'กำลังใจจากครอบครัว'  สิ่งเล็กๆ ที่สร้าง 'ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตปาฏิหาริย์แห่งการให้'

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- พุธที่ 16 มิถุนายน 2553 09:54:20 น.

"ก่อนที่เราจะให้ "คนอื่น" เราควรที่จะให้ "คนในครอบครัว" ของเราเองก่อน เพราะสถาบันครอบครัว คือ สถาบันแรกและเล็กที่สุดในสังคม เมื่อเราให้กับครอบครัวได้แล้ว เราก็จะนำครอบครัวไปทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมต่อไป ถือว่าเป็น "การให้" ต่อๆ กันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด"

จากความคิดเห็นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของน้องๆ 10 คน จากโรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน จ.พังงา ทำให้โครงการ "ปาฏิหาริย์แห่งการให้ กำลังใจจากครอบครัว" ผ่านฉลุยชนะการประกวดเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายของกลุ่มภาคใต้ตอนบน ใน โครงการ "ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต" (Miracle  of  Life) ครั้งที่ 2 ในพระดำริทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การสนับสนุนดำเนินงาน ทำให้น้องๆ ได้รับสิทธิปฏิบัติภารกิจโครงการที่พวกเขาร่วมกันคิดสร้างสรรค์ขึ้น โดยจะได้รับการเผยแพร่ภารกิจนี้ผ่านรายการเรียลลิตี้ "Miracle of Life"  กอล์ฟ-วิษณุ งิ่นวงศ์, แม็ค-พจนันท์ พรหมสงค์, นพ-นพสิทธิ์ ภู่ทอง, บอมบ์-พงศ์ภูมิ ทองสุข, โอ๊ต-คณิศร แก้วเขียว, ปราง-ปิยวรรณ สุขศรี, มะนาว-พจนิชา บุญเรือน และ สุ-กานต์สินี ภูมิผล จะขาดแต่ก็เพียง พนิตนาฎ กรอบแก้ว สมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์อีกคนที่เกิดอุบัติเหตุเสียก่อนเริ่มภารกิจ ผลัดกันช่วยกันเล่าถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ของพวกเขาว่า "...พวกเราส่วนใหญ่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมในโรงเรียนอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว เช่น ไปทำกิจกรรมกับเด็กที่ด้อยโอกาสกว่า หรือไปบ้านพักคนชรา ไปออกแรงช่วยงานต่างๆ ที่เกิดประโยชน์ พอมานั่งนึกดูดีๆ คนที่เรายังไม่ค่อยได้ "ให้" กลับเป็นคนในครอบครัวเราเอง เราจึงตั้งวัตถุประสงค์ของโครงการครั้งนี้ว่า เราจะต้องสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น จะนำครอบครัวของเราไปทำประโยชน์ต่อส่วนรวมและสังคม คาดหวังว่าสภาพจิตใจของคนในครอบครัวจะดีขึ้น และลดช่องว่างภายในครอบครัวลง"

แม้เป้าหมายที่ตั้งไว้ อยากให้ทุกคนภายในครอบครัวมีความรักและความเข้าใจกันมากขึ้น อาจมองว่าไม่ยากนัก แต่ด้วยสภาพความเป็นจริงของครอบครัวสมาชิกทั้ง 9 คนในกลุ่ม บางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ พ่อแม่บางคนแยกทางกันอยู่แล้ว พ่อแม่บางคนต้องทำงานหนักอยู่คนละจังหวัด สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับพวกเขา คือ การพยายามเชิญชวนให้พ่อแม่หรือคนในครอบครัวเข้าร่วมภารกิจในครั้งนี้ ภาพที่ปรากฏจึงมีความหลากหลายของสมาชิก บางคนพา พ่อ แม่ น้อง พี่ ป้า อา ปู่ มาร่วมกิจกรรม

วันแรกของภารกิจ น้องๆ เตรียมตัวทำป้ายผ้าติดข้างรถ ทำป้าย "Miracle  of  Life" เพื่อไปปักยังสถานที่จัดกิจกรรม ป้ายชื่อคล้องคอ เพื่อให้เพื่อนๆ ในกลุ่มได้แลกเปลี่ยนรู้จักคนในครอบครัวตัวเอง จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังป่าชายเลนชุมชนบ้านบางพัฒน์ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่และเป็นชุมชนตัวอย่างของการอนุรักษ์ในเขตพังงา เพื่อ "สร้างแนวรั้วคืนธรรมชาติ เติมน้ำใจสู่ชุมชน"ต้นไม้กว่า 200 ต้น ถูกลำเลียงลงเรือ เพื่อไปปลูกริมป่าชายเลน กันการกัดเซาะของน้ำทะเล สมาชิกในกลุ่มและครอบครัวรวมกว่า 30 คน ช่วยกันขุดและหย่อนต้นกล้าลงหลุมอย่างระมัดระวัง แม้จะต้องย่ำลงในโคลนที่ลึกกว่าหน้าแข้งท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ แต่ทุกคนกลับมีใบหน้ายิ้มแย้มแถมเปื้อนโคลน ปนเสียงหัวเราะสนุกสนานไปทั่วคุ้งน้ำ

วันต่อมา น้องๆ ตั้งใจคืนกำไรให้ครอบครัวหลังเหน็ดเหนื่อยด้วยกันมาเมื่อวาน ด้วยการจัด "กิจกรรมชมคอนเสิร์ต เติมความสุขสู่ครอบครัว" โดย กอล์ฟ วิษณุ ที่คุ้นเคยกับพี่เอก-เอกชัย ศรีวิชัย ที่จะมาปิดทัวร์คอนเสิร์ตมาราธอน "ศรีวิชัยโชว์" ของเขาที่ จ.พังงา รับอาสาเพื่อนๆ จะไปเป็นทัพหน้าขอบัตรคอนเสิร์ตให้ครอบครัว แต่ "การได้" อย่างง่ายดาย อาจทำให้ผู้รับไม่เห็นคุณค่า พี่เอกแอบสอนน้องๆ ด้วยการขอร้องให้น้องๆ ทำงานแลกบัตรคอนเสิร์ต ความโกลาหลจึงเกิดขึ้น!! ทั้งยกเสาประตูโกล์ฟุตบอล ยกเก้าอี้ผู้ชม ยกเสื้อผ้า เครื่องเสียง-แสง เล่นเอาเด็กๆ ได้อาบเหงื่อต่างน้ำกันเลยทีเดียว แต่พวกเขาก็คุ้มค่าเพราะได้รู้ประวัติและเรื่องราวเบื้องหลังฉาก ที่ยากจะมีผู้ใดได้เข้ามาสัมผัส

ใกล้ชิดกับนักร้องขวัญใจชาวใต้ผู้นี้

และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เอกชัย ศรีวิชัย ให้เกียรติกับโครงการ "ปาฏิหาริย์แห่งชีวิต" พี่เอกได้เชิญน้องๆ ขึ้นเวทีไปกล่าวถึงโครงการที่พวกเขาช่วยกันทำเพื่อครอบครัว นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน

ฉะนั้น แม้ค่าบัตรเข้าชมจะราคาเพียง 150 บาท แต่สิ่งที่ครอบครัวของน้องๆ ได้รับจึงยิ่งใหญ่เกินกว่านั้น แม่แตง-พิลัยภรณ์ กลิ่นเกสร จึงยังคงน้ำตารื้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ลูกสาว เหมือนฝัน ภุมรินทร์หรือ น้องเกี้ยว ทำให้ "...ไม่เคยคิดเลยค่ะว่าลูกจะทำอย่างนั้นเพื่อเรา ปกติอยู่ที่บ้านเราจะเป็นคนทำทุกอย่างให้ลูก เพราะมีบางอย่างในครอบครัวที่ขาดไปบ้าง เราจึงอยากทดแทนให้ลูกจึงไม่เคยต้องทำอะไรที่ลำบากๆ เลย ทึ่งมากที่เขาทำแบบนี้ให้แม่ ทึ่งมากที่เห็นความร่วมแรงร่วมใจของเขากับเพื่อนๆ"

และความภาคภูมิใจเช่นนี้ ยังเกิดขึ้นกับสมาชิกของทุกคนในครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ความรักความผูกพันจึงไม่ได้จำกัดเพียงแค่คนในครอบครัวเขาเท่านั้น แต่กลับขยายวงกว้างถึงครอบครัวอื่นๆ ของสมาชิกทั้ง 9 ที่เขาเริ่มรู้จักเชื่อมโยงเป็นครอบครัวเดียวกัน วันสุดท้ายของภารกิจ เขาจึงจัดเป็นกิจกรรมครอบครัวเพื่อสังคม โดยไปร่วมทำบุญถวายสังฆทานและทาสีบูรณะซ่อมแซมวัดประชาสันติ จึงเป็นการจบภารกิจแบบอิ่มเอม มีความสุขทั้งกายและใจ โดยเบื้องหลังรอยยิ้มปนหยาดเหงื่อของพวกเขานั้น พวกเขาหวังว่าภารกิจเล็กๆ ของเขา จะเป็นแรงบันดาลใจ สร้างสิ่งใหญ่ๆ จากการ "ให้" ต่อไปได้อีก

เพราะพวกเขาเชื่อว่า ปาฏิหาริย์...สร้างได้
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง