ยุ่นสอนมวยรัฐแก้มาบตาพุดเจโทรแนะใช้แนวทางระดับสากลแจงนักลงทุนเวทีโลก

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 10:04:43 น.

ยุ่นสอนมวยไทยแก้ปัญหามาบตาพุด ชงกำหนดมาตรฐานเข้มงวดตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เจโทรแนะใช้แนวทางตามหลักสากลแจงนักลงทุนเวทีโลก ด้านนายกฯ เปิดทางหนุนลงทุนจากคู่ค้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย ขณะที่ ก.อุตฯ พร้อมส่งข้อมูลให้อัยการยื่นศาลปกครองสูงสุด 9 ก.พ.นี้

นายเคียวจิ โคะมะจิ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นได้ขอให้รัฐบาลไทยชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหามาบตาพุดให้ชัดเจน และจะขอร้องอีกครั้งให้รัฐบาลใช้ความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกันนั้นให้รับฟังปัญหาของผู้ประกอบการเป็นรายบริษัท และดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาภายหลังจากที่ศาลได้สั่งระงับโครงการลงทุน 76 โครงการ เรื่องดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น และเสถียรภาพของไทยพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ขอให้รัฐบาลไทยใช้ความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทยอยู่แล้ว ขณะเดียวกันในฐานะที่ไทยเป็นผู้นำ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน อีกทั้งยังเป็นผู้นำเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นต้องสร้างความสมดุลทางเศรษฐกิจ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

"ในฐานะที่เคยเจอปัญหาสิ่งแวดล้อมมาก่อนก็ขอแนะนำหลักการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม คือ ญี่ปุ่นมีแนวคิดพื้นฐานในการแก้ปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดจากโรงงานอุตสาหกรรมให้อยู่ในมาตรฐาน โดยภาครัฐต้องดูแลอย่างเข้มงวดและกำหนดตามเกณฑ์อย่างเคร่งครัดและให้อำนาจองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นในการเข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิดด้วย รวมทั้งผู้ประกอบการญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญในการจัดการสิ่งแวดล้อมเพราะตระหนักดีว่าถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้ แต่ในส่วนขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนั้นคงไม่สามารถแนะนำไทยได้เพราะมีวัฒนธรรมที่ต่างกัน" นายเคียวจิ กล่าว

นายมุเนโนริ ยามาดะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กล่าวว่า ญี่ปุ่นต้องการให้ไทยมองปัญหามาบตาพุด และแนวทางการแก้ไขปัญหาในระดับสากล เพื่อให้นักลงทุนสามารถนำไปชี้แจงนักลงทุนในเวทีระดับโลกได้ และการชี้แจงการแก้ปัญหาโดยนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนญี่ปุ่นได้ ซึ่งญี่ปุ่นยืนยันที่จะปฏิบัติตามกฎหมายของไทยอยู่แล้ว เพราะญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

"การที่รัฐบาลไทยเร่งออกกฎหมายและแนวทางปฏิบัติออกมา ก็ยังถือเป็นกติกาใหม่ที่ในเบื้องต้นการปฏิบัติตามอาจไม่ราบรื่นมากนัก แต่คิดว่ารัฐบาลต้องพยายามหาแนวทางให้กระทบกับภาคธุรกิจและการลงทุนน้อยที่สุด"นายมุเนโนริ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัญหามาบตาพุดเกิดจากการตีความที่ไม่ตรงกัน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็พยายามสร้างความชัดเจนเช่น การประกาศระเบียบเกี่ยวกับมาตรา 67(2) ดังนั้นก็จะทำให้การลงทุนใหม่มีความชัดเจนขึ้นและในส่วนโครงการที่ถูกศาลฯ สั่งระงับนั้น ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นศาลปกครองฯ รวมทั้งการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ เพื่อมาประสานงาน จึงทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลยังให้การสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการย้ายฐานการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่น ส่วนนักลงทุนรายใหม่ได้มีการสอบถามข้อมูล และสถานการณ์มาบตาพุดเข้ามาบ้าง เพราะส่วนใหญ่มีความกังวลว่าการพิจารณาจากศาลยังไม่มีความชัดเจน หากกระบวนการมาตรา 67 มีความชัดเจนโดยเร็วจะยิ่งเป็นผลดีต่อการลงทุน

นายสรยุทธ เพชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการเพื่อส่งให้อัยการสูงสุดที่เป็นตัวแทนไปยื่นต่อศาลปกครองสูงสุด ซึ่งขณะนี้มีบางโครงการที่ยังไม่แน่ใจว่าจะยื่นหรือไม่ เพราะบางโครงการเหลือการก่อสร้างเพียงเล็กน้อย และบางโครงการมีผู้ร่วมทุนเป็นชาวต่างชาติที่ต้องรอคำตอบจากผู้ร่วมทุนก่อน ว่าหากยื่นไปแล้วจะกระทบต่อสถานะการเงินหรือไม่ โดยในวันที่ 9 ก.พ.นี้จะส่งข้อมูลให้อัยการสูงสุดเพื่อยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง