ข่าวอินโฟเควสท์
16:40 บอร์ดบริหาร IMF สนับสนุน “ลาการ์ด" ขณะเผชิญการสอบสวนกรณีคอร์รัปชัน   คณะกรรมการบริหารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้แสดงท่า…
16:30 "วีระ"เสนอให้"พล.อ.ประยุทธ์"ดู ปธน.จีน เป็นต้นแบบปราบทุจริต   นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น กล่าวในการอภิปรายหัวข้อ"…
15:07 กสิกรฯคาดเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนกรอบ 31.80-32.10 แรงส่งตั้งครม.หนุน   บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์แนวโน้มเงินบาทสัปดาห์หน้า (1 5 ก.ย.) …
15:03 รอง ผบ.ตร.แถลงจับแก๊งยาเสพติด ยึดยาไอซ์ 25 ก.ก. มูลค่ากว่า 25 ลบ.   พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุม ผู้ต้อง…
15:00 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 3 ในหลวงพระพลานามัยดีขึ้น น้ำหนักพระวรกายเพิ่มขึ้น   แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว …

ขอส่งแนวทางปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.)

ข่าวเศรษฐกิจ มติคณะรัฐมนตรี -- พุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 13:41:48 น.

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการแนวทางปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) ให้เป็นรูปธรรม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้

1. ให้ทุกส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ  พิจารณามอบภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวง และภารกิจที่ต้องดำเนินการในหมู่บ้านให้ กม.รวมทั้งสนับสนุนภารกิจของ กม. ตามกฎหมาย

2. ให้ กม. เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยในระดับหมู่บ้าน และสนับสนุนหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นที่มีภารกิจหน้าที่ในเรื่องเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด

3. ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณากำหนดกรอบแนวทาง แผนงานหรือโครงการที่สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของ กม.

4. ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนให้ กม.เป็นองค์กรหลักในการบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน และนำแผนพัฒนาหมู่บ้านที่ กม.จัดทำ เป็นข้อมูลในการจัดทำคำของบประมาณของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

5. ให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดประชุมของ กม. ตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางให้ความเห็นชอบ

6. ให้กระทรวงการคลังพิจารณากำหนดระเบียบ แนวทาง ขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนกลางพัฒนาหมู่บ้าน เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ให้ กม. สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) พิจารณากำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวกับการใช้และการพัฒนาศักยภาพของ กม. เพื่อให้ส่วนราชการนำไปเป็นคำรับรองการปฏิบัติราชการ

8. ให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง พิจารณาให้คำแนะนำ คำปรึกษา หรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของ กม. เมื่อได้รับการร้องขอ

ทั้งนี้ ให้กระทรวงมหาดไทยรับข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติไปประกอบการพิจารณาดำเนินการด้วย

สาระสำคัญของเรื่อง

1. พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 ได้กำหนดการจัดระเบียบการปกครอง หมู่บ้าน โดยมีองค์ประกอบของผู้ทำหน้าที่บริหารงานของหมู่บ้านที่สำคัญ คือ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2551 มีการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2551 โดยปรับปรุงโครงสร้างบทบาท อำนาจหน้าที่ของ กม. รูปแบบใหม่ขึ้น ตามมาตรา 28 ตรี เพื่อให้จำนวนสมาชิกขององค์กรมีความหลากหลาย ครอบคลุมถึงกลุ่มในทุกสาขา กิจกรรม และ   องค์กรภาคีในหมู่บ้าน และเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมบริหารและ  พัฒนาหมู่บ้าน ดังนี้

1.1 โครงสร้าง กม. ประกอบด้วย กรรมการ 2 ประเภท ได้แก่

1.1.1 กรรมการหมู่บ้านโดยตำแหน่ง ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้าน

1.1.2 กรรมการหมู่บ้านโดยการเลือกคือ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายอำเภอแต่งตั้ง จากราษฎรในหมู่บ้านเลือกเป็นกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน แต่ไม่เกิน 10 คน โดยให้ที่ประชุมเลือกกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้กำหนดจำนวนที่พึงมีในหมู่บ้าน

1.2 อำนาจหน้าที่ มีดังนี้

1.2.1 ช่วยเหลือ แนะนำ และให้คำปรึกษาแก่ผู้ใหญ่บ้านเกี่ยวกับกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน

1.2.2 ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามกฎหมาย หรือระเบียบแบบแผนของทางราชการ
1.2.3 ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายอำเภอมอบหมาย หรือผู้ใหญ่บ้านร้องขอ

1.2.4 เป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน และบริหารจัดการกิจกรรมที่ดำเนินงานในหมู่บ้านร่วมกับองค์กรอื่นทุกภาคส่วน

ดังนั้น โครงสร้างและอำนาจหน้าที่รูปแบบใหม่ของ กม. จะมีความหลากหลายของสมาชิกและ เน้นการมีส่วนร่วมเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านของประชาชนมากขึ้น อันจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมตามวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาการเมือง การปกครองระบอบประชาธิปไตยทำให้ลดความขัดแย้ง อันจะนำมาสู่ความสมานฉันท์ และทำให้เกิดความเป็นเอกภาพของการบริหารและพัฒนาหมู่บ้าน และในปัจจุบัน มี กม.ทั่วประเทศ จำนวน 61,126 หมู่บ้าน และมีสมาชิก จำนวนประมาณ 1 ล้านคน จัดเป็นองค์กรที่มีความพร้อมที่จะนำนโยบายจากรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม และภาคีต่างๆ ที่มีกิจกรรมในหมู่บ้านไปสู่การปฏิบัติและเป็นตัวแทนของ ประชาชนที่จะนำปัญหาความต้องการต่างๆ ในหมู่บ้านกลับมาสู่ภาครัฐที่จะดำเนินการวางแผนแก้ไขปัญหาต่อไป

2. การบริหารและพัฒนาหมู่บ้านได้มีองค์กรที่มีกฎหมายรองรับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ไว้แล้ว คือ กม. แต่ปรากฏว่า มีหลายภาคส่วนได้เข้าไปพัฒนาหมู่บ้าน โดยสร้างองค์กรขึ้นมาจำนวนมาก จึงทำให้เกิดความซ้ำซ้อนด้านโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ขาดการบูรณาการในระดับพื้นที่  และทำให้การบริหารและพัฒนาหมู่บ้านไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้น เพื่อให้การบริหารและพัฒนาหมู่บ้านเกิดการบูรณาการ มีความเป็นเอกภาพ และมีความเข้มแข็งเป็นรูปธรรม กระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) ได้จัดทำโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. ประจำปี 2551 โดยเชิญผู้แทนจากทุกกระทรวง ทบวง กรม เข้าร่วมสัมมนาฯ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างบทบาท และอำนาจหน้าที่ของ กม. ในฐานะองค์กรที่ทำหน้าที่ในการบริหารและพัฒนาหมู่บ้านแทนทุกภาคส่วนในระดับหมู่บ้าน และผลจากการสัมมนาดังกล่าว ทุกภาคส่วนต่างเห็นด้วยที่จะให้ กม.เป็นองค์กรหลักในการขับเคลื่อนภารกิจ/กิจกรรมในหมู่บ้าน และพร้อมที่จะพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนในการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ กม. เพื่อให้การบริหารและพัฒนาหมู่บ้านเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน ซึ่งจะช่วยลดปัญหา/ความขัดแย้งในพื้นที่ได้ อันจะส่งผลรวมอันดีต่อประเทศชาติ และขอให้กระทรวงมหาดไทยนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางปฏิบัติการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ กม. สำหรับให้กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่จะดำเนินกิจกรรมในพื้นที่หมู่บ้าน

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ (นายกรัฐมนตรี) วันที่  21 กรกฎาคม 2552 --จบ--

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง