บีบพื้นที่'ทักษิณ' ตั้งทูตมอนเตฯ ปาอึปชป.รอบ2 จับทันที-สติไม่ดี ปชป.ลาก'ธาริต' ช่วยคดียุบพรรค
ครม.ปล่อยผี เลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 3 จังหวัด ร้อยเอ็ดลำปาง-สกลนคร หลังล็อกหัวโจกอยู่หมัด
ส่วนอีก 16 จังหวัดต้องคงไว้ป้องใต้ดินป่วน อ้างได้กลิ่นก่อวินาศกรรม- ลอบสังหารผู้นำ พร้อมกระชับพื้นที่ทักษิณ มอบอำนาจทูตฮังการีคุมถึงมอนเตเนโกร สานสัมพันธ์การค้า-การเมือง หวังจับตาใช้เป็นฐานป่วน ด้านเพื่อไทย ซัดเลี้ยงไข้ ขณะที่ "ปชป." เหม็นหึ่งอีกเจอหนุ่มเพี้ยนเจ้าเก่าบุกปาขี้รอบสอง จับทันควันส่งเช็คสมองโรงพยาบาลประสาท ด้าน "ดีเอสไอ" ยัน "ไอ้หรั่ง" กลับลำหุบปากแฉแก๊งก่อการร้าย ไม่กระทบรูปคดี ย้ำพยานหลักฐานปึ้ก ส่วน " ศอฉ." ยันจับไอ้หรั่งไม่ใช่แพะ พร้อมผุดทีมสอบข่าวเท็จ ป้องแดงบิดเบือน ส่วน "ทนายแดง" จ่อเปิดตัว "มือขวาเสธ.แดง" ตัวจริง อ้างความจริงจะได้กระจ่าง ขณะที่ ปชป.สบช่องดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องทีพีไอฯ ไซฟ่อนเงิน เล็งดึง "ธาริต" พยานคดียุบพรรค ด้าน "กกต." แย้มเคยติงหลักฐานอ่อน ชี้อยู่ที่ศาล รธน.วินิจฉัย
เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลง
ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินใน 3 จังหวัด จากที่เหลือ 19 จ. ได้แก่ 1.จ.ลำปาง 2.จ.ร้อยเอ็ด 3.จ.สกลนคร ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ได้เสนอต่อที่ประชุม ครม. โดยให้เหตุผลที่ยกเลิก 3 จังหวัด คือ สถานการณ์ใน 3 จังหวัดดังกล่าวไม่มีลักษณะการเคลื่อนไหวทางการเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมีอำนาจหน้าที่สามารถดูแลพื้นที่ได้และแกนนำได้ ถูกจับกุมดำเนินคดีเป็นจำนวนมากจึงทำให้ประชาชนในพื้นที่ไม่มีผู้นำในการ เคลื่อนไหว อีกทั้งประชาชนในพื้นที่ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูทำเกษตรกรรมด้วย นอกจากนี้ยังไม่มีเงินทุนในการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ถ้าพบมีการความเคลื่อนไหวใน 3 จังหวัดนี้ก็สามารถกลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้อีก ส่วนอีก 16 จังหวัดที่ยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้นั้นเพราะรายงานจากฝ่ายความมั่นคงยังพบการเคลื่อนไหวในเรื่องการก่อวินาศกรรม การลอบทำร้ายบุคคลสำคัญ รวมทั้งยังมีการผลิตสื่อปลุกระดม จึงต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ ซึ่งประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี เชียงใหม่ เชียงราย อุบลราชธานี มหาสารคาม หนองบัวลำภู มุกดาหาร อุดรธานี นครราชสีมา ชัยภูมิ ขอนแก่น ชลบุรี และสมุทรปราการ
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงว่า การยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินใน 3 จังหวัดเป็นการประเมินว่าทั้ง 3 จังหวัดนั้นสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ในที่ประชุม ครม.ได้ขอให้นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีการทำรายงานเสนอมายังตนอย่างต่อเนื่องว่าการใช้อำนาจต่างๆ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ต่างๆ เป็นอย่างไร ซึ่งเหตุผลคือ 1.เพื่อที่จะให้มีระบบการติตตามตรวจสอบได้ในการใช้อำนาจต่างๆ และ 2.เพื่อประโยชน์ในการประเมินได้อย่างรวดเร็วว่ามีพื้นที่จังหวัดใด อีกที่สามารถจะยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปทุกๆ สัปดาห์ ครม.จะมีการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งขณะนี้เมื่อสถานการณ์ผ่านมาระยะหนึ่งแล้วน่าจะสามารถทำให้เราทยอยยกเลิกภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ต่างๆ ได้ แนวที่เราพูดไว้ตั้งแต่ต้นคือเวลาที่เราขยายเวลาออกไปไม่ได้แปลว่าจะต้องให้ครบ 90 วัน จึงน่าจะต้องมีการรายงานมาอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินตลอดเวลา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ยังไม่มีการพิจารณายกเลิกในอีก 16 จังหวัดเพราะยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ และทางเจ้าหน้าที่ยังต้องการที่จะมีอำนาจในการดูแลเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ตนถึงได้ขอให้ทางสมช.ทำรายละเอียดมาในเรื่องเกี่ยวกับการใช้อำนาจต่างๆ ซึ่งความเคลื่อนไหวที่ยังมีอยู่ใน 16 จังหวัดนั้นก็มีหลายรูปแบบ มีการประชุมวางแผนต่างๆ ทำให้เราต้องระมัดระวัง เพราะเราต้องการจะให้ความมีเสถียรภาพ ความเป็นปกติ ดำรงอยู่ และสามารถบริหารได้ต่อไป ตนคิดว่าไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ถ้าหากว่ามีการยกเลิกไปแล้วเกิดภาวะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก ก็จะเป็นปัญหาต่อภาพรวมทั้งหมด ส่วนการจัดกิจกรรมในวันคล้ายวันเกิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ไม่มีการรายงานเข้ามา แต่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีการติดตามอยู่ตลอดเวลา ก็มีบางส่วนที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีหลายจุดที่จะมีการจัดงาน ทั้งนี้อยากชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมต่างๆ ที่ทำขึ้นตราบเท่าที่ไม่ไปกระทบกระเทือนกับเรื่องของความสงบเรียบร้อยก็สามารถทำได้ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่ ครม.ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จังหวัดเป็นการยกเลิกที่ไม่ถูกต้อง เพราะตามเจตนารมณ์ของกฎหมายเมื่อสถานการณ์ยุติลงแล้วต้องยกเลิกทันทีทั้งหมด ไม่ใช่ทำเหมือนเลี้ยงไข้ ยกเลิกทีละ 3 จังหวัด 4 จังหวัดต่อสัปดาห์ การดำเนินการลักษณะนี้เหมือนสร้างภาพเรียกคะแนน แทนที่จะเลิกในคราวเดียวก็ค่อยๆ เลิก เพื่อทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลกำลังทำดีขึ้นเรื่อยๆ นี่คือแผนจิตวิทยาหลอกล่อเพื่อหวังให้ตัวเองอยู่ในอำนาจต่อไปเท่านั้น การยังคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไว้ใน กทม.ที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เป็นการเอาเปรียบคู่แข่งทางการเมืองอย่างน่ารังเกียจที่สุด วันนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นสิ่งที่จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างมาก ชาวบ้านที่ยากจนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ต้องการร้องเรียนกับรัฐบาลก็ทำไม่ได้ เพราะไม่สามารถรวมกลุ่มกันเรียกร้องเกินกว่า 5 คน เพราะขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉะนั้นขอให้นายอภิสิทธิ์ ทบทวนและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนนายมารุต มัสยวนิช รองโฆษกประจำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม. มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี มีอาณาเขตครอบคลุมสาธารณรัฐมอนเตเนโกร และให้เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐฮังการีดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐมอนเตเนโกรอีกตำแหน่งหนึ่ง โดยมีถิ่นพำนัก ณ กรุงบูดาเปสต์
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี มีอำนาจเต็มในการสนับสนุนภารกิจส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจกับสาธารณรัฐมอนเตเนโกร ตามที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.การต่างประเทศ เสนอมา โดยมีอำนาจประสานเรื่องการค้า การประสานความเข้าใจด้านต่างๆ กับมอนเตเนโกรไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือความเข้าใจไม่ตรงกัน เนื่องจากที่ผ่านมามีกลุ่มการเมืองบางกลุ่มเดินทางเข้าออกต่างประเทศ ใช้ต่างประเทศเป็นฐานการเคลื่อนไหว แต่ยืนยันว่าไม่ใช่การไปไล่ล่าใคร ทั้งนี้ที่ผ่านมามีบุคคลบางกลุ่มเดินทางเข้าออกไปยังต่างประเทศ บางประเทศเป็นประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางไป จึงต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวดังกล่าว
ส่วนกรณีที่นายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เปลี่ยนใจไม่ให้การเพิ่มเติมในคดีการก่อการร้ายนั้น นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การไม่ให้การเพิ่มเติมคงไม่ส่งผลกระทบต่อรูปคดี ซึ่งการรวบรวมข้อมูลในชั้นพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานอยู่พอสมควรว่านายสุรชัย เข้าไปเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ ซึ่งมีข้อน่าสังเกตว่าเดิมนายสุรชัย บอกกับตนว่าจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในช่วงเช้าของวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ก่อนหน้าที่พนักงานสอบสวนจะเข้าไปสอบปากคำที่เรือนจำ มีทนายความอ้างว่า เป็นทนายของพรรคเพื่อไทยเข้าไปพบนายสุรชัย จากนั้นนายสุรชัยจึงมีท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่ดีเอสไอจะเข้าไปสอบปากคำนายสุรชัยอีกครั้ง เนื่องจากนาย สุรชัยไม่ได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวน แต่ขอเวลาให้รู้สึกสบายใจมากกว่านี้ ในระหว่างนี้ดีเอสไอจึงไม่สามารถบังคับให้ผู้ต้องหาให้การได้
ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุม ศอฉ.ว่า ที่มีเสียงวิจารณ์ว่าการจับนายสุรชัย เป็นการจับแพะนั้น ทางนายธาริต ได้รายงานว่า นายหรั่งมีหมายจับของศาลอาญาที่ดีเอสไอร้องขอไว้ ซึ่งมีข้อมูลหลักฐานเพียงพอ ไม่ได้เป็นการจับแพะแต่อย่างใด และการสอบสวนในขั้นต้นทราบว่า นายหรั่งมีความเกี่ยวข้องกับคดีความต่างๆ การสร้างความรุนแรง และการใช้อาวุธสงครามต่างๆ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและประชาชนรวม 8 คดี อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำตรวจไม่ได้ติดตามใครเป็นกรณีพิเศษ ยกเว้นแต่บุคคลนั้นมีหมายจับ นอกจากนี้ที่ประชุม ศอฉ.ได้ตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมขึ้นมาอีก 1 ชุด คือ คณะทำงานติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้น เพราะปัจจุบันมีบางกลุ่มพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจผิดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐ จึงมีคณะทำงานเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารฝ่ายรัฐ และป้องกันการปลุกระดม ยุยง ปลุกปั่น ซึ่งคณะทำงานจะประกอบด้วย ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ ทหาร และอัยการสูงสุด รวมถึงทีมโฆษก ศอฉ. ซึ่งเหตุผลที่ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้น เกิดจากกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวบุคคลกลุ่มเสื้อแดงไว้ในค่ายทหาร ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และเข้าใจผิด ซึ่งหากนายพร้อมพงศ์ยังกระทำการอย่างนี้อีก และไม่เป็นข้อมูลข้อเท็จจริง ทางคณะทำงานชุดนี้จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยเสนอทนายความให้ นายสุรชัย พร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลแม่และภรรยานั้น ยืนยันว่า ไม่ได้มีการต่อรองหรือยื่นข้อเสนอในเรื่องนี้ ซึ่งตนเห็นว่านายหรั่งมีทนายความประจำตัวอยู่แล้ว อีกทั้งตนยังไม่เคยพบทนายความของนายหรั่งแต่อย่างใด ทั้งนี้แม่และภรรยาของนายหรั่งเป็นผู้ที่เดินทางมาร้องเรียนต่อพรรคเพื่อไทยด้วยตนเอง เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย ซึ่งจะมีการหารือว่าจะดำเนินการช่วยเหลือแม่และภรรยาของนายหรั่ง ในฐานะประชาชนอย่างไรต่อไป อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการช่วยเหลือนั้น หากสิ่งใดเกินกว่าที่กำหนดไว้ ทางพรรคเพื่อไทยไม่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน
นายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. กล่าวว่า ภายในสัปดาห์นี้จะเปิดตัวมือขวาตัวจริงของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ซึ่งขณะนี้พรรคเพื่อไทยและทีมทนายพบตัวแล้ว โดยพร้อมจะทำให้เรื่องราวต่างๆ กระจ่าง รวมถึงการให้ความเป็นธรรมต่อนายสุรชัย หรือหรั่ง เทวรัตน์ ซึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวหาว่าเป็นมือขวาของ เสธ.แดง
วันเดียวกันที่กรมสืบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีการเรียกคณะบุคคลและนิติบุคคล เข้าชี้แจงธุรกรรมการเงินต้องสงสัย รอบ 2 ซึ่งมีด้วยกัน 8 ราย คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร นายไพโรจน์ ตันบรรจง ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย บจ.เอสซี ออฟฟิช พลาซ่า บจ.โอเอไอ คอนซัลแตนท์ฯ บจ.โอเอไอเมนเนจเม้นท์ บจ.โอเอไอลิสซิ่ง บจ.โอเอไอ เอ็ดดูเคชั่น และ บจ.เอสซีอออฟฟิชปาร์ค โดยในช่วงเช้า นายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความรับมอบอำนาจจากคุณหญิงพจมาน ได้นำหลักฐานมายื่นชี้แจงต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยเป็นบัญชีธนาคารต้องสงสัย 8 บัญชี จากทั้งหมด 24 บัญชี มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย บัญชีธนาคารกรุงเทพ 1 บัญชี, บัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 บัญชี และบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ 6 บัญชี โดยทั้งหมดเป็นบัญชีที่ต้องคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เงินทั้งหมดจึงถูกโอนเข้ากรมบัญชีกลาง ดังนั้นทั้ง 8 บัญชีที่ต้องสงสัย จึงไม่มีการเคลื่อนไหวมาเป็นเวลานาน พร้อมทั้งนำหลักฐานคำพิพากษาของศาลมาประกอบการชี้แจงด้วย
วันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ เวลา 09.50 น. นายสุรชัย เกิดดี หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/46 วัดหลวง วงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม. ซึ่งเคยมาปาอุจจาระใส่ที่ปะตูทางเข้าอาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ ครั้งที่แล้ว ได้บุกเข้ามาปาอุจจาระใส่ที่ฐานของพระแม่ธรณีบีบมวยผมที่ประดิษฐานบริเวณลานด้านหน้าอาคารควง อภัยวงศ์ ในพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เจ้าหน้าที่ รปภ.พรรคประชาธิปัตย์ได้ช่วยกันจับกุมตัวนายสุรชัยไว้ โดยนายสุรชัย กล่าวว่า ตนจำเป็นต้องมาปาอึซ้ำเพราะปัญหาที่ร้องเรียนไว้ครั้งที่แล้ว ไม่ได้รับการแก้ไข คือปัญหาของคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุและโทรทัศน์และคลื่นของวิทยุที่ตำรวจใช้เข้าไปรบกวนคลื่นในสมองของตนและของมนุษย์คนอื่น ทำให้พูดผิดเพี้ยนไปจากที่สมองสั่งการ ซึ่งตนร้องเรียนไปแล้วนายกฯ ก็ไม่ได้แก้ไขเรื่องนี้ให้จึงต้องมาปาอึซ้ำ และหากไม่ได้รับการแก้ไขอีกตนก็จะมาปาอึอีก แม้ว่าครั้งที่แล้วศาลจะสั่งให้กักขังตนเป็นเวลา 5 วัน และปรับ 1,000 บาท ก็จำเป็นต้องทำและคิดว่าโทษคงไม่มากไปกว่านี้ และพร้อมจะยอมรับโทษ ส่วนอุจจาระที่นำมาปานั้น ตนไปถ่ายไว้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 ก.ค.และเก็บใส่ถุงไว้จนนำมาปาในวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุราว 20 นาที ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ระดมแม่บ้านและเจ้าหน้าที่พรรค ร่วม 10 คน มาล้างบริเวณดังกล่าว โดยถอดสายไฟฟ้าและยกตู้เครื่องประดับอัญมณีที่ตั้งแก้เคล็ดเสริมดวงชะตาของพรรคที่ลานพระแม่ธรณีฯ ออกจากพื้นที่ดังกล่าวแล้วเทน้ำยาฆ่าเชื้อ ฉีด น้ำลงแปรงขัดและล้างสระน้ำตลอดจนฐานโดยรอบขององค์พระแม่ธรณีฯ ท่ามกลางเสียงก่นด่าของเจ้าหน้าที่ของพรรคที่ไม่พอใจ โดยนายสุรชัยได้ถูกนำตัวส่ง สน.บางซื่อเพื่อดำเนินคดีต่อไป สำหรับนายสุรชัย เคยทำงานตำแหน่งพนักงานขับรถอยู่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสี่มุมเมือง โดยนายสุรชัยมีอาการเครียดเรื่องการเมืองอย่างหนัก โดยในครั้งแรกศาลแขวงดุสิต พิเคราะห์คำฟ้องประกอบคำรับสารภาพแล้ว เห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพ เห็นควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 5 วัน โดยจำเลยไม่เคยกระทำผิดมาก่อน สมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุก เป็นกักขังเป็นเวลา 5 วัน ด้าน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 กล่าวว่า ชายนำถึงอุจจาระปาใส่หน้าพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งที่ 2 น่าจะสติไม่สมประกอบ โดยอ้างว่าได้ร้องเรียนกับทางการ แต่ไม่ได้รับการดูแล จึงมาประท้วงด้วยการทำแบบเดิมอีกครั้ง
วันเดียวกัน นางสุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมนายคารม พลทะกลาง ทนายความ นปช. เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขการบันทึกเสียงคำปราศรัย นายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม หมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย เนื่องจากเนื้อหาคำปราศรัยครั้งแรกไม่ผ่านการตรวจสอบของ กกต. โดนนายคารม กล่าวว่า เดินทางมาบันทึกเสียงคำปราศรัยนายก่อแก้วอีกครั้ง เพื่อแก้ไขข้อความบางส่วนที่ไม่ผ่านการตรวจสอบของ กกต. โดยข้อความที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคือคำว่า "กระบวนการยุติธรรมต้องมีมาตรฐานเดียว" ซึ่งการที่ กกต.สั่งแก้ไข แม้ส่วนตัวจะมองว่าขณะนี้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเผด็จการยิ่งกว่าพม่า แต่ก็พร้อมแก้ไข และพร้อมปฏิบัติตามกฎกติกาการเลือกตั้ง
ส่วนที่ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องคดีบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ข้อหาไซฟ่อนเงิน 263 ล้านบาท ให้แก่พรรคประชาธิปัตย์ ผ่านบริษัทเมซไซอะฯ นั้น นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอ นำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสั่งไม่ฟ้องมอบให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 พิจารณาแล้ว ว่าสำนวนมีความสมบูรณ์พอที่อัยการจะสั่งฟ้องหรือไม่ หากปรากฏหลักฐานว่ามีการกระทำผิดในคดีนี้ ถือว่าอัยการมีความเห็นแย้ง สามารถยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลยต่อศาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งความเห็นแย้งของอัยการดังกล่าวให้ดีเอสไอทราบ แต่หากเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพออัยการต้องมีคำสั่งให้ดีเอสไอไปสอบสวนเพิ่มเติม สุดท้ายหากอัยการเห็นว่าไม่มีการทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา อัยการอาจมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นอัยการต้องส่งความเห็นไปให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาอีกครั้ง
ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มต้นที่มีผู้ไปร้องดีเอสไอและมีการสอบถึงเรื่องการยักยอกเงิน ซึ่งมีการดำเนินการจนส่งมาให้ กกต.ดำเนินการเรื่องคดียุบพรรค ถือว่าเป็นคนละส่วนกันและ กกต. ก็มีอำนาจดำเนินการตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ส่วนดีเอสไอก็ดำเนินดการเรื่องตลาดหลักทรัพย์และการยักยอก เมื่อสอบไปแล้วเห็นว่าควรยุติก็เป็นเรื่องของดีเอสไอไม่เกี่ยวกับ กกต. และเชื่อว่าไม่ใช่การดิสเครดิต กกต. ซึ่งดีเอสไอในขณะนั้นกับปัจจุบันที่สั่งไม่ฟ้องก็เป็นคนละชุดกัน บางคนก็บอกว่าแค่เห็นคนที่มายื่นเรื่องร้องเรียนก็รู้ว่าเป็นเรื่องการเมืองแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเคยแสดงความเห็นไปแล้วว่าเห็นเหมือนอัยการสูงสุดที่มีหนังสือขอตั้งคณะกรรมการร่วมเพราะเห็นว่าหลักฐานอ่อนไป แต่ตนก็เป็นเพียงเสียงข้างน้อยใน กกต. วันนี้จึงไม่อยากแสดงความเห็นอะไรออกไปแม้ว่าในตอนท้ายคณะทำงานร่วมจะให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ แต่อย่าให้พูดเลยว่าเห็นควรส่งหรือไม่เพราะพูดไปมันก็ไม่ดีเอาไว้ให้ศาลเขาว่าเถอะ
ส่วนนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรค กล่าวปฏิเสธว่าดีเอสไอทำงานรับใช้นักการเมืองหลังสั่งไม่ฟ้องคดีไซฟ่อนเงิน เพราะคนในดีเอสไอในปัจจุบันเติบโตมาในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชนมีอำนาจ ส่วนจะนำผลของคดีและนายธาริตไปเป็นพยานเพื่อต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคจะพิจารณาในวันที่ 21 ก.ค.นี้ พร้อมยืนยันว่าคดีนี้เกิดจากผู้มีอำนาจระดับสูงในดีเอสไอยุคนั้น สมคบกับนักการเมืองเพื่อหวังทำลายพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้
โดนอึรอบ 2. เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดจากเขตพญาไท ทำความสะอาดบริเวณรอบบ่อน้ำหน้ารูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม หลังจากที่นายสุรชัย เกิดดี ปาอุจจาระเข้าใส่ ซึ่งเคยทำครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเครียดจากเหตุการณ์ทางการเมือง

