไม่มีทรัพย์สินใดๆ ส่วนลูกชายทำงานบริษัทไอที มีรถเก่าๆ  ใช้คันหนึ่ง ขณะที่เจ้าหนี้ใจดีรายหนึ่งยกหนี้ครึ่งล้านให้ "ครูน้อย" อีก 2 รายขอแค่เงินต้น "กรณ์" ชี้ให้ครูน้อยแจกแจงหนี้ชัดเจน ด้าน พม.พร้อมรับดูแลเด็กในสถานสงเคราะห์ ขณะที่ ศธ.แนะส่งเด็กไป ร.ร.มีนโยบายเรียนฟรี

เจ้าหนี้รายใหญ่ยกหนี้ให้ครูน้อย

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหนี้รายใหญ่ 3 รายของครูน้อย หรือนางนวลน้อย ทิมกุล แห่งสถานรับเลี้ยงเด็กยากจนบ้านครูน้อย เจรจากับ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นตัวกลางในการประนอมหนี้กว่า 1,790,000 บาท โดยเจ้าหนี้ทั้ง 3 รายจะหยุดเก็บดอกเบี้ยรายวัน วันละ 50,000 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเจ้าหนี้รายหนึ่งยอมยกหนี้ให้ 550,000 บาท อีก 2 ราย ให้เหตุผลกู้เงินมาอีกทอดหนึ่ง ต้องขอเวลาไปเจรจากับเจ้าของเงิน ส่วนเจ้าหนี้รายย่อยจากยอดเงินกู้กว่า 8 ล้านบาท ตำรวจจะเร่งประนอมหนี้ต่อไป

ด้านครูน้อยยอมรับกระบวนการจัดเก็บเงินของสถานรับเลี้ยงเด็กยากจนบ้านครูน้อยไม่มีระบบ และไม่มีหลักฐานรายรับรายจ่ายให้ตรวจสอบที่ต้องจ้างคนงานและเจ้าหน้าที่ในอัตราสูง เนื่องจากทุกคนมีภาระที่ต้องดูแล

"กรณ์" วอน "ครูน้อย" แจงหนี้

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงปัญหาหนี้นอกระบบ 8 ล้านบาทของครูน้อย ว่า กระทรวงการคลังมีความกังวลและเป็นห่วงในเรื่องดังกล่าว เพราะในช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งเป็น ส.ส.ในช่วงแรกก็เคยทำงานร่วมกัน จึงอยากให้ครูน้อยชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจน ภาระหนี้ 8 ล้านบาทนับว่าสูงมาก ซึ่งก็ต้องหาแนวทางช่วยเหลือว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการดูแลเด็ก เพราะโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้กำหนดวงเงินไว้เพียง 200,000 บาทต่อรายและประชาชนที่มาลงทะเบียนนับล้านคนมีภาระหนี้เฉลี่ยเพียง 100,000 บาทเท่านั้น ซึ่งคงต้องดูเรื่องนี้ให้ชัดเจน

ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีปัญหาหนี้นอกระบบของครูน้อยว่า ดีเอสไอมีศูนย์แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบภาคประชาชน ซึ่งพร้อมให้การช่วยเหลือ โดยเชื่อว่าหนี้สินของครูน้อยน่าจะเป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งแนวทางความช่วยเหลือเบื้องต้นจะพิจารณาว่าหนี้สินของครูน้อยเป็นอย่างไร มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดหรือไม่

พม.พร้อมช่วยรับดูแลเด็กแทน

นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ทาง พม.ยินดีให้ความช่วยเหลือหากครูน้อยจะให้รับเด็ก

ที่ดูแลอยู่เข้ามาอยู่ในความดูแล เพราะ พม.มีสถานรับเลี้ยงเด็กอยู่แล้ว ซึ่งเด็กที่อยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์นั้น ได้รับการดูแล อาหาร ที่อยู่ และเรียนหนังสือเช่นเดียวกัน ส่วนจะให้เงินช่วยเหลือครูน้อยได้หรือไม่นั้น ต้องหารือกับนายวัลลภ พลอยทับทิม ปลัดกระทรวง พม.ถึงข้อกฎหมายก่อน เนื่องจากสถานเลี้ยงเด็กฯ ของครูน้อยเป็นองค์กรเอกชน

ด้านนางญาณี เลิศไกร รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พม. กล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือเด็กในบ้านครูน้อยจำนวน 72 คนว่า บ้านครูน้อยเคยจดทะเบียนเป็นสถานเลี้ยงเด็กเอกชน รับผิดชอบคนไม่เกิน 15 คน และในปี 2535 มาจดเพิ่มเติมขอไม่เกิน 30 คน ขณะนี้ พม.ไม่ทราบว่ามีการเลี้ยงเด็กจำนวนเท่าใด และไม่ทราบเช่นกันว่า เมื่อครูน้อยเห็นว่ามีเด็กในการดูแลจำนวนมาก ทำไมจึงไม่จดทะเบียนเป็นสถานสงเคราะห์ เพื่อได้รับสิทธิพิเศษแทนที่จะแบกรับจนเป็นหนี้สินจำนวนมาก ที่ผ่านมา พม.ได้อุดหนุนเด็กให้กับบ้านครูน้อยจำนวน 300 บาทต่อหัว เฉพาะที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ พม.เท่านั้น นอกจากนี้เมื่อประมาณปี 2550 พม.เคยอุดหนุนเงินให้กับบ้านครูน้อยแล้วกว่า 43,000 บาท พร้อมทั้งสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม พม.จะเข้าไปช่วยเหลือโดยการตรวจสอบรายชื่อเด็ก พ่อ-แม่เด็ก หากมีความต้องการที่จะอยู่ในความรับผิดชอบของ พม.ก็ยินดีที่จะรับมาเลี้ยงดู ให้การศึกษาทั้ง 72 คน โดยมีสถานที่รองรับ เช่น บ้านราชวิถี บ้านเมืองนนท์ สถานเลี้ยงเด็กบางมด ราษฎร์บูรณะ เป็นต้น ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

แนะส่งเด็กเข้า ร.ร.มีนโยบายเรียนฟรี

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวถึงบ้านครูน้อยว่า เป็นหน้าที่โดยตรงของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพราะไม่ได้เป็นเรื่องของการศึกษาโดยตรง ทั้งนี้หากนักเรียนไปโรงเรียนจะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก เพราะรัฐบาลมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ซึ่งตนเตรียมจะไปเยี่ยมครูน้อยและดูว่าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

ชาวบ้านสงสัยแอบซื้อที่ดินให้ตัวเอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณรอบบ้านพักของครูน้อย ภายในซอยราษฎร์บูรณะ 26 เขตราษฎร์บูรณะ ตั้งข้อสังเกตพฤติกรรมของครูน้อยว่า การดำเนินงานของบ้านครูน้อยไม่มีการเปิดเผยถึงจำนวนเงินที่รับบริจาค รวมทั้งมีกระแสข่าวว่า ครูน้อยนำเงินบริจาคจากหน่วยงานและรัฐบาล ไปใช้จ่ายส่วนตัวอย่างสุรุ่ยสุร่าย โดยเฉพาะมีการกล่าวหาว่า มีการนำเงินบริจาคบางส่วน และที่หน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือเข้ามาใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับบุตรของ

ตนเอง ทั้งเรื่องซื้อบ้าน และที่ดิน ที่จังหวัดสระบุรี

ด้านครูน้อย ยืนยันและปฏิเสธเรื่องดังกล่าวว่า ไม่มีการซื้อขายที่ดิน และตนไม่มีทรัพย์สินใดๆ ลูกชายของตนก็ทำงานบริษัท ทำงานด้านไอที มีรถเก่าๆ คันหนึ่ง ขับอยู่จนรถจะหลุดเป็นชิ้นๆ ตนยอมรับว่าตนผิด ที่ทำให้เรื่องราวเกิดขึ้นมา แต่สิ่งที่ตนทำไปเพราะต้องการช่วยเหลือเด็กและคนที่เดือดร้อน ไม่ได้กอบโกยหาประโยชน์ใส่ตนเองเลย โดยสมัยก่อนตนมีเงินให้คนอื่นยืม มีคนเดือดร้อนตนก็ให้ยืม แต่ทุกวันนี้ตนกลายเป็นหนี้เสียเอง และหากรัฐตัดสินใจย้ายเด็กที่ยากไร้ออกจากบ้านครูน้อยไปยังสถานพักพิงแห่งอื่นก็คงต้องยอมรับ ถึงแม้ส่วนตัวจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง