'สุเทพ'ด่ายับเดรัจฉาน'ดึงฟ้าต่ำ' กราบบังคมทูลขอทำหน้าที่ต่อ

17 เม.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวปราศรัยบนเวทีมวลมหาประชาชน สวนลุมพินีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมได้ให้ทีมกฎหมาย เข้ายื่นหนังสือขอขยายระยะเวลาการนำเอกสารมาเข้าชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มอีก 15 วันแล้ว...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

'นาโยน'ผลงานวิจัยการเกษตร การปลูกข้าวแบบใหม่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- เสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2553 10:13:45 น.
นิวัตร ธาตุอินจันทร์/เชียงใหม่
ขยายผลถึงเชียงใหม่พื้นที่แรกที่เวียงฝาง

"นาโยน" เป็นผลงานการศึกษาวิจัยทดสอบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร. ล้านนา) เขตพื้นที่พิษณุโลก และได้ขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคเหนือตอนล่าง และเพิ่งเป็นครั้งแรกและแห่งแรกที่ขยายผลสู่ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่

การทำนาปลูกข้าวในอดีตนั้นมีทั้งการทำนาดำและนาหว่าน ต้องมีขั้นตอนการไถนา เตรียมดิน คราด กำจัดวัชพืช ทำเทือก ตกกล้า ถอนกล้า และขั้นตอนอื่นๆ อีกมากมาย ชาวนาต้องตากแดดกรำฝน หลังขดหลังแข็ง กว่าจะได้มาซึ่งข้าวเปลือกจนถึงสีออกมาเป็นข้าวสาร เป็นอาหารแก่มวลมนุษยชาติ แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาหลายคนจะได้ยินคำว่านาโยน เป็นผลงานการศึกษาวิจัยทดสอบของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) เขตพื้นที่พิษณุโลก และได้ขยายผลไปยังจังหวัดต่างๆ ในเขตภาคเหนือตอนล่าง และเพิ่งเป็นครั้งแรกและแห่งแรกที่ขยายผลสู่ภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่

ร.ศ.ดร.สมชาติ  หาญวงษา อาจารย์ประจำ มทร.ล้านนา พิษณุโลก ให้รายละเอียดว่า การทำนาโยนเป็นวิธีการทำนาแบบใหม่ที่เป็นการผสมผสานระหว่างการทำนาดำกับนาหว่านน้ำตม เป็นวิธีการโยนต้นกล้าที่เพาะไว้แล้วลงในแปลงนา สามารถนำมาใช้แทนการตกกล้าปักดำด้วยแรงงานคนหรือการปักดำด้วยเครื่องปลูกข้าว เพราะการทำนาโยนใช้ต้นทุนต่ำ แต่ได้ผลผลิตที่เท่ากันหรือมากกว่า ที่สำคัญคือสามารถควบคุมวัชพืชได้ดี โดยเฉพาะข้าววัชพืชที่เรียกกันทั่วไปว่าข้าวดีด เมื่อเปรียบเทียบการทำนาโยนกับการทำนาหว่านน้ำตมและนาดำ พบว่า การทำนาโยนเป็นการช่วยลดปริมาณการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว คือใช้เพียง 4-5 กิโลกรัมต่อไร่ ลดการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช  เพราะต้นกล้าข้าวจะเจริญเติบโตได้เร็วกว่าวัชพืช การใช้ปุ๋ยเคมีมีประสิทธิภาพ การดูแลรักษาสะดวกกว่า ผลผลิตสูงกว่า การทำนาหว่านน้ำตม

ขั้นตอนการทำนาโยนเริ่มจากการเพาะกล้าด้วยการนำเมล็ดพันธุ์ข้าวประมาณ 4-5 กิโลกรัมแช่น้ำ 1 คืน นำไปหุ้มเพื่อให้เมล็ดงอก จัดเตรียมถาดพลาสติกจำนวน 50-70 ถาดต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะใช้พื้นที่เพาะกล้าประมาณ 10-15 ตารางเมตรต่อไร่ นับว่าเป็นการใช้พื้นที่เพาะกล้าน้อยมากกว่าการทำนาดำหลายเท่าตัว โรยดินละเอียดลงในถาดเพาะประมาณครึ่งหนึ่งของความลึกต่อหลุม โรยเมล็ดข้าวงอกลงในหลุมจำนวน 3-4 เมล็ดต่อหลุมลงเต็มถาด โรยดินปิดปากหลุมเพาะจนเต็มเสมอปากหลุม คลุมถาดเพาะด้วยกระสอบป่านหรือวัสดุอื่นๆ เพื่อป้องกันเมล็ดพันธุ์ข้าวกระเด็นขณะรดน้ำหรือฝนตก รดน้ำเช้าเย็นให้ชื้นประมาณ 3-4 วัน ต้นข้าวจะงอกทะลุพ้นวัสดุคลุมดิน นำวัสดุคลุมดินออก รดน้ำทุกวันจนกว่าต้นกล้าพร้อมที่จะนำไปปลูก ต้นกล้าที่พร้อมจะย้ายปลูกประมาณ 15-20 วัน หรือมีความสูงประมาณ 3-5 นิ้ว

ขั้นตอนการย้ายกล้าไปปลูก เมื่อเตรียมดินทำเทือกเรียบร้อยแล้ว โดยแปลงนาควร มีน้ำขังเล็กน้อย ทำการขนย้ายต้นกล้าโดยการนำถาดเพาะซ้อนกันประมาณ 3-4 ชั้น หรือม้วนถาดซ้อนกัน ขนไปยังแปลงนา เริ่มปลูกโดยการโยนต้นกล้าลงในแปลงนา พื้นที่นา 1 ไร่ใช้ต้นกล้าประมาณ 40-90 ถาด หรือคิดเป็นจำนวนต้นกล้าประมาณ 32,000-40,0000 ตุ้ม ระยะห่างของการโยนประมาณ 20-25 เซนติเมตร การจับต้นกล้าหรือจับโยนตุ้มต้นกล้านั้นอาจใช้วิธีถือถาดเพาะแล้ว ดึงตุ้มออกจากถาดเพาะแล้วโยน หรืออาจะใช้วิธีเคาะตุ้มต้นกล้าออกจากถาดเพาะก่อน นำใส่ถังพลาสติก แล้วนำไปโยนตุ้มกล้าในแปลงนา แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน หลังจากการโยนต้นกล้าประมาณ 1-3 วันนำน้ำเข้าแปลงนาทันที และเพิ่มระดับน้ำขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องไม่ท่วมต้นข้าว จนระดับน้ำประมาณ 5-10 เซนติเมตร เพื่อคลุมวัชพืช ปฏิบัติดูแลแปลงนาจนข้าวโต คลุมพื้นที่ หรือรักษาระดับน้ำจนถึงระยะก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 15-20 วัน จากนั้นการดูแลรักษาเช่นเดียวกันกับการปลูกข้าวทั่วไป

นายประสิทธิ์ เดโชเม็ง เกษตรกรจากอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมเป็นวิทยากรสาธิตการทำนาโยน เล่าว่า "ได้ร่วมทดสอบสาธิตการทำนาโยนกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่พิษณุโลก เป็นเวลา 2 ฤดูกาลแล้ว ทำทั้งนาปีและนาปรัง มีเกษตรกรเครือข่ายกระจายไปทุกอำเภออำเภอละประมาณ 300 ไร่ เกษตรกรจุดละ 20-30 ราย เป็นแปลงสาธิตรายละ 10-15 ไร่ ขณะนี้ชาวนาทุกคนยอมรับการทำนาแบบใหม่หรือการทำนาโยน เพราะใช้พื้นที่เพาะกล้าน้อย รากของต้นกล้าไม่ช้ำ ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็ว และแตกกอมากกว่าปกติ ทุกคนมีความเชี่ยวชาญและชำนาญในการทำนาโยน ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่าการทำนาหว่านน้ำตม"

นายฐานิศร์ กมลรัตนา นายกเทศมนตรีตำบลเวียงฝาง เล่าว่า ให้ความสนใจการทำนาโยนมานานแล้ว จึงได้ร่วมกับชุมชนไผ่ล้อม ตำบลเวียงฝาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สถาบันถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ได้จัดแปลงสาธิตการปลูกข้าวโดยวิธีโยนกล้า ใช้พันธุ์ข้าวปทุมธานี และพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ใช้แปลงนาของนายบุญช่วย บุญยัง เกษตรกรที่มีพื้นที่นาจำนวน 20 ไร่ แบ่งเป็นแปลงสาธิตการทำนาโยน 10 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 10 ไร่เจ้าของแปลงและเกษตรกรใกล้เคียงจะทดลองทำนาโยนด้วยตนเองเพื่อเปรียบเทียบ กับแปลงสาธิต และเป็นการเรียนรู้ด้วยตนเอง สำหรับฤดูกาลเพาะปลูกนี้เทศบาลจะได้สนับสนุนงบประมาณให้ทุกหมู่บ้านได้ขยายผลต่อไป

ท่านที่สนใจด้านวิชาการและเทคโนโลยีด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-5326-6521 ทุกวันเวลาราชการ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง