ข่าวอินโฟเควสท์
15:04 ญี่ปุ่นเล็งหนุนความสามารถในการสร้างรายได้ เหตุจำนวนประชากรเริ่มลดลง   รายงานล่าสุดจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ญี่ปุ่นควรส่งเสริม "ความสามารถในกา…
15:02 ฟิทช์เผยไทยมีแนวโน้มปล่อยสินเชื่อในอัตราที่เร็วขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง แต่ยังคงมีแรงกดดัน   ฟิทช์ เรทติ้งส์ เผยการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ของไ…
14:46 สคร.เร่งรัด 7 รสก.เบิกจ่ายงบลงทุนในช่วงที่เหลือของปีงบ 57ให้ได้ตามเป้า   รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ระบุว่า ตามที่ …
14:44 (เพิ่มเติม) บอร์ด PTT มีมติเร่งขายหุ้น SPRC-BCP/แยกธุรกิจท่อก๊าซ ก่อนเลือกตั้งใหม่   บมจ.ปตท. (PTT) ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทชุดใหม่นัด…
14:42 ASP มอง SET ช่วงสั้นปรับฐาน เงินไหลกลับจากความกังวลสหรัฐ-อังกฤษเลิก QE   นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส (ASP) …

'สมพงษ์ฟาร์ม'ตัวอย่างฟาร์มสุกรพันธุ์ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2553 11:05:16 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ นำคณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม "โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรายย่อย ฟาร์มสุกรพันธุ์" ณ สมพงษ์ฟาร์ม ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

เครือเจริญโภคภัณฑ์ เริ่มต้นโครงการสร้างงานสร้างอาชีพขึ้นในปี 2518 โดยนำเอาระบบงานส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกร ที่เรียกว่า "โครงการ Contract Farming" มาดำเนินการ โดยมีแนวคิดในการส่งเสริมเพิ่มอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่และสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยโครงการแรกที่เข้าไปส่งเสริมอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร คือ โครงการส่งเสริมการเลี้ยงไก่กระทง ณ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 200 ครอบครัว ต่อมาได้มีการขยายพื้นที่โครงการเพิ่มขึ้นอีกหลายจังหวัด และครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และยังได้รับความสนใจจากเกษตรกรอย่างมาก จึงทำให้ปัจจุบันเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในนาม บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มีจำนวนสมาชิกเข้าร่วมใน "โครงการ Contract Farming" ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 10,000 ราย

โครงการ Contract Farming มีส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ส่วนสำคัญ คือ ตัวเกษตรกร บริษัท และสถาบันการเงิน โดยอันดับแรกเริ่มจากตัวเกษตรกรที่มีความสนใจเข้าร่วมโครงการ ได้รับคำแนะนำจากทางบริษัท และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโครงการ จากนั้นจึงทำการกู้เงินจากสถาบันการเงินเพื่อมาใช้ในการลงทุนโดยทางบริษัทจะเป็นผู้รับรองให้ โดยในการลงทุนเริ่มแรก ใช้เงินลงทุนอยู่ที่ 6-7 ล้านบาท เพื่อเปิดฟาร์มขนาด 300 แม่ และใช้ระยะเวลาคืนทุนอยู่ที่ 6 ปี

ในการทำฟาร์มสุกรพันธุ์ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ คือ เรื่องของสภาพแวดล้อม จึงต้องมีการนำระบบไบโอแก๊สเข้ามาจัดการ เพื่อช่วยในเรื่องของความสะอาดและของเสียที่เกิดจากฟาร์ม อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการประหยัดกระแสไฟฟ้าอีกด้วย

อีกทั้งเกษตรกรยังได้รับความรู้และคำปรึกษารวมทั้งการวางแผนโดยทีมนักวิชาการของบริษัท และได้รับพันธุ์สัตว์ อาหารสัตว์ ยา วัคซีน ซึ่งมีคุณภาพสูง โดยบริษัทเป็นผู้จัดหาให้ และยังได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยแล้วสามารถคืนเงินจากการลงทุนหมดในระยะเวลา 7-8 ปี จะเห็นได้ว่าข้อดีดังกล่าวเมื่อผนวกกับความสามารถและการเอาใจใส่ของตัวเกษตรกร ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงกับการขาดทุน เกษตรกรที่เข้าร่วม "โครงการ Contract Farming" จึงมีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ ซึ่งจะเห็นได้จากเกษตรกรในยุคแรกๆ หลายรายที่ยังคงดำเนินธุรกิจร่วมกับบริษัทมาเป็นเวลากว่า 38 ปี

สมพงษ์ฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 6 ต.สระกระโจม อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เป็นฟาร์มสุกรพันธุ์ขนาด 220 ตัว บนพื้นที่ทั้งหมด 6 ไร่ โดยมี น.ส.สมพงษ์ เอี่ยมเมือง เป็นเกษตรกรเจ้าของฟาร์ม มีโรงเรือน 2 หลัง คือโรงเรือนผสม-อุ้มท้อง และโรงเรือนคลอด ระบบการให้อาหารแบบรางปูน ระบบโรงเรือนเป็นระบบปิดปรับอากาศด้วยการระเหยของน้ำ หรือ Evaporative Cooling System (EVAP) มีบ่อไบโอแก๊ส 1 บ่อ

น.ส.สมพงษ์ เอี่ยมเมือง กล่าวว่า ได้เข้าร่วมโครงการมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ได้ใช้เงินลงทุนไปทั้งหมด 2,462,000 บาท ในการทำฟาร์มสุกรแบบปิด โดยคิดเป็นค่าก่อสร้างเฉลี่ยต่อตัวประมาณ 11,000 บาท ปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 1,461,376 บาท/ปี เฉลี่ยประมาณ 121,781 บาท/เดือน หักเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 27,500 บาท/เดือน มีเงินเหลือประมาณ 94,281 บาท/เดือน เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนไม่มากนักเนื่องจากมีการนำพลังงานไบโอแก๊สเข้ามาช่วยในการผลิตกระแสไฟฟ้า และหุงต้มภายในครัวเรือน ทำให้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ถึง 50% จากที่เมื่อก่อนเคยเสียค่าไฟเดือนละ 24,000 บาท แต่ปัจจุบันเสียเพียง 12,000 บาท

ปัจจุบันเกษตรกรที่เข้าร่วม "โครงการ Contract Farming" มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ไม่ต้องไปทำงานไกลบ้านได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัว ส่งต่ออาชีพถึงรุ่นลูกหลาน

จากการดำเนินโครงการมาเป็นระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ พบว่าเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาชีพที่มั่นคง เนื่องมาจากการที่เกษตรกรสามารถทำงานได้บนที่ดินของตนเองจึงสามารถทำงานที่บ้านได้โดยไม่ต้องอพยพไปทำงานที่อื่น อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถใช้พื้นที่บนที่ดินของตนเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเกษตรกรสามารถทำอาชีพเสริมจากการเลี้ยงสัตว์ เช่นปลูกผัก เลี้ยงปลา ทอผ้า เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับเกษตรกรอีกด้วย

บรรยายใต้ภาพ
สมพงษ์ เอี่ยมเมือง
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง