"อภิสิทธิ์"เล็งเสนอทางออกประเทศให้บ้านเมืองเดินหน้า-เลือกตั้งเรียบร้อย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เตรียมจะทำข้อเสนอไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ต่อแนวทางที่จะทำให้ทุกฝ่ายยอมรับว่าบ้านเมืองควรจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร โดยจะเป็นการนำข้อเสนอจากจุดร่วมของฝ่ายต่างๆ มาหาข้อยุติ ซึ่งโจทย์ที่สำคัญคือการทำบรรยากาศการแก้ปัญหาบ้านเมือง...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

แนะเกษตรกรปรับหน้าดินเพื่อลดปัญหาข้าวแก่ไม่พร้อมกัน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2553 09:45:24 น.

ผู้เชี่ยวชาญข้าว BIOTEC แนะเกษตรกรปรับสภาพแปลงปลูกให้เรียบลดปัญหาข้าวสุก-แก่ไม่พร้อมกัน และช่วยเพิ่มผลผลิตข้าว 10-20% รวมทั้งในช่วงที่ข้าวตั้งท้องควรให้ปุ๋ยที่มีค่า K สูงเพิ่มกระตุ้นการสะสมของคาร์โบไฮเดรต

ดร.เฉลิมพล เกิดมณี ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่นาข้าวหลายแห่งประสบปัญหาเรื่องการสุก-แก่ที่ไม่พร้อมกันของพันธุ์ข้าวที่ปลูก ทำให้เกษตรกรต้องเสียรายได้จากปัญหาดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 10-20 ของผลผลิตทั้งหมด อย่างไรก็ตามผลการวิจัยพบว่าปัญหาการสุก-แก่ไม่พร้อมกันของข้าวนั้น สามารถแก้ไขได้โดยวิธีการปรับสภาพดินในแปลงให้เรียบเสมอกันก่อนทำการปลูก ซึ่งจะทำให้เกษตรกรสามารถควบคุมระดับน้ำในแปลงให้สม่ำเสมอและสอดคล้องกับความต้องการของข้าวในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งยังช่วยให้การใส่ปุ๋ยมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นข้าวในแปลงจึงมีอัตราการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอกัน และมีปัญหาโรคแมลงน้อยกว่าการปลูกข้าวโดยไม่มีการปรับสภาพแปลง

"เดิมทีพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรไทยใช้จะเป็นพันธุ์ข้าวที่ไวแสง ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวที่ตอบสนองต่อช่วงแสงที่เหมาะสม ทำให้ต้องปลูกให้ตรงตามฤดูกาล จึงไม่มีปัญหาเรื่องการสุก-แก่ของข้าวที่ไม่พร้อมกัน แต่เนื่องจากกระแสความต้องการข้าวที่เพิ่มขึ้นทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางหันมาปลูกพันธุ์ข้าวอายุสั้น ซึ่งมีอายุการเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 90 วันและเป็นพันธุ์ข้าวไม่ไวแสงมากขึ้น ดังนั้นขั้นตอนการเตรียมแปลงปลูกให้เรียบเสมอกันก่อนทำการปลูกจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจะทำให้ข้าวทั้งแปลงได้รับน้ำและธาตุอาหารที่สม่ำเสมอ ซึ่งจากผลการทดสอบในแปลงของเกษตรกรหลายแหล่งพบว่า การปรับสภาพดินให้เรียบทำให้มีผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นไร่ละ 10-20% ขณะที่เกษตรกรมีต้นทุนเพิ่มจากการไถดะและไถพรวนเพียงไร่ละ 200 บาทเท่านั้น" ดร.เฉลิมพล กล่าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านข้าว BIOTEC กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องการปรับสภาพแปลงให้สม่ำเสมอแล้ว ก่อนลงมือปลูกเกษตรกรควรวิเคราะห์ธาตุอาหารในดิน จากนั้นจึงเลือกสูตรปุ๋ยที่สอดคล้องกับความต้องการของพืชแทนจากให้ตามความเคยชินเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดต้นเรื่องปุ๋ยเคมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 20-30 และยังทำให้ผลผลิตข้าวของเกษตรกรเพิ่มขึ้นด้วย  โดยเฉพาะในช่วงที่ข้าวเริ่มตั้งท้อง ซึ่งเป็นช่วงที่ข้าวต้องเร่งสะสมคาร์โบไฮเดรต เกษตรกรควรใส่ปุ๋ยสูตรที่ค่าไนโตรเจน (N) หรือยูเรียต่ำๆ เพราะไนโตรเจนมีคุณสมบัติในการยับยั้งการสะสมของคาร์โบไฮเดรต ดังนั้นหากต้องการให้เมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ไม่ลีบ เกษตรกรควรเปลี่ยนมาให้ปุ๋ยสูตรที่มีค่าโพแทสเซียม (K) สูงแทนจะช่วยทำให้ข้าวมีการสะสมคาร์โบไฮเดรตดีกว่า ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการผลิตลำไยนอกฤดู

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง