กล้วยหอมทอง จากนิคมการเกษตร จ.ชุมพร เตรียมเบียดเมืองเพชรส่งออกญี่ปุ่น

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน 2553 09:41:58 น.

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคการเกษตรเพื่อความยั่งยืนและมั่นคงของเกษตรกรไทย ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ภายใต้การขับเคลื่อนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 กระทรวงเกษตรฯได้ดำเนินการปรับโครงสร้างภาคการเกษตร ด้วยการจัดตั้ง"นิคมการเกษตร"เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรฯ อย่างเป็นรูปธรรม และครบวงจร พร้อมกับเผยแพร่แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง สร้างรายได้ลดรายจ่าย และเกิดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในการประกอบอาชีพ

นายเฉลิมพร พิรุณสาร  เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า นิคมการเกษตรกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการจัดตั้งนิคมการเกษตรด้วยการสนับสนุนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยหนึ่งในหน่วยงานหลักคือ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร และ จังหวัดชุมพร ดังนั้นส.ป.ก.จึงได้มอบนโยบายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร เร่งดำเนินการในส่วนของนิคมการเกษตรกล้วยหอมเพื่อการส่งออก

นายกระแส จันทรังษี ปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จังหวัดชุมพรได้มีการจัดตั้งนิคมการเกษตร ในพื้นที่ตำบลถ้ำสิงห์ ครอบคลุมพื้นที่หมู่ที่ 1, 2,3, 4 และ 6 ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 8,261 ไร่ ซึ่งพืชเศรษฐกิจที่นับว่ามีศักยภาพในการผลิต คือ กล้วยหอมทอง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในญี่ปุ่นที่ปัจจุบันยังคงมีความต้องการกล้วยหอมทองสูง โดยมีพื้นที่ในการผลิตภายในนิคมการเกษตร  ทั้งสิ้น 1,056 ไร่ เกษตรกรรวม 100 ราย โดยมีการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก ปัจจุบันมียอดการส่งออกไปญี่ปุ่นถึงสัปดาห์ละ 36 ตัน คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท

สาเหตุสำคัญที่ทำให้นิคมการเกษตรกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออกประสบความสำเร็จได้นั้น "สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชุมพร"ได้เข้ามาช่วยเหลือและเป็นตัวกลางในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งในด้านการจัดที่รูปที่ดินการวิเคราะห์ดิน การจัดหาแหล่งน้ำ การจัดกลุ่มเกษตรกร และสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็น ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นอกจากนั้นยังสนับสนุนแหล่งทุน ผ่านกองทุนปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกร ซึ่งในปี 2553 นี้ ได้ปล่อยกู้ให้แก่กลุ่มเกษตรกรภายในนิคมการเกษตรไปแล้วทั้งสิ้น 3 ล้าน เพื่อนำมาจัดสร้างโรงคัดแยกผลผลิตกล้วยหอมทองก่อนการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น

นายกระแส กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้แหล่งผลิตกล้วยหอมทองส่งออกไปญี่ปุ่นขนาดใหญ่จะอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี แต่เชื่อว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้ากลุ่มเกษตรกรในนิคมการเกษตรของจังหวัดชุมพรจะสามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตได้ทัดเทียมกับจังหวัดเพชรบุรี ทั้งในด้านการปลูก การผลิต และการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้กล้วยหอมทองคุณภาพและปลอดสารพิษ โดยจุดเด่นของ จ.ชุมพร คือ รสชาติของกล้วยหอมทองที่จัดจ้าน เนื่องจากปลูกในพื้นที่ดอน ในขณะที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นพื้นที่ลุ่มผลผลิตกล้วยหอมทองที่ได้จะมีรสชาติอ่อนกว่า

ด้านนายดำรง เสนแก้ว ประธานกลุ่มผู้ปลูกกล้วยหอมทองชุมพร กล่าวว่า เดิมชาวบ้านในพื้นที่ ต.ถ้ำสิงห์ ส่วนใหญ่จะปลูกไม้ผลจำพวกเงาะ มังคุด ทุเรียน เหมือนพื้นที่อื่นๆ ทั่วไป แต่มักประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด และราคาตกต่ำ จนกระทั่งมีการจัดตั้งนิคมการเกษตรพร้อมกับได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรในการผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก

เกษตรกรในพื้นที่จึงได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก โดยกล้วยหอมทองที่ปลูกจะเลือกใช้พันธุ์กล้วยหอมทองกาบดำ มีการจัดการการผลิตในแบบปลอดสารพิษ ส่วนการปลูกนั้นจะมีทั้งการปลูกเป็นแปลงใหญ่ และการปลูกแซมในพื้นที่สวนผลไม้เดิมที่มีอยู่ เพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมกลุ่มแล้วประมาณ 100 ราย พื้นที่การผลิตประมาณ 1,500 ไร่กำลังการผลิตเฉลี่ย 1- 1.5 ตัน/ไร่ ส่วนการรับซื้อจะกำหนดราคาประกันอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท ซึ่งเกษตรกรจะได้กำไรโดยเฉลี่ยประมาณ7,000 - 10,000 บาท/ไร่ ซึ่งบางรายก็เป็นรายได้เสริมจากรายได้หลัก ถึงแม้จะเป็นเงินไม่มากนักแต่ก็ช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวดีขึ้น

นิคมการเกษตรกล้วยหอมทองเพื่อการส่งออก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพรถือเป็นหนึ่งในต้นแบบของนิคมการเกษตรที่ประสบความสำเร็จ และทำให้เห็นภาพของการบูรณาการและความร่วมมือกัน

ทั้งในส่วนของภาครัฐและชุมชน ที่จะช่วยกันในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง