ไล่คนวิจารณ์แถลงศอ.รส.ฟังธรรม จี้'สมชัย'ลาออกทำตัวไม่เป็นกลาง

วันที่ 18 เม.ย. 57 นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี มีผู้วิพากษ์วิจารณ์แถลงการณ์ ศอ.รส. ก้าวล่วงดุลพินิจ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ว่า หากผู้วิจารณ์ได้ฟังคำบรรยายธรรมของพระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือท่านเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ก็จะเห็นว่าสอดคล้องกันหลายส่วน...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

การจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินที่ทางการเข้าแทรกแซง

ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- อังคารที่ 26 ธันวาคม 2543 18:21:33 น.
ทำเนียบรัฐบาล--26 ธ.ค.--นิวส์สแตนด์

คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้จ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างให้แก่พนักงานและลูกจ้างของบริษัทเงินทุนเฟิสท์ ซิตี้ อินเวสเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FCI ต้องถือปฏิบัติตามหลักการตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ทั้งนี้ ให้กรณีของ FCI เป็นบรรทัดฐานสำหรับสถาบันการเงินอื่นที่เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยนิติเหตุ และอาจจะมีการเลิกจ้างต่อไปด้วย ทั้งนี้ เรื่องนี้เป็นกรณีการกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินที่ทางการเข้าแทรกแซงเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ เดิมกระทรวงการคลังได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินที่ทางการเข้าแทรกแซง ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานของ FCI ด้วย โดยให้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 เนื่องจากเหตุผลที่ว่า FCI มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจจากการที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าถือหุ้นใน FCI เกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ประกอบกับได้มีคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1543/2542 และคดีหมายเลขแดงที่ 4916/2542 ลงวันที่ 16 เมษายน 2542 ระหว่างนายประหยัด  ศิริยงค์ (โจทก์) กับบริษัท เงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) (จำเลย) เรื่อง สัญญาจ้างงานกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ว่า ค่าชดเชยที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างกรณีเลิกจ้างนั้น จะต้องเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ใช้บังคับอยู่ในขณะที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้างคือ จ่ายโดยถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 เนื่องจากบริษัท เงินทุนธนสยาม จำกัด (จำเลย) มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ จากการที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เข้าแทรกแซงถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ดังนั้น การจ่ายเงินค่าชดเชยแก่พนักงาน FCI จึงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ด้วยเช่นกัน ซึ่งข้อเสนอของกระทรวงการคลังดังกล่าวนี้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้วมีมติเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2543 ให้กระทรวงการคลังทำความเข้าใจกับคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์และผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจนเกี่ยวกับหลักการและผลกระทบซึ่งจะติดตามมา หากมีการจ่ายเงินค่าชดเชยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แทนการจ่ายเงินตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 แล้วนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

กระทรวงการคลังได้ทำความเข้าใจกับคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ได้ถูกยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ทำให้คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ต้องสิ้นสภาพไปด้วย กระทรวงการคลังจึงได้หารือกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน) เกี่ยวกับแนวทางการพิจารณาของกระทรวงการคลัง เรื่อง การจ่ายค่าชดเชยการเลิกจ้างให้แก่พนักงานและลูกจ้างของสถาบันการเงินที่ทางการเข้าแทรกแซงว่าถูกต้องและเป็นไปตามหลักการตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 หรือไม่ อย่างไร ซึ่งกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ให้ความเห็นว่า พนักงานลูกจ้างของ FCI ถูกเลิกจ้างระหว่างเดือนมิถุนายน - ตุลาคม 2542 ขณะที่บริษัทฯ ได้เปลี่ยนฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจโดยนิติเหตุแล้ว จึงต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2541 ให้สถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจเนื่องจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเข้าแทรกแซงได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการในเรื่องเงินเดือน สวัสดิการ ผลประโยชน์ ค่าตอบแทนของพนักงาน และการกำหนดอัตรากำลังโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ้างเดิมของสถาบันการเงินนั้น

จากหลักการตามกฎหมายและแนวทางคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง และศาลฎีกาดังกล่าว ประกอบกับการชี้แจงของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงการคลังได้พิจารณา และมีความเห็น ดังนี้

1. FCI มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ดังนั้น จึงต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ตามแนวทางการพิจารณาของศาลฎีกา กรณี นายประหยัด  ศิริยงค์ (โจทก์) กับบริษัท เงินทุนธนสยาม จำกัด (มหาชน) (จำเลย)

2. FCI เดิมมีฐานะเป็นเอกชนเมื่อเกิดปัญหาทางการเงิน ถ้ารัฐบาลไม่แทรกแซงกิจการจะถูกปิด แม้พนักงานจะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานก็จริง แต่กิจการไม่สามารถจ่ายได้ พนักงานต้องไปฟ้องร้องกับเจ้าของเดิมเอง

3. FCI มิได้เป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะตามกฎหมายการจัดตั้งเหมือนเช่นรัฐวิสาหกิจอื่น มีเงื่อนไขการเป็นรัฐวิสาหกิจไม่เหมือนกัน จึงไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกับการจ่ายเงินชดเชยกรณีที่รัฐจ่ายชดเชยเพิ่มพิเศษให้พนักงานของรัฐวิสาหกิจอื่นที่ถูกยุบเลิกได้

4. ฐานะการเงินของ FCI ปัจจุบันประสบภาวะขาดทุน ฐานะการเงินของกิจการไม่สามารถจ่ายได้ หากจ่ายต้องกู้เงินจากแหล่งอื่น ซึ่งไม่สามารถกู้ได้ รัฐบาลต้องจ่ายชดเชยในส่วนนั้น ซึ่งเป็นภาระต่องบประมาณ

โดยที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นว่า เรื่องนี้หากพิจารณาจากหลักการตามกฎหมายและแนวทางคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง กับศาลฎีกา ซึ่งเคยพิพากษาเรื่องทำนองนี้มาแล้ว การจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่พนักงาน FCI น่าจะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 แต่โดยที่พระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ถูกยกเลิกแล้ว โดยพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ประกอบกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 บัญญัติให้สภาพการจ้างที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ใช้บังคับเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 และให้ถือว่าบรรดาคำร้องข้อเสนอเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่ยื่นไว้ตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 และยังมิได้มีการพิจารณาวินิจฉัยถึงที่สุดก่อนวันที่พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจึงได้เสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว สั่งการให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาวินิจฉัยตีความให้ได้ข้อยุติก่อน แล้วจึงนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ชุดนายชวน หลีกภัย)--วันที่ 26 ธ.ค. 2543--
-สส-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง