ยุทธศาสตร์แห่งชาติ รวมพลังสร้างสุขภาพ เพื่อคนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง

ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- พุธที่ 17 พฤศจิกายน 2547 15:21:17 น.

คณะรัฐมนตรีพิจารณาร่างกรอบแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานยุทธศาสตร์แห่งชาติ "รวมพลังสร้างสุขภาพ เพื่อคนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง" ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแล้วมีมติดังนี้

1. อนุมัติในหลักการ กรอบแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานยุทธศาสตร์แห่งชาติ "รวมพลังสร้างสุขภาพ เพื่อคนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง" และกำหนดให้ยุทธศาสตร์แห่งชาติดังกล่าว เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อทุกหน่วยงานจะได้ร่วมถือเป็นแนวทางการดำเนินงานต่อไป

2.  อนุมัติหลักการให้ตั้งคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรง เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาตินี้  โดยให้มีศูนย์อำนวยการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรงเป็นหน่วยงานรองรับการทำงานของคณะกรรมการบริการยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรงดังกล่าว

กรอบแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานยุทธศาสตร์แห่งชาติ "รวมพลังสร้างสุขภาพ เพื่อคนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง"

1. แนวคิดและความเป็นมา

1.1 การมีสุขภาพแข็งแรง (Health) ในความหมายขององค์การอนามัยโลก ครอบคลุมถึงความแข็งแรงของสุขภาพในมิติต่าง ๆ ทั้งทางด้านร่างกาย  (Physical  Health)  จิตใจ (Mental  Health)สังคม (Social  Health)  และปัญญา/จิตวิญญาณ (Spiritual  Health)  ซึ่งถ้าหากคนไทยมีความแข็งแรงทางสุขภาพครอบคลุมความหมายทั้ง 4 มิตินี้  ย่อมจะสามารถเสริมสร้างให้ประเทศไทยมีความแข็งแรงอย่างแน่นอน

1.2 องค์การอนามัยโลก  กำหนดแนวทางสร้างความแข็งแรงทางสุขภาพตามกฎบัตรอ๊อตตาว่า (Ottawa Charter) ไว้ 5 ด้าน  ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้ผลักดันนโยบายและการดำเนินงานต่าง ๆ ตาม  Ottawa Charter  จนประสบผลสำเร็จและมีความคืบหน้าไปมาก กล่าวคือ

ก. ด้านนโยบายสาธารณสุขเพื่อสุขภาพ  (Healthy Public Policy) ได้มีการผนึกกำลังระหว่างภาครัฐ  ภาควิชาการ วิชาชีพ  และภาคประชาชน ดำเนินการอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ทศวรรษ จนประสบความสำเร็จในการผลักดันนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพต่าง ๆ เช่น  การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่  การออกกฎหมายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ  การรณรงค์ลดการบริโภคสุรา  การตั้งคณะกรรมการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ  การออกกฎหมายเก็บภาษีเหล้าและบุหรี่เพิ่ม  เพื่อตั้งเป็นกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ  (สสส.)  การรณรงค์ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุบนท้องถนน  การขับเคลื่อนกระบวนการสมัชชาสุขภาพและจัดทำร่าง พรบ. สุขภาพแห่งชาติ

ข. ด้านการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ  (Healthy Environment)   ได้มีการดำเนินงาน "เมืองน่าอยู่" (Healthy City)  ที่ยึดหลักการเสริงสร้างศัพยภาพและความเข้มแข็งของประชาชนและทุกภาคส่วนในชุมชนเพื่อนำไปสู่สำนึกความเป็นเจ้าของ  (Sense of belonging) สำนึกต่อส่วนรวม (Social conscience) และความร่วมมือ (Participation)  อันจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ซึ่งดำเนินงานมานานกว่า 10 ปี

ค. ด้านการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน (Community Strengthening)

-  ได้มีการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การสาธารณสุขมูลฐานกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา  จนบรรลุเป้าหมายเมื่อปี 2542 และขยายต่อเป็นโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต  ที่บูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงหลักอย่างน้อย 6 กระทรวงได้แก่  กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์   กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข  ตลอดจนมีการสร้างระบบอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกทั่วประเทศ กว่า 8 แสนคน

- ได้มีการขยายตัวของพัฒนาการที่เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตามปรัชญาของ "เศรษฐกิจพอเพียง"  ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีหลักการสำคัญ 5 ประการ คือ ความพอประมาณ  ความมีเหตุผล ความมีระบบภูมิคุ้มกันตนเอง การใช้ความรู้และการมีคุณธรรมจริยธรรม

ง. ด้านการส่งเสริมพัฒนาทักษะส่วนบุคคล (Personal  Skill Development)

- ได้มีการผลักดันการปฏิรูปการศึกษาของชาติ  และขยายโอกาสทางการศึกษาเพื่อยกระดับการศึกษาของคนในชาติ  ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พุทธศักราช 2540

- ได้มีการฟื้นฟูภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย  จนเป็นที่รู้จักทั่วโลกในเรื่องการนวดแผนไทย  และมีการตั้งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเพื่อยกระดับความสำคัญในการพัฒนาภูมิปัญญาไทยด้านนี้

จ. ด้านการปรับเปลี่ยนระบบบริการสาธารณสุข (Health Service System Reorientation)

- ได้มีการผลักดันการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าตามโครงการ 30 บาท รักษาทุกโรคของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งนำไปสู่การสร้างหลักประกันให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานอย่างถ้วนหน้า และมี พรบ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  พ.ศ. 2545 รองรับการดำเนินงานให้ยั่งยืน

- ผลที่ตามมาจากการประกาศนโยบายสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ก็คือ นโยบายซึ่งเน้น "การสร้างสุขภาพ" นำ "การซ่อมสุขภาพ" โดยรัฐบาลได้ประกาศนโยบายให้ปี พ.ศ. 2545 เป็นปีเริ่มต้นแห่งการรวมพลังสร้างสุขภาพตามกรอบการรณรงค์ 5 อ. ได้แก่  ออกกำลังกาย อาหาร อารมณ์ อนามัยสิ่งแวดล้อม และอโรคยา  หรือการลดโรคสำคัญต่าง ๆ ซึ่งมีกิจกรรมระดับชาติในการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใส่ใจการสร้างสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมรวมพลคนเสื้อเหลือง ที่ประชาชนคนไทยได้ร่วมออกกำลังกายพร้อมกันกว่า 8 ล้านคน และการรณรงค์อาหารปลอดภัย (Food Safety)  ที่มีการดำเนินงานอย่างจริงจังในปี 2547 ซึ่งรัฐบาลประกาศ ให้เป็นปีแห่งอาหารปลอดภัย เป็นต้น

1.3 การผลักดันนโยบายสร้างสุขภาพให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ประเทศไทยได้รับเกียรติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นเจ้าภาพการประชุมนานาชาติ  การส่งเสริมสุขภาพโลก ครั้งที่ 6 (6th Global Conterence on Health Promotion 2005) ระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2548 ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมดำเนินนโยบายเมืองไทยแข็งแรง (Healthy Thailand) ซึ่งขยายการรณรงค์สร้างสุขภาพตามกรอบ 5 อ. ที่ดำเนินการมาแล้วให้เด่นชัดยิ่งขึ้น  โดยได้กำหนดตัวชี้วัดต่าง ๆ และสั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ เพื่อผลักดันกระแสการสร้างสุขภาพของสังคมไทยให้เข้มข้นขึ้น อันจะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในเวทีการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพโลกครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพต่อไป

1.4 การสร้างสุขภาพ ลำพังกระทรวงสาธารณสุขเพียงหน่วยงานเดียว คงไม่สามารถผลักดันนโยบายการสร้าง สุขภาพคนไทยในมิติต่าง ๆ ที่ครอบคลุมเพียงพอ สุขภาพเป็นเรื่องของคนไทย 63 ล้านคน ดังนั้นคนไทยทุกคนจึงมีส่วนสำคัญที่จะส่งผลให้เกิด  "เมืองไทยแข็งแรง"  ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ จำเป็นต้องประสานความร่วมมือทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชน ร่วมผลักดันให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อรัฐบาลจะได้ตั้งคณะกรรมการระดับชาติมารับผิดชอบประสานการทำงาน ตลอดจนบูรณาการแผนงาน และทรัพยากรของหน่วยงานต่าง ๆ ในภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสุขภาพให้เป็นเอกภาพภายใต้กรอบยุทธศาสตร์เดียวกัน

1.5 รัฐบาลชุดปัจจุบันได้ผลักดันนโยบายสำคัญในระดับที่เป็นวาระแห่งชาติ อันมีผลต่อสร้างความแข็งแรงทางสุขภาพของคนไทย นั่นก็คือ การขจัดความไม่รู้ ความจน และปัญหาความเจ็บป่วย ซึ่งเป็นอุปสรรคที่สำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย  โดยได้ดำเนินการอาทิ เช่น  นโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  นโยบายการประกาศสงครามกับยาเสพติด การประกาศสงครามกับความยากจน  การปฏิรูปการศึกษาและการขยายโอกาสทางการศึกษา โดยนโยบายเหล่านี้มีส่วนสำคัญต่อการช่วย "แก้ความทุกข์"  ของคนไทย ซึ่งถ้าหากได้ผลักดันให้นโยบาย  "เมืองไทยแข็งแรง"  (Healthy Thailand) เป็นนโยบายสำคัญระดับวาระแห่งชาติอีกเรื่องหนึ่ง ก็จะทำให้การพัฒนาประเทศไทยเกิดความสมบูรณ์ครอบคลุมทั้งมิติ

"ร่วมกันแก้ทุกข์"  และ "ช่วยกันสร้างสุข"  เป็นตัวอย่างความสำเร็จของนโยบายที่สมบูรณ์สามารถนำเสนอต่อที่ประชุม "การส่งเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 6"  ให้ปี 2548 อันจะมีผลต่อการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมนโยบาย "เมืองไทยแข็งแรง"  จะเป็นวิสัยทัศน์ที่เป็นรูปธรรมของสุขภาพคนไทยในทุกมิติ   คนไทย 63 ล้านคน เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาทั้งด้าน เศรษฐกิจ สังคม การเมืองและเทคโนโลยี เพื่อให้คนไทยเป็นคนแข็งแรง สังคมแข็งแรง  เศรษฐกิจแข็งแรง  นำไปสู่  "เมืองไทยแข็งแรง"

2. วิสัยทัศน์ "เมืองไทยแข็งแรง"  (Healthy Thailand) คนไทยอยู่เย็นเป็นสุขทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา/จิตวิญญาณ มีสัมมาอาชีพ มีรายได้ ทำงานด้วยความสุข  สามารถดำรงชีพบนพื้นฐานของความพอดีพอประมาณอย่างมีเหตุมีผล ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  มีครอบครัวอบอุ่น มั่นคง อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพ ชีวิตและทรัพย์สิน เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีสุขภาพแข็งแรง  และอายุยืนยาว

3. วัตถุประสงค์ เพื่อระดมศักยภาพของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ  ภาควิชาการ ภาคเอกชน  และภาคประชาชน ร่วมกันดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยมีกลไกรับผิดชอบติดตาม และผลักดันการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุวิสัยทัศน์ "เมืองไทยแข็งแรง" (Healthy  Thailand)

4. คำประกาศนโยบายและเป้าหมาย "เมืองไทยแข็งแรง"  (Healthy Thailand)
4.1 ด้านความแข็งแรงของสุขภาพในมิติทางกาย (Physical Health)

- คนไทยที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพในทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกชุมชน  ทุกหน่วยงานและสถานประกอบการ

- คนไทยได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ และเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย จากแหล่งผลิตอาหารที่ปลอดสารพิษปนเปื้อน  ตลาดสด  ร้านอาหารและแผงลอยจำหน่ายอาหารทุกแห่งได้มาตรฐานสุขอนามัย สถานที่ผลิตอาหารทุกแห่งผ่านเกณฑ์ (Good Manufacturing Practice) GMP

- คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวพร้อมสุขภาพที่แข็งแรง  อัตราการป่วยและตายด้วยโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ของคนไทยลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคเอดส์ โรคมะเร็ง  โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง  โรคไข้เลือดออก และโรคเบาหวาน

- คนไทยลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ
- คนไทยมีอัตราการบาดเจ็บและตายด้วยอุบัติเหตุลดน้อยลง
- คนไทยทุกคนมีหลักประกันการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ได้มาตรฐาน
4.2 ด้านความแข็งแรงของสุขภาพในมิติทางจิตใจ  (Mental  Health)

- คนไทยมีครอบครัวที่อบอุ่น  เด็กและผู้สูงอายุได้รับการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว

- คนไทยมีอัตราการฆ่าตัวตาย  ตลอดจนการป่วยด้วยโรคทางจิต  ประสาท  ลดน้อยลง

- คนไทยมีความฉลาดทางสติปัญญา ( I.Q.)  และความฉลาดทางอารมณ์ ( E.Q.)  เพิ่มมากขึ้นในระดับที่ต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล

4.3 ด้านความแข็งแรงของสุขภาพในมิติทางสังคม  (Social  Health)  และเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)

- คนไทยมีความปลอดภัยจากอาชญากรรมและความรุนแรง  ที่ก่อให้เกิดการประทุษร้ายต่อชีวิต ร่างกายและจิตใจ  การประทุษร้ายทางเพศและการประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน

- คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาในระบบโรงเรียนไม่น้อยกว่า  12  ปี  และมีโอกาสเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเกิดทักษะทางสุขภาพ (Health  Skill)  และทักษะการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม  ( Lift  Skill)

- คนไทยมีสัมมาอาชีพและมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติสุข

- คนไทยมีที่อยู่อาศัยที่ถูกสุขลักษณะ  มีน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภคเพียงพอ  และดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี

4.4 ด้านความแข็งแรงของสุขภาพในมิติทางปัญญา/จิตวิญญาณ (Spiritual  Health)
- คนไทยลด  ละ  เลิกอบายมุขและสิ่งเสพติด
- คนไทยมีความรู้  รัก  สามัคคี  มีความอาทรเกื้อกูลกัน

- คนไทยมีสติและปัญญาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งรุนแรงต่างๆ  ด้วยเหตุผลและด้วยสันติวิธี

- คนไทยยึดมั่นในหลักศาสนธรรมและวัฒนธรรมที่ดีงาม

5.  ระยะเวลาการดำเนินงาน   เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผล  ได้กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน  คือ

- ระยะที่  1  (สิงหาคม  2547-สิงหาคม 2548)  เพื่อให้สอดคล้องกับการประชุมนานาชาติ  การส่งเสริมสุขภาพโลก  ครั้งที่  6  ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

- ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2548-พ.ศ. 2552)  เพื่อให้สอดคล้องกับกรอบระยะเวลานโยบายต่อสู้เอาชนะความยากจนของรัฐบาล

- ระยะที่  3 (พ.ศ. 2552-พ.ศ. 2558)  เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium  Development  Goals:MDGs)  ขององค์การสหประชาชาติ

6. ยุทธศาสตร์ "รวมพลังสร้างสุขภาพ  เพื่อคนไทยแข็งแรง  เมืองไทยแข็งแรง"

6.1 ใช้พื้นที่เป็นฐานบูรณาการทุกภาคส่วน  สร้างกระบวนการเรียนรู้  สู่วิถีชุมชน  โดยดึงเอาพลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน  ภาควิชาการ  และภาคประชาชนในพื้นที่ทุกระดับจากชุมชนสู่หมู่บ้าน  ตำบล  อำเภอ  และจังหวัด  ให้เข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการภายใต้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน  และทำงานอย่างเป็นเอกภาพ  เพื่อพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาตลอดจนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนในแต่ละพื้นที่  เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ "คนไทยแข็งแรง  เมืองไทยแข็งแรง"

6.2 เน้นการทำงานที่สถานที่ตั้ง (Setting)  และกลุ่มวัย  โดนเฉพาะอย่างยิ่งการดึงพลังศักยภาพของเยาวชน  พลังสตรี  ผู้สูงอายุ  ผู้นำศาสนา  ผู้ด้อยโอกาส  ผู้พิการ  ชุมชนต่างวัฒนธรรม ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น  ผู้นำชุมชน  และเจ้าของสถานประกอบการร่วมกันสร้าง  "เมืองไทยแข็งแรง"  (Healthy  Thailand)

6.3 ใช้กลยุทธ์  7  ประการในการดำเนินงานคือ  1. กลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วม (Participation  Strategy)  2. กลยุทธ์การสื่อสารสาธารณะ (Communication Strategy)  3. กลยุทธ์การเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจและการมีสำนึกสาธารณะ (Strengthening  and  Creating  Public  Mind Strategy) 4. กลยุทธ์การจัดบริการ (Service Strategy) 5. กลยุทธ์การใช้มาตรการทางสังคม (Social  Measure Strategy) 6. กลยุทธ์การพัฒนาวิชาการและการเรียนรู้ (Knowledge  and  Learning Strategy) 7. กลยุทธ์การบริหารจัดการมุ่งผลสำเร็จ  ( Result  Based  Management Strategy)

7.  กลไกการจัดการ   เพื่อให้มีกลไกรับผิดชอบการจัดทำแผนแม่บทตลอดจนการติดตามและสนับสนุนการดำเนินงานให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์แห่งชาติดังกล่าว  จึงเสนอให้

7.1  มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีประกาศให้นโยบาย "เมืองไทยแข็งแรง" (Healthy Thailand)  เป็นวาระแห่งชาติ

7.2  จัดตั้งคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรง  ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลักที่เกี่ยวข้องเป็นรองประธาน  คณะกรรมการประกอบด้วย  ปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติ  และให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรง เพื่อเป็นโครงสร้างรองรับการทำงานของคณะกรรมการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรงดังกล่าว

7.3  ให้กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรง  และรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณที่จำเป็นอย่างเพียงพอแก่กระทรวงต่างๆ สำหรับการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายใต้นโยบายและยุทธศาสตร์ "เมืองไทยแข็งแรง" (Healthy  Thailand )

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2547--จบ--

-กภ-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง