การปลูกผักไฮโดรแบบลดต้นทุน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553 11:31:34 น.
ณัฐพงศ์ (ศุภชัย) อรชร/นครราชสีมา

สู้ไม่ไหวหรอก ลงทุนสูง...ยุ่งยาก...ผักผู้ดี..ผักนายทุนใครจะไปสู้ไหว...ฯลฯ...สารพัดคำพูด ตามความเข้าใจของแต่ละคน เพราะนับตั้งแต่การปลูกผักระบบไฮโดรโปรนิค เข้ามาในเมืองไทย จำไม่ได้ละว่าเมื่อไหร่ เพราะทีแรกก็ไม่ค่อยสนใจ ก็เนื่องจากสาเหตุที่คล้ายๆ กัน ดังนั้นการปลูกผักแบบนี้จึงเข้าสู่ระบบของผู้ที่มีทุนและมีความรู้เสียเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เกษตรกรทั่วไปจึงไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก แม้จะมีการจัดการอบรม ก็ได้เพียงความรู้ประดับเท่านั้น  แต่นับเวลานี้ ความคิดดังกล่าวได้ถูกพังทลายลง การปลูกผักนายทุนจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้มีเงินทุน แต่กลายมาเป็นเกษตรกรธรรมดาที่มุมานะจนประสบความสำเร็จในการปลูกผักไฮโดรโปรนิค สามารถปลูกผักไฮโดรเลี้ยงชีพด้วยรายได้ที่งดงาม

คุณลุงสนิทและคุณป้าสมศรี ปังเกตุ ชาวอำเภอขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา สองสามีภรรยาที่ผมคุ้นเคยในฐานะเกษตรกร ที่ประสบความสำเร็จในการปลูกผักนายทุนได้สำเร็จเป็นรายแรกและรายเดียวในโคราช โดยเมื่อ 4 ปีก่อน คุณลุงสนิทได้เคยมาปรึกษากันว่า จะทำโรงเรือนปลูกผักกางมุ้ง จนกระทั่งเวลาผ่านไปสองสามีภรรยา ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความสำเร็จที่น่าชื่นชม ผมเองก็แอบปลื้มและดีใจกับแก จนวันหนึ่งได้พบกับแกโดยบังเอิญที่ตลาด ก็ได้ทักทายพูดคุยกัน ลุงแกก็เล่าให้ฟังพอสังเขป  เลยนัดกันว่าจะไปเยี่ยมชมและขอดูความสำเร็จในผลงานของแก

ลุงสนิทกับป้าสมศรีตาม เล่าความเป็นมาก่อนที่จะประสบความสำเร็จ แรกเริ่มเดิมทีแกก็เป็นเกษตรกรธรรมดาๆ ทั่วไปในอำเภอ และด้วยที่แกชอบศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาประกอบอาชีพการเกษตรของแก คุณลุงสนิทจึงมักที่จะเดินทางไปอบรมตามที่ต่างๆ ตามที่หน่วยงานต่างๆ จะจัดขึ้น จากเหตุที่แกเดินทางไปอบรมบ่อยๆ นี่เอง ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า "ทำไมเราถึงต้องเดินทางไปดูโน่น ดูนี่ อำเภอของเรางานของเราไม่มีอะไรให้ใครดูเลยหรือ น่าจะมีอะไรสักอย่างที่แตกต่างและน่าสนใจ เพื่อให้เขามาดูเรา แทนที่เราจะไปดูเขา" ความคิดเช่นนี้จึงเป็นคำถามติดตัวแกตลอดเวลา จนกระทั่งลูกเขยของลุงสนิท ได้มาบอกว่าที่กรุงเทพฯ เขาจัดการอบรม การปลูกผักไฮโดรฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย" ลุงสนิทแกเลยเดินทางไปอบรมด้วยทุนของตัวเองทุกบาททุกสตางค์ ครั้นอบรมเสร็จกลับมา ก็ได้นำเอาสิ่งที่ได้มา นำไปปรึกษากับหน่วยงานในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง แต่ทุกคนปฏิเสธในแนวความคิด ต่างมองว่าเป็นไปไม่ได้ จนกระทั่งได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาคุณบังอร เกษตรอำเภอขามทะเลสอ ในสมัยนั้น ด้วยความที่เห็นการณ์ไกลคุณบังอรจึงตอบรับและให้การสนับสนุนในส่วนที่ให้การสนับสนุนได้ ดังนั้นก็เหมือนมีกำลังใจ คุณลุงสนิทพร้อมกับคุณป้าสมศรีจึงตัดสินใจลงมือทำทันที โดยจัดการปรับแต่งพื้นที่ แล้วลงมือก่อสร้างโรงเรือนด้วยสองแรงของคุณลุงและคุณป้า ไม่นานโรงเรือนก็สำเร็จเป็นรูปร่าง ชุดปลูกและอุปกรณ์ต่างๆ นำมาติดตั้ง ซึ่งล้วนใช้ต้นทุนแบบประหยัดทั้งสิ้น กระแสไฟฟ้าชนิดพิเศษเพราะไฟฟ้ามีไม่ถึงบ้าน ขุดบ่อน้ำบาดาลเพื่อนำมาใช้ เมล็ดพันธุ์และอาหาร ถูกสั่งจากบริษัทที่จำหน่าย มุ้งครอบคุณป้าเย็บเอง

จากการทดลองค่อยๆ ปลูกค่อยๆ ทำ ทำให้เกิดประสบการณ์มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผลผลิตออกมา ลุงสนิทก็ลองนำออกจำหน่าย แรกๆ ก็ไม่มีลูกค้า เพราะราคาสูง (ต้นทุนสูง) ก็ยังคงมีแต่ข้าราชการในท้องถิ่น ที่ช่วยอุดหนุน ก็ด้วยความเกรงใจ แต่ครั้นเมื่อนำไปบริโภคแล้ว ปรากฏว่าเป็นที่ถูกใจ จึงได้บอกกล่าวกันชนิดปากต่อปาก จนกระทั่ง เริ่มเป็นที่ต้องการทั้งในและนอกพื้นที่ แม้แต่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ก็มีเพียงลุงสนิทคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปจำหน่ายได้ ต่อมาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นเกษตรกรคนเก่งของอำเภอ มีหน่วยงานและผู้สนใจทั้งใกล้และไกลเข้าอบรมศึกษาดูงานสม่ำเสมอ

ทุกวันนี้ ลุงสนิทและป้าสมศรี มีความสุขกับการที่ได้ผลิตอาหารดีๆ ที่มีประโยชน์และปลอดภัย เป็นอาหารให้แก่ประชาชนทั่วไป และจำหน่าย ในราคาถูกที่สามารถซื้อได้ ผมได้ถามคุณลุงว่า คิดจะพัฒนาต่อไปยังไง ลุงสนิทแกยิ้มและแสดงสีหน้าที่บ่งบอกถึงความมุมานะและมั่นใจว่า แกอยากจะทำผักกินผล เพราะเห็นว่าเมื่อปลูกผักกินใบแล้วก็น่าจะมีผักกินผล ก็เลยเอาใจช่วยอยากให้แกทำได้ อย่างน้อยก็เป็นแบบอย่างให้เกษตรกรได้คิดเปลี่ยนแนวความคิดเก่าๆ ที่อะไรก็ยาก กลับมาเป็น ไม่มีพืชอะไรที่เกษตรกรไทยทำไม่ได้..

ส่วนปัญหาก็มีเพียง โรงเรือนที่มีอายุ 4 ปี ซึ่งสร้างจากเศษวัสดุเหลือใช้ ก็เริ่มทรุดโทรมลง จำต้องรื้อแล้วสร้างใหม่ และหลังคาที่ไม่มีนอกจากมุ้งอย่างเดียว จึงลำบากในช่วงหน้าฝน แต่ปัญหานี้ผมก็ได้ช่วยให้แนวคิดแกไปแล้ว โดยทำเป็นจั่วแบบพับขึ้น-ลง สามารถคลุมแปลงที่เพาะปลูกได้ ประหยัดและสะดวก

การปลูกผักไร้ดินของคุณลุงสนิทและป้าสมศรี ปังเกตุ เป็นหนึ่งในทางเลือกและน่าศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในความคิดต่อยอดของผู้ที่สนใจ หากท่านใดสนใจอยากจะพูดคุย หรือเยี่ยมชมผลงานแบบชาวบ้าน ก็ลองโทรศัพท์พูดคุยกับคุณลุงได้ที่ 08-1074-2284 และ 08-0331-2220 บ้านพวงพะยอม อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง