การปรับราคากลางการจำหน่ายนมพร้อมดื่มในโครงการอาหารเสริม (นม)

ข่าวราชการ มติคณะรัฐมนตรี -- พุธที่ 25 เมษายน 2550 09:13:43 น.

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้ปรับราคากลางตามที่ผู้แทนกรมการค้าภายใน และผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลังเสนอ โดยปรับราคากลางเพิ่มเฉพาะส่วนที่เกิดจากการปรับราคาน้ำนมดิบ โดยให้ปรับราคากลางการจำหน่ายนมพร้อมดื่มในโครงการอาหารเสริม (นม) ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2550 ปีงบประมาณ 2550 เพิ่มขึ้น ถุงหรือกล่องละ 25 สตางค์ อันเป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบน้ำนมดิบที่เพิ่มขึ้น ดังนี้

- นมพาสเจอร์ไรส์ ชนิดถุง ราคากลางเดิม ถุงละ 4.50 บาท ราคากลางใหม่ ถุงละ 4.69 บาท

- นม ยู.เอช.ที ชนิดกล่อง ราคากลางเดิม กล่องละ 5.65 บาท ราคากลางใหม่ กล่องละ 5.94 บาท

- ชนิดซองกระดาษ หรือพลาสติก ราคากลางเดิม ซองละ 5.55 บาท ราคากลางใหม่ ซองละ 5.84 บาท

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า

1. เนื่องจากน้ำนมดิบจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 1.25 บาท/กก. ประกอบกับต้นทุนการผลิต และวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นมาโดยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญในการขนส่งได้ปรับตัวสูงขึ้น จากลิตรละ 13-14 บาท ในปี 2547 เป็นลิตรละ 23-24 บาท ในปัจจุบัน คณะอนุกรรมการบริหารโครงการอาหารเสริม (นมโรงเรียน) จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาต้นทุนและราคากลางใหม่ และได้ข้อสรุปว่าราคากลางที่เหมาะสมและสอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น สำหรับนมพาสเจอร์ไรส์ ควรจะเป็นถุงละ  5.22 บาท และนม ยู.เอช.ที. ควรจะเป็นกล่องละ 6.75 บาท ซึ่งเป็นการปรับราคากลางเพิ่มขึ้นถุงละ 82 สตางค์และกล่องละ 1.10 บาท ส่งผลให้งบประมาณโครงการอาหารเสริม (นม) ในปี 2550 มีไม่เพียงพอ  เนื่องจากงบประมาณโครงการอาหารเสริม (นม)  ตั้งไว้ให้จัดซื้อนมสำหรับเด็กนักเรียน คนละ 5 บาท จำนวน 230 วัน/ปี  ดังนั้นเพื่อให้การศึกษารายละเอียดต้นทุนเพื่อกำหนดราคากลางมีความรอบคอบยิ่งขึ้น  คณะอนุกรรมการบริหารโครงการอาหารเสริม (นมโรงเรียน)  จึงได้เสนอแต่งตั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมมาร่วมศึกษา เพื่อพิจารณากำหนดราคากลางนมโรงเรียนสำหรับงบประมาณปีต่อไป

เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของผู้ประกอบการที่มีต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และสอดคล้องกับงบประมาณ นมโรงเรียนที่มีอยู่ คณะอนุกรรมการบริหารโครงการอาหารเสริม (นมโรงเรียน) จึงได้นำเสนอคณะกรรมการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์ พิจารณาปรับราคากลางนมโรงเรียนใหม่ในเบื้องต้นเพิ่มขึ้นถุงหรือกล่องละ 40 สตางค์ ก่อนและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการจัดซื้อ จากเดิมที่ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อนมพาสเจอร์ไรส์ และนม ยู.เอช.ที. ในอัตราส่วน 70: 30 เปลี่ยนเป็น 80: 20 เพื่อให้พอดีกับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรคนละ 5 บาท จำนวน 230 วัน/ปี โดยราคากลางที่เพิ่มขึ้นถุงหรือกล่องละ 40 สตางค์   จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถรับภาระต้นทุนนมดิบที่เพิ่มขึ้น  ถุงหรือกล่องละ 29 สตางค์   จากราคานมดิบที่เพิ่มขึ้น 1.25 บาท/กก. และส่วนที่เหลือถุงหรือกล่องละ 11 สตางค์ จะเป็นการบรรเทาภาระต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน

2. คณะกรรมการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์ ได้มีมติเมื่อคราวประชุม ครั้งที่ 2/2550 เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2550 เห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาการปรับราคากลางนมโรงเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 1/2550 ปีงบประมาณ 2550 เพิ่มขึ้นถุงหรือกล่องละ 40 สตางค์ ตามที่คณะอนุกรรมการบริหารโครงการอาหารเสริม (นมโรงเรียน) เสนอ ทั้งนี้ ในส่วนผู้แทนกรมการค้าภายใน และผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มีความเห็นว่าควรปรับราคากลางเพิ่มเฉพาะส่วนที่เกิดจากการปรับราคาน้ำนมดิบเท่านั้น

3. พระราชบัญญัติยกเลิกประกาศหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 8 เรื่อง ห้ามกักตุนสินค้า ลงวันที่ 20 กันยายน 2549 พ.ศ. 2550 มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2550 และกรมการค้าภายในได้ให้ผู้ประกอบการปรับราคาจำหน่ายสินค้านมสดพร้อมดื่ม ซึ่งพิจารณาความเหมาะสมของราคาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำนมดิบที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตมีราคาสูงขึ้น 1.25 บาท/กก. ที่ปรับเพิ่มขึ้นให้กับเกษตรกรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2550

--ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 24 เมษายน 2550--จบ--

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง