'กำนัน'ย้ำชัดต้านกกต.จัดเลือกตั้ง 20เม.ย.นัดเดินสีลม-เจริญกรุง

19 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินี ว่า คนในระบอบทักษิณ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ถ้าถูกตัดสินว่าผิดก็ด่าศาลว่าไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และยังเหิมเกริมเอาปืนไปยิงใส่ศาล ตำรวจไม่เคยจับได้ เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษไม่เคยผิด ไม่ต้องติดคุก...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

อนุมัติให้ขยายระยะเวลาส่งมอบเรือขุด

ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 9 พฤษภาคม 2543 18:40:47 น.
ทำเนียบรัฐบาล--9 พ.ค.--นิวส์สแตนด์

คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ให้ขยายระยะเวลาส่งมอบเรือขุดให้แก่บริษัท Ellicott Machine Corporation International จนถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544 และยกเว้นค่าปรับจำนวน 3,940,000.00 เหรียญ สหรัฐฯ เป็นกรณีพิเศษ โดยให้ปรับบริษัทฯ เพื่อชดเชยความเสียหายเป็นเงินจำนวน 1,000,000.00 เหรียญสหรัฐฯ ตามที่กรมเจ้าท่าและคณะทำงานพิเศษเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการจัดหาเรือขุดเสนอ เพื่อให้ทางราชการได้รับมอบเรือขุดไว้ใช้ตามโครงการต่าง ๆ ตามเป้าหมายต่อไป

ทั้งนี้ เนื่องจากกรมเจ้าท่าได้ทำสัญญากับบริษัท Ellicott Machine Corporation International แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดหาเรือขุดหัวสว่านขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่อส่งดิน 28 นิ้ว จำนวน 3 ลำ ตามสัญญาเลขที่ 01/2541ลงวันที่ 30 กันยายน 2540 ในวงเงิน 49,400,000.00 เหรียญสหรัฐฯ ประกอบด้วยค่าต่อเรือขุด เรือพี่เลี้ยง ท่อทุ่นพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเงิน 44,527,919.00 เหรียญสหรัฐฯ และค่าอะไหล่ต่าง ๆ เป็นเงิน 4,872,081.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อมากรมเจ้าท่าได้ต่อรองราคารวมลงอีก 12,500.00 เหรียญสหรัฐฯ ในการอนุมัติให้ต่อเรือพี่เลี้ยงและท่อทุ่นพร้อมอุปกรณ์ในประเทศ ทำให้ราคารวมเป็นเงินจำนวน 49,387,500.00 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งกระทรวงการคลังได้จัดสรรเงินกู้ Yankee Bond สำหรับการจ่ายเงินค่างานจำนวนดังกล่าว และได้จัดสรรเงินบาทสมทบเป็นค่าภาษีเพื่อนำเข้าอีกร้อยละ 16.10 ของราคา ตามสัญญาเป็นเงินจำนวน 7,953,400.00 เหรียญสหรัฐฯ โดยสำนักงาน U.S. Trade and DevelopmentAgency (TDA) ของสหรัฐอเมริกาได้ให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่า จำนวน 400,000.00 เหรียญสหรัฐฯ ในการให้บริษัทฯ ฝึกอบรมข้าราชการในสาขาต่าง ๆ อีกส่วนหนึ่งด้วย กำหนดระยะเวลาต่อสร้างเรือมีกำหนด 540 วันนับจากวันที่ได้ลงนามในสัญญา (ครบกำหนดสัญญาวันที่ 24 มีนาคม 2542) และได้รับการขยายระยะเวลาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ 48 วัน จึงครบกำหนดสัญญาในวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 ขณะนี้งานยังไม่แล้วเสร็จตามสัญญาแต่แล้วเสร็จเป็นส่วนใหญ่

กรมเจ้าท่าให้ความเห็นว่า ได้ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาแล้วมิได้มีข้อยกเว้นค่าปรับอันเนื่องจากการส่งมอบงานล่าช้าไว้เป็นกรณีพิเศษ แต่เมื่อพิจารณาผลการดำเนินการของบริษัทฯ แล้วเห็นว่าบริษัทฯ มีเจตนาที่จะทำงานให้แล้วเสร็จจริง ซึ่งขณะนี้เรือขุดทั้ง 3 ลำ ได้ต่อสร้างแล้วเสร็จรอการทาสีหลังจากการติดตั้งอุปกรณ์ให้แล้วเสร็จเท่านั้น ส่วนการติดตั้งเครื่องจักรกลและอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ บนเรือขุดแล้วเสร็จประมาณร้อยละ 85.6 อุปกรณ์ที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 14.4 จะนำมาประกอบและติดตั้งในประเทศไทย สำหรับงานในส่วนอื่นคือเรือพี่เลี้ยงจำนวน 3 ลำ ท่อทุ่นพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 ชุด และอะไหล่เรือขุด จำนวน 3 ชุด ได้ดำเนินการเสร็จและส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ต่อมากระทรวงคมนาคมได้แต่งตั้งคณะทำงานพิเศษเพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการจัดหาเรือขุดดังกล่าว โดยมีรองอธิบดีอัยการฝ่ายที่ปรึกษา สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นประธานกรรมการ และมีผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นกรรมการ ผลการพิจารณาของคณะทำงานฯ ได้เสนอความเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้

1. กรมเจ้าท่าได้รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากสำนักงาน U.S. Trade and Development Agency (TDA) ในการฝึกอบรม และดูงานสำหรับเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสาขาวิชาต่าง ๆ จำนวน 33 คน มูลค่า 400,000.00 เหรียญสหรัฐฯ โดย TDA ได้มอบหมายให้บริษัท Ellicott Machine Corporation International เป็นผู้จัดการฝึกอบรมฯ และบริษัทฯ ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

2. บริษัทฯ ได้ดำเนินการซื้อขายสินค้าไทยภายใต้เงื่อนไขการค้าขายต่างตอบแทน (Countertrade) มูลค่า30% ของราคาตามสัญญา คือจำนวน 14,820,000.00 เหรียญสหรัฐฯ (สิบสี่ล้านแปดแสนสองหมื่นเหรียญสหรัฐฯ) เสร็จเรียบร้อยแล้ว

3. งานตามสัญญาบริษัทฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นส่วนใหญ่ คงเหลือเพียงการติดตั้งอุปกรณ์บนเรือขุดส่วนที่เหลืออีกประมาณ 14.4% เท่านั้น ส่วนเรือพี่เลี้ยง ท่อทุ่น และอุปกรณ์ พร้อมอะไหล่ต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย และกรมเจ้าท่าได้รับไว้ใช้ราชการแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีความตั้งใจจะทำงานให้แล้วเสร็จและส่งมอบให้แก่กรมเจ้าท่าภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2544 โดยบริษัทฯ มีหนังสือยืนยันมาว่าเมื่อเรือขุดมาถึงประเทศไทยแล้ว กรมเจ้าท่าจะเป็นเจ้าของเรือขุดและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขแห่งสัญญา นอกจากนี้บริษัทฯ ได้แจ้งยินยอมชดใช้ความเสียหายจากการส่งมอบงานช้าเพื่อบรรเทาความเสียหายให้แก่ทางราชการเป็นเงินจำนวน 1,000,000.00 เหรียญสหรัฐฯ (หนึ่งล้านเหรียญสหรัฐฯ) ตามหนังสือลงวันที่ 18 เมษายน 2543 จึงสมควรยอมรับได้

4. บริษัทฯ จะนำเรือขุดทั้ง 3 ลำพร้อมอุปกรณ์ส่วนที่เหลือบรรทุกขึ้นเรือใหญ่และเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกาภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2543 เพื่อเดินทางมายังประเทศไทยและดำเนินการประกอบติดตั้งอุปกรณ์ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 14.4% ที่อู่ต่อเรือของบริษัท ยูนิไทย ชิพยาร์ด แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัด อู่ปราการกลการ ซึ่งจะมีค่าจ้างแรงงานประมาณ 1,000,000.00 เหรียญสหรัฐฯ นั้น เป็นการทำให้เกิดการจ้างงานและเงินหมุนเวียนในประเทศไทย เป็นการส่งเสริมกิจการอู่ต่อเรือและซ่อมเรือไทย รวมทั้งจะเป็นการทำให้กรมเจ้าท่าสามารถควบคุมดูแลงานติดตั้งอุปกรณ์บนเรือขุดได้อย่างใกล้ชิด และมีความมั่นใจในการรับมอบเรือขุดตามกำหนด โดยคณะกรรมการตรวจการจ้างของกรมเจ้าท่าได้ไปตรวจสอบอู่ต่อเรือดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่ามีขีดความสามารถในการดำเนินงานส่วนที่เหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การควบคุมของวิศวกรของบริษัทฯ และกรมเจ้าท่าได้ให้ความเห็นชอบในอู่ต่อเรือทั้งสองแล้ว

5. การดำเนินการตามสัญญาอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการผ่อนปรนให้กับบริษัทฯ โดยการดำเนินการบอกเลิกสัญญาถือเป็นกรณีที่มีข้อพิพาทที่จำเป็นจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของสัญญา โดยนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการก่อนที่จะใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะต้องเสียเวลาล่าช้าหลายปี (กรมเจ้าท่าเคยมีกรณีข้อพิพาทลักษณะทำนองนี้ ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด อู่เรือธนบุรีกับกรมเจ้าท่าที่ต้องใช้เวลาประมาณ 5 - 6 ปี) และถึงแม้ว่ากรมเจ้าท่าจะชนะคดีก็อาจมีปัญหาในการบังคับคดี เนื่องจากเรือที่ต่อสร้างขณะนี้ยังอยู่ในสหรัฐอเมริกา เจ้าหนี้รายอื่นก็อาจจะบังคับชำระหนี้เอาจากเรือได้ นอกจากนี้การเรียกร้องค่าเสียหายก็จะต้องใช้เวลาหลายปี สิ้นค่าใช้จ่ายสูง สภาพเรือจะเสื่อมโทรมไปเรื่อย ๆ และปัจจุบันเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่สำคัญต่าง ๆ ได้ทำการติดตั้งภายในเรือแล้ว หากทิ้งไว้เป็นเวลานานไม่มีการใช้งาน หรือดูแลรักษา จะทำให้เกิดการชำรุดและเสื่อมสภาพไม่สามารถใช้งานได้ หรือหากจะใช้ได้ก็ต้องทำการซ่อมทำ ซึ่งจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เมื่อกรมเจ้าท่าจะต้องนำเรือมาใช้งานก็จะไม่สามารถนำมาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ จะทำให้ราชการเสียประโยชน์ ประกอบกับเมื่อพิจารณาถึงสถานะทางการเงินของบริษัทฯ ในปัจจุบัน ซึ่งกำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างรุนแรง ขาดเงินทุนหมุนเวียนอย่างหนักและติดหนี้สินกับบรรดาเจ้าหนี้อื่นอีกมาก อาจล้มละลายต่อไปได้ จึงสมควรพิจารณาหาทางผ่อนปรนเพื่อให้ทางราชการได้ประโยชน์มากที่สุดหรือหลีกเลี่ยงความเสียหายให้มากที่สุด

6. สำหรับระยะเวลาที่บริษัทฯ ขอขยายเวลาสัญญา จากวันที่ 11 พฤษภาคม 2542 เป็นภายในวันที่ 28กุมภาพันธ์ 2544 แต่กรมเจ้าท่าเห็นว่า บริษัทฯ ควรส่งมอบเรือขุดได้ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544 นั้น คณะทำงานฯพิจารณาแล้ว เห็นควรแบ่งระยะเวลาออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่น่าจะพิจารณาขยายอายุสัญญาตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุฯ ได้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และให้กรมเจ้าท่าได้รับเรือขุดมาใช้โดยเร็วโดยได้รับความเสียหายน้อยที่สุดเป็นจำนวน 317 วัน สำหรับส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่เกิดความล่าช้าโดยบริษัทฯ มิได้จงใจ ซึ่งควรพิจารณาในเชิงนโยบายอันจะเป็นการผ่อนปรน เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ โดยให้ราชการเสียหายน้อยที่สุดเป็นจำนวน329 วัน รวมเป็นระยะเวลาที่ควรได้รับการขยายเวลาทั้งสิ้นเป็นจำนวน 646 วัน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของกรมเจ้าท่าตามหนังสือลงวันที่ 22 มีนาคม 2543 และ 12 เมษายน 2543

7. เรื่องในลักษณะนี้กระทรวงคมนาคมเคยนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณากรณีการท่าเรือแห่งประเทศไทยขออนุมัติขยายระยะเวลาการส่งมอบรถคานยกตู้สินค้า และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541 แจ้งตามหนังสือ ที่ นร 0205/4226 ลงวันที่ 10 เมษายน 2541 อนุมัติการขยายระยะเวลาการส่งมอบรถคานยกตู้สินค้า โดยยกเว้นค่าปรับทั้งหมดเป็นเงินจำนวน 151,415,825.00 บาท เป็นกรณีพิเศษตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอได้

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ชุดนายชวน  หลีกภัย)--วันที่ 9 พฤษภาคม 2543--
-สส-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง