วชช.บุรีรัมย์ สอนเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น  สร้างอาชีพเสริมรายได้ให้ชาวบ้าน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553 00:00:48 น.
คนเกษตร/รายงาน

ปัจจุบันการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี ดังนั้น วิทยาลัยชุมชน (วชช.) บุรีรัมย์ จึงได้จัดหลักสูตรระยะสั้นการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเพื่อการค้า ขึ้นเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ในการประกอบเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับครอบครัวในอนาคต

อาจารย์จำรูณ ศิขินารัมย์ หัวหน้างานหลักสูตรระยะสั้น วิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ กล่าวถึงหลักสูตรการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นเพื่อการค้า ว่า วชช.บุรีรัมย์ ได้จัดหลักสูตรระยะสั้น 30 ชั่วโมงขึ้น เนื่องจากมุ่งหวังที่จะให้เกษตรกรนำอาชีพการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นไปพัฒนาสร้างเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้กับครอบครัวต่อไปเพราะที่ผ่านมาชาวบ้านของหมู่บ้านซับสมบูรณ์ ต.ทุ่งจังหัน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ สามารถสร้างรายได้เสริมจากอาชีพนี้ ทำให้เกิดความสนใจจากชุมชนอื่นๆ และได้มีชาวบ้านเข้ามาขอความรู้วิธีการเพาะเห็ดจากนายประยงค์ เมืองจันทร์ ประธานกลุ่มการผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่นบ้านซับสมบูรณ์ เป็นจำนวนมาก จึงได้ประสานมายัง วชช.บุรีรัมย์ ขอให้ช่วยจัดหลักสูตรระยะสั้นการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เพื่อสอนให้กับชาวบ้านต่อไป โดยมีนายประยงค์เป็นวิทยากรในการฝึกอบรม

การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดีไม่แพ้อาชีพอื่น แม้จะต้องใช้ต้นทุนสูงในการปลูกโรงเรือนเพาะเห็ด 40,000-50,000 บาท แต่การลงทุนทำอาชีพนี้นับว่าคุ้มค่ามากและเห็นผลไว เนื่องจากมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน สัปดาห์หนึ่งจะมีตลาดเข้ามารับผลผลิตไม่ต่ำ 100 กิโลกรัม โดยจำหน่ายให้กับซูเปอร์มาร์เกตในกรุงเทพฯ เป็นหลัก ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมเดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท นอกจากนี้เห็ดโคนญี่ปุ่นยังมีคุณสมบัติที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ผลผลิตเก็บได้ตลอด

ด้าน นายประยงค์ เมืองจันทร์ ประธานกลุ่มการผลิตเห็ดโคนญี่ปุ่นบ้านซับสมบูรณ์ กล่าวว่า การเก็บเห็ดโคนญี่ปุ่นเพื่อขาย สามารถเก็บไว้ได้เป็นอาทิตย์ไม่ต้องรีบ โดยนำเห็ดสดใส่ถุงพลาสติกแล้วนำน้ำแข็งโปะนอกถุงเพื่อรักษาความสดของเห็ดได้นาน ราคาเห็ดโคนญี่ปุ่นที่จำหน่ายหน้าโรงเรือนจะขายส่งที่กิโลกรัมละ 160 บาท แต่ถ้าเป็นราคาตลาดเมื่อถึงมือผู้บริโภคจะอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 200-250 บาท การเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นขณะนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรกรมากขึ้น เพราะตลาดมีความต้องการผลผลิตอย่างต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการของตลาด นอกจากนี้ในอนาคตสมาชิกกลุ่มมีแนวคิดที่จะส่งออกเห็ดโคนญี่ปุ่นไปยังต่างประเทศ เนื่องจากให้ราคาที่สูงกว่าตลาดภายในประเทศ ขั้นตอนและวิธีการเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่น วัสดุอุปกรณ์ในการเพาะ

วัสดุเพาะที่นิยมมากที่สุด คือ ขี้เลื่อยจากไม้เนื้ออ่อน ส่วนวัสดุที่นิยมกรณีที่ไม่มีขี้เลื่อย คือ ฟางข้าว ต้นข้าวโพด ต้นข้าวฟ่าง วัสดุดังกล่าวนี้หากนำไปเพาะเห็ดจะทำให้ผลผลิตค่อนข้างสูง มีคุณภาพดี ไม่มีกลิ่นไม้ รสชาติดีกว่า  การสร้างโรงเรือนบ่มเห็ดโคนญี่ปุ่น

สำหรับวัสดุที่ใช้สร้างโรงเรือนสำหรับบ่มเชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่น ควรเป็นวัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นเพื่อช่วยในการประหยัดต้นทุนในการผลิต เช่น ไม้ยูคาลิปตัส ไม้ไผ่ หญ้าคา เป็นต้น การบรรจุใส่ถุงพลาสติก

การบรรจุถุงพลาสติก ที่นิยมนำมาบรรจุวัสดุเพาะเห็ด นิยมใช้ถุงกันร้อน พับก้นเรียบร้อยแล้ว การบรรจุวัสดุเพาะลงในถุงนั้นควรบรรจุประมาณ 3 ใน 4 ของความสูง กด ทุบ เพื่อให้วัสดุแน่นพอสมควร หรือพยายามให้อากาศเหลือน้อยที่สุดในถุง แล้วจึงใส่คอขวด อุดด้วยจุกประหยัดสำลี

การนึ่งฆ่าเชื้อจุลินทรีย์

การนึ่งฆ่าเชื้อนั้นจะนึ่งด้วยหม้อนึ่งแบบไหนก็ได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรระวัง คือ

- อุณหภูมิที่ใช้ คืออุณหภูมิน้ำเดือดธรรมดา 98-100 องศาเซลเซียส

- ต้องไล่อากาศออกให้สม่ำเสมอ เพราะนอกจากนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อโรคแล้ว จะต้องไล่ก๊าซพิษออกให้หมด

- เมื่อนึ่งสุกแล้ว เอาออกจากหม้อนึ่งไว้ในที่สะอาด จะให้ดีควรคลุมด้วยมุ้งผ้าฝ้าย เพื่อกันไม่ให้ฝุ่นหรือเชื้อโรคตกลงไป การเขี่ยเชื้อ วิธีการหยอดเชื้อและการคัดสายพันธุ์เห็ดโคนญี่ปุ่น

สำหรับหัวเชื้อที่ใช้ควรเป็นเชื้อบริสุทธิ์ไม่มีการถ่ายเชื้อหลายครั้ง ก่อนเขี่ยเชื้อควรทำการเขย่าเมล็ดข้าวฟ่างแยกออกจากกันก่อน 1-2 วัน  วิธีการบ่มเชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่นให้เกิดดอกและได้คุณภาพ

หลังจากการใส่เชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่นลงไปในก้อนเพาะเห็ดโคนญี่ปุ่นแล้ว นำเอาไปบ่มในห้องสำหรับการบ่มเชื้อหรือโรงเรือนสำหรับเปิดดอกได้เลย ในระยะที่ทำการปมเชื้อนั้นไม่มีการรดน้ำ และต้องการแสงสลัวๆ เพราะถ้าหากแสงมากเกินไปเส้นใยเห็ดจะเจริญช้า และต้องการอุณหภูมิห้อง ประมาณ 24-28 องศาเซลเซียส ในการบ่มก้อนเชื้อเห็ดโคนญี่ปุ่นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 69-75 วัน เชื้อจะเดินเต็มถุงแล้วจึงนำไปเปิดปากถุง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบทบาทหนึ่งของวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับชาวบ้านในชุมชน ให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยมีอาชีพเป็นของตัวเองเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง