'หญิงเป็ด-ไพบูลย์'เลื่อนแจงกกต. ปมถูกร้องคัดค้านเลือกตั้งส.ว.

18 เม.ย.57 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) นายวีระ ยี่แพร ผอ.กกต.กทม.กล่าวถึงการเชิญ คุณหญิงจารุวรรณ เมนฑกา ว่าที่สมาชิกวุฒิภา (ส.ว.) ของกรุงเทพมหานคร และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา เข้าชี้แจงต่อ กกต.กทม.กรณีการสืบสวนตามคำร้องที่มีผู้ร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว.ในวันนี้ ว่า...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

ร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของหน่วยงานย่อย พ.ศ. ….

ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 18:29:14 น.

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการของร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของหน่วยงานย่อย พ.ศ. …. ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้

สาระสำคัญร่างระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเก้บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของหน่วยงานย่อยพ.ศ. …. แก้ไขหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง ดังนี้

1. การเบิกเงินเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน

- วิธีปฏิบัติเดิม กำหนดให้หน่วยงานย่อยขอเบิกเงินจากส่วนราชการผู้เบิกมาเพื่อจ่ายให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินเอง

- วิธีปฏิบัติใหม่ กำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานย่อยหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ขอเบิกเงินจากส่วนราชการผู้เบิก โดยให้แจ้งรายละเอียดและหลักฐานประกอบการขอเบิก (ถ้ามี) ไปด้วย ซึ่งส่วนราชการผู้เบิกจะเป็นผู้จ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน ตลอดจนข้าราชการ ลูกจ้าง ของหน่วยงานย่อยโดยตรงต่อไป

2. การยืมเงินงบประมาณ

- วิธีปฏิบัติเดิม กำหนดให้ผู้ยืมเงินของหน่วยงานย่อยทำสัญญายืมเงินผ่านหน่วยงานย่อย เพื่อเสนอส่วนราชการผู้เบิกให้อนุมัติและจ่ายเงินตามสัญญายืมเงิน

- วิธีปฏิบัติใหม่ กำหนดให้ผู้ยืมเงินของหน่วยงานย่อยทำสัญญายืมเงิน และส่งใช้เงินยืมโดยตรงกับส่วนราชการผู้เบิก โดยไม่ต้องผ่านหน่วยงานย่อยเพื่อลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

3. การเก็บรักษาเงิน

- วิธีปฏิบัติเดิม กำหนดให้หน่วยงานย่อยเก็บรักษาเงินไว้ในตู้นิรภัยของอำเภอ ซึ่งตั้งอยู่ ณ สถานีตำรวจภูธรอำเภอต่าง ๆ โดยมีคณะกรรมการเก็บรักษาเงินของอำเภอร่วมกันรับผิดชอบ

- วิธีปฏิบัติใหม่ กำหนดให้หน่วยงานย่อยเก็บรักษาเงินที่มีอยู่ไว้ในตู้นิรภัย ซึ่งตั้งอยู่ ณ สำนักงานของหน่วยงานย่อย โดยให้หัวหน้าหน่วยงานย่อยแต่งตั้งข้าราชการในหน่วยงานเป็นกรรมการเก็บรักษาเงิน และเพื่อให้เกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้นได้กำหนดวิธีการเก็บรักษาเงินเพิ่มเติมขึ้นอีกวิธีหนึ่งโดยให้ใช้บริการของธนาคารในการเก็บรักษาเงินได้

4. การนำเงินส่งคลัง

- วิธีปฏิบัติเดิม กำหนดให้มีคณะกรรมการนำส่งของอำเภอดูแลรับผิดชอบนำเงินของหน่วยงานย่อยต่าง ๆ ในอำเภอนั้นส่งคลัง

- วิธีปฏิบัติใหม่ ยกเลิกคณะกรรมการนำส่งของอำเภอ และกำหนดให้หน่วยงานย่อยแต่ละแห่งนำเงินที่เก็บรักษาไว้ส่งคลังได้เอง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการเก็บรักษาเงินที่กำหนดขึ้นใหม่

5. การบันทึกบัญชี
- วิธีปฏิบัติเดิม กำหนดให้หน่วยงานย่อยบันทึกบัญชีตามระบบบัญชีหน่วยงานย่อย

- วิธีปฏิบัติใหม่ กำหนดให้หน่วยงานย่อยจัดทำรายงานและทะเบียนคุมต่าง ๆ โดยบันทึกในระบบการควบคุมการเงินของหน่วยงานย่อยที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อให้การปฏิบัติงานในด้านการจัดทำและควบคุมทางบัญชีสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้น ซึ่งจะเหมาะสมกับสภาพของหน่วยงานย่อยโดยทั่วไปที่มีอัตรากำลังจำกัดและขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในทางบัญชี

6. การตรวจสอบ

- วิธีปฏิบัติเดิม กำหนดให้นายอำเภอเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบการเงินของส่วนราชการในอำเภอ

- วิธีปฏิบัติใหม่ ให้หัวหน้าหน่วยงานย่อยเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบการเงินของส่วนราชการในอำเภอ และรายงานผลการตรวจสอบให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกเพื่อพิจารณาต่อไป และปรับเปลี่ยนรายละเอียดในการตรวจสอบเพื่อให้สอดคล้องกับวิธีปฏิบัติในระบบใหม่

7. กำหนดให้กรมบัญชีกลางมีอำนาจกำหนดประเภทและรูปแบบของใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการจ่ายและรายงานการเงินคงเหลือประจำวันซึ่งเป็นเอกสารในทางการเงิน เพื่อให้เกิดความเหมาะสม คล่องตัวและสะดวกรวดเร็วในการทำงาน

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547--จบ--

-กภ-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง