ข่าวอินโฟเควสท์
15:15 "บวรศักดิ์" คาดกระบวนการยกร่างรธน.ฉบับใหม่ใช้เวลาประมาณ 11 เดือน   พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง "ก…
15:13 กลุ่มถ่านหินบวกยกแผงรับ PMI จีนสูงสุดรอบ 18 ด.,แผน PDP ใหม่เน้นถ่านหิน   หุ้นในกลุ่มถ่านหินขยับขึ้นยกแผง โดยเมื่อเวลา 14.43 น.หุ้น BANPU อยู่ที…
15:11 SCB EIC คาดส่งออกปีนี้ขยายตัวเพียง 1%, บาทมีแนวโน้มอ่อนค่าใน H2/57   น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ Chief Economist และ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ศูนย…
15:11 ปตท.-บางจากฯ ลดราคาแก๊สโซฮอล์ลิตรละ 50 สต. E85 ลด 30 สต.มีผลพรุ่งนี้   บมจ.ปตท.(PTT) และบมจ.บางจากปิโตรเลียม(BCP) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมัน…
15:09 RS ส่งหนังสือทวง กสทช.จ่ายเงินชดเชยค่าถ่ายทอดสดบอลโลก 427 ลบ.   บมจ.อาร์เอส(RS) ระบุว่า จากการที่บริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเกมการแข…

การบริโภคน้ำมันปาล์มในอินเดีย: โอกาสการส่งออกของไทย

ข่าวหุ้น-การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย -- พุธที่ 11 ธันวาคม 2556 11:06:46 น.

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การบริโภคน้ำมันพืชของโลกเพิ่มขึ้นทุกปี จาก 100.80 ล้านตัน ในปี 2546 เป็น 156.95 ล้านตัน ในปี 2555 หรือขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 5.6 ต่อปี โดยร้อยละ 34.1 เป็นการบริโภคน้ำมันปาล์ม ซึ่งมีการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 8.0 ต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของประชากรโลก โดยในปี 2556 United States Department of Agriculture (USDA) คาดการณ์ว่าจะมีการบริโภคน้ำมันปาล์มทั่วโลกจำนวน 56.02 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก 53.56 ล้านตัน ในปี 2555 ร้อยละ 4.6

ประเทศที่บริโภคน้ำมันพืชมากที่สุดคือ จีน รองลงมาคือ ยุโรป ส่วนอินเดียเป็นอันดับ 3 ของโลก โดยในปี 2555 อินเดียบริโภคน้ำมันพืช 18.26 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ที่มีการบริโภคเพียง 11.03 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.5 *(1) เนื่องจากมีประชากรมากถึง 1,237 ล้านคน เป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน รวมทั้งมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับสูง โดยในปี 2555 อินเดียมีรายได้ประชาชาติจำนวน 1,841.72 พันล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นจากปี 2546 ที่มีเพียง 617.57 พันล้านดอลลาร์ สรอ.*(2)

น้ำมันพืชที่คนอินเดียนิยมบริโภค ได้แก่ น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลืองเรพซีด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันฝ้าย และน้ำมันถั่วลิสง ทั้งนี น้ำมันปาล์มมีสัดส่วนการบริโภคมากที่สุดและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนการบริโภคร้อยละ 32.6 เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนร้อยละ 46.1 ในปี 2555 หรือมีปริมาณการบริโภคเพิ่มขึ้นจาก 3.67 ล้านตันในปี 2546 เป็น 8.43 ล้านตันในปี 2555 *(3) ส่วนหนึ่งเนื่องจากราคาน้ำมันปาล์มถูกกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น โดยในช่วง 10 ปี (พ.ศ. 2546 - 2555) ราคาเฉลี่ยตันละ 740.5 ดอลลาร์ สรอ. ในขณะที่น้ำมันพืชชนิดอื่นมีราคาเฉลี่ยอยู่ในช่วงตันละ 837.3 - 1,582.6 ดอลลาร์ สรอ.

ขณะที่ผลผลิตพืชน้ำมันของอินเดียมีจำนวนเพียง 36.05 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงพอที่จะตอบสนอง ความต้องการบริโภคของคนในประเทศที่เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องนำเข้ามาจากประเทศต่างๆ โดยในปี 2555 อินเดียมีการนำเข้าน้ำมันพืช 11.00 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าน้ำมันปาล์มจำนวนถึง 8.50 ล้านตัน*(4) ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย

สำหรับประเทศไทย อินเดียเป็นตลาดส่งออกน้ำมันปาล์มอันดับ 1 มีสัดส่วนการส่งออกร้อยละ 33.0  โดยในปี 2555 มีการส่งออกน้ำมันปาล์มไปยังอินเดียจำนวน 14.58 พันตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออก 346.2 ล้านบาท และในช่วงระยะเวลาเพียง 9 เดือนของปี 2556 (มกราคม - กันยายน) มีปริมาณการส่งออกสูงถึง 141.69 พันตัน คิดเป็นมูลค่าส่งออก 3,195 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 35 เท่า

แม้อินเดียจะมีการนำเข้าน้ำมันพืชเป็นจำนวนมาก แต่การบริโภคน้ำมันและไขมันเฉลี่ยต่อหัวของอินเดียยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยในปี 2555 อยู่ที่ระดับ 15 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา และจีน ที่มีการบริโภคน้ำมันและไขมันเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ระดับ 59 55 และ 25 กิโลกรัมตามลำดับ  อย่างไรก็ดีอินเดียมีแนวโน้มการบริโภคน้ำมันเฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรในประเทศที่มีทิศทางเพิ่มขึ้น จากปี2546 ที่มีรายได้เฉลี่ยต่อหัว*(5) เท่ากับ 565 ดอลลาร์ สรอ. เพิ่มมาเป็น 1,489 ดอลลาร์ สรอ.ในปี 2555

เมื่อความต้องการบริโภคน้ามันพืช โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มในอินเดียยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยการขยายตัวของจำนวนประชากร และรายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี อีกทั้งน้ำมันปาล์มยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากความอเนกประสงค์และราคาที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่น ขณะที่ผลผลิตในประเทศ ไม่เพียงพอกับความต้องการ อินเดียจึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าจากประเทศต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของคนในประเทศ จึงนับเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะเข้าไปเพิ่มสัดส่วนการส่งออกไปในอินเดีย อย่างไรก็ดีประเทศไทยต้องเร่งขยายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมัน เพิ่มผลผลิตและผลิตภาพการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับ

ประเทศเพื่อนบ้าน และไม่พลาดโอกาสที่กำลังจะมาถึง

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคลจึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

*(1) ข้อมูลจาก United States Department of Agriculture (USDA)
*(2) ข้อมูลจาก World Bank
*(3) ข้อมูลจาก United States Department of Agriculture (USDA)
*(4) ข้อมูลจาก United States Department of Agriculture (USDA)
*(5) ข้อมูลจาก World Bank
ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง