ปราชญ์เกษตรระดับประเทศ ทำเกษตรธรรมชาติด้วยเทคนิคแบบ IMO เลี้ยงหมูหลุมนวัตกรรมใหม่จากศูนย์การเรียนรู้การพัฒนายั่งยืนภาคเหนือ  

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 8 พฤษภาคม 2553 10:07:52 น.

นายโชคชัย สารากิจ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้การพัฒนายั่งยืนภาคเหนือ วัย 72 ปี กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานพัฒนาสังคมมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งปี 2550 ได้รับ "รางวัลเชิดชูเกียรตินักสัตวบาล" จากสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ด้วยการนำแนวทางการเลี้ยงหมูหลุม ซึ่งเป็นการเลี้ยงสุกรแนวทางธรรมชาติของประเทศเกาหลีเข้ามาในประเทศไทย

เมื่อปี พ.ศ.2543 แล้วดัดแปลงวิธีการเลี้ยงให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในท้องถิ่น โดยจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้การพัฒนายั่งยืนภาคเหนือ บ้านดงพระพร ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการทำเกษตรธรรมชาติมากว่าสิบปี จนมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในภาคเหนือ ปัจจุบันมีเกษตรกรกว่า 16,000 คน ที่เคยเข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์แห่งนี้ ซึ่งเน้นคนที่มีใจรัก และต้องการทำจริง

นายโชคชัย กล่าวว่า "การทำเกษตรธรรมชาติเทคนิค IMO เป็นที่รู้จักอย่างดีในระดับสากลโดยเฉพาะนักวิชาการจากสมาคมเกษตรธรรมชาติประเทศเกาหลีเดินทางมาดูงานและเป็นที่ปรึกษาให้แก่ทางศูนย์แห่งนี้อย่างต่อเนื่อง บนพื้นที่เพียง 26 ไร่ "เน้นการเปลี่ยนวิธีคิดจากเชิงมูลค่า เป็นคุณค่า" โดยมุ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้แก่ผู้ที่ต้องการทำเกษตรอย่างชาญฉลาดด้วยการเปลี่ยนเทคนิคต่างๆ ให้เอื้อประโยชน์เชิงพึ่งพิงธรรมชาติ

เทคนิคแบบ IMO (Indigenous Micro Organism) คือการเพาะเชื้อราขาวจากต้นไผ่เป็นองค์ประกอบสำคัญ แล้วนำไปปรับใช้กับการเกษตรในฟาร์มได้หลายอย่าง เช่น ใช้ผสมเป็นอาหารเลี้ยงสุกร ผสมน้ำรดภายในคอกสุกร การเพาะเชื้อราขาวในดินเพื่อใช้เป็นปุ๋ยชีวภาพ การใช้ประโยชน์จากมูลสุกรผลิตเป็นปุ๋ยหมัก IMO ดังนั้นประโยชน์ที่เกิดจากการเลี้ยงหมูด้วยวิธีแบบเกษตรธรรมชาติ จึงมีหลายอย่างได้แก่ 1.ลดต้นทุนค่าอาหารได้ถึง 70% 2.ลดภาระการเลี้ยงหมูของเกษตรกร เนื่องจากไม่ต้องทำความสะอาดพื้นคอก 3.ลดมลภาวะของเสียจากการเลี้ยงหมู "ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีแมลงวัน" และที่สำคัญที่สุดคือ 4.ได้ปุ๋ยอินทรีย์จากการเลี้ยงหมู ซึ่งเป็นการเปลี่ยนมุมมองการเลี้ยงหมูแบบเดิมที่เคยมองหมูที่ขุนได้เป็นผลผลิต แต่แท้จริงแล้วหมูยังเป็นผู้ผลิตปุ๋ยที่ดีได้อีกด้วย

สำหรับเทคนิคการสร้างโรงเรือนหมูหลุม  1.ควรสร้างบนที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง  2.สร้างโรงเรือนตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก  3.วัสดุมุงหลังคา เช่น แฝก จาก กระเบื้อง (ขึ้นอยู่กับงบประมาณ)

4.พื้นที่สร้างคอก คำนวณจาก จำนวนสุกร 1 ตัวต่อพื้นที่
1.2 ตารางเมตร (คอกขนาด 2x3 เมตร เลี้ยงได้ 5

ตัว)  การเตรียมพื้นที่คอกหมูหลุม  1.ขุดดินออกในส่วนพื้นที่จะสร้างคอก ลึก 90 ซม.

2.ใส่แผ่นไม้หรืออิฐบล็อก กั้นด้านข้างคอกเหนือขอบหลุม สูงประมาณ 1 ฟุต  3.ใส่วัสดุรองพื้นคอกลงไปในหลุม ซึ่งประกอบด้วย ขี้เลื่อย หรือแกลบ 100 ส่วน ดินส่วนที่ขุดออก 10

ส่วน เกลือ 0.5 ส่วน ผสมขี้เลื่อยหรือแกลบกับ
ดินและเกลือใส่ลงไปเป็นชั้นๆ สูงชั้นละ 30
ซม. แล้วราดด้วยน้ำหมักชีวภาพลงบน
แกลบ ให้มีความชื้นพอหมาดๆ (ความชื้น
ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์) โรยดินที่มีเชื้อ
ราขาวบางๆ ทำจนครบ 3 ชั้น ชั้นบนสุด
โรยด้วยแกลบปิดหน้าหนา 1 ฝ่ามือ  4.ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน จึงนำหมูมาเลี้ยง

การจัดการเลี้ยงดูลูกหมูที่นำมาเลี้ยง ควรมีน้ำหนักตั้งแต่ 15-20 กก. ในช่วงเดือนแรกให้ใช้อาหารเม็ดหมูอ่อนก่อน หลังจากนั้นเมื่อเป็นหมูรุ่น (น้ำหนัก 30-40 กก.) ค่อยเปลี่ยนเป็นอาหารผสมพวกรำ ปลายข้าว และผสมพืชหมัก เศษผักหรือผักต่างๆ ในท้องถิ่น น้ำดื่มให้ใช้น้ำหมักสมุนไพร น้ำหมักผลไม้ อัตรา 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตร ใช้น้ำหมักชีวภาพรดพื้นคอก สัปดาห์ละครั้งเพื่อช่วยลดกลิ่น

ประสบการณ์ช่วงชีวิตอันยาวนานของคุณโชคชัย บอกกล่าวว่า "โอกาสดีๆ หลายอย่างในชีวิตนั้นเริ่มจากที่แม่โจ้ ใครๆ มักเรียกผมว่า พี่หมู่ เพราะก่อนเข้าเรียนเคยไปเป็นทหารมาก่อน ขณะเรียนก็มีโอกาสได้ทำหลายๆ อย่าง เป็นประธานรุ่น เป็นพี่ที่ช่วยเหลือน้องๆ เป็นติวเตอร์ที่ช่วยฝึกภาษาอังกฤษ ตลอด 5 ปีที่อยู่แม่โจ้ทำให้ได้ฝึกทำงาน เมื่อเรียนจบก็ได้โอกาสไปทำงานที่ลาวเพราะภาษาอังกฤษดี โดยไปพัฒนาพื้นที่ชนบทของลาว เมื่อกลับมาก็ทำหลายๆ อย่าง จนกระทั่งมาทำเกษตรธรรมชาติ อยากฝากถึงคนเกษตรรุ่นใหม่ให้มีความมุ่งมั่น ขยันเรียนรู้เทคนิคต่างๆ เพื่อนำไปปรับใช้ เน้นการผลิตเชิงคุณค่าแล้วเราจะไม่จนแน่นอน"

หากเกษตรกรท่านใดต้องการเข้าศึกษาดูงานศูนย์เรียนรู้การพัฒนา ยั่งยืนภาคเหนือ บ้านดงพระพร ต.ป่างิ้ว อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ติดต่อได้ที่ คุณโชคชัย สารากิจ โทรศัพท์ 08-1386-3743, 08-1801-1086, 08-9154-3754 ขอบคุณข้อมูลจากฝ่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่

นิวัตร ธาตุอินจันทร์/เชียงใหม่
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง