ข่าวอินโฟเควสท์
20:36 บอนด์สหรัฐดีดตัว รับแรงซื้อนักลงทุนขณะไม่มั่นใจนโยบาย"ทรัมป์"   พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนไม่มั่นใจต่อนโยบายกระตุ้นเ…
20:24 ราคาทองฟิวเจอร์พุ่ง สวนทางหุ้นร่วง,ดอลล์อ่อน นักลงทุนกังขานโยบาย"ทรัมป์"   ราคาทองฟิวเจอร์ทะยานขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย…
19:59 ราคาน้ำมันร่วงกว่า 1% เหตุไม่มั่นใจกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต   สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ดิ่งลงกว่า 1% ในวันนี้ จากความไม่มั่นใ…
19:14 ดอลลาร์ดิ่งต่ำสุดรอบ 4 เดือน หลังนักลงทุนไม่มั่นใจนโยบาย"ทรัมป์"   ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหล…
18:54 ปอนด์พุ่งเกือบ 1% เทียบดอลลาร์ ก่อนนายกฯอังกฤษประกาศใช้มาตรา 50 แยกตัวจาก EU พุธนี้   ปอนด์พุ่งแรงในวันนี้เมื่อเทียบกับดอลลาร์ ก่อนที่นางเทเรซา…

โอกาสในการส่งออกไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาของไทย

ข่าวเศรษฐกิจ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า -- พฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2551 15:55:59 น.

ไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาจัดเป็นเครื่องหอมที่มีค่าและหายากเนื่องจากปลูกได้เฉพาะประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาทิไทย  อินโดนีเซียและเวียดนามในอดีตเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันเฉพาะในหมู่ราชวงศ์ชั้นสูงทั่วโลกและเป็นสินค้าต้องห้ามสำหรับประชาชนทั่วไปไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาจึงเป็นสินค้ามูลค่าสูงเมื่อเทียบกับไม้หอมและน้ำมันหอมชนิดอื่นเมื่อประกอบกับการผลิตที่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลกซึ่งมีสูงมาก ทั้งจากประเทศแถบตะวันออกกลางเอเชียและสหภาพยุโรปเพื่อนำไปเป็นเครื่องหอมรวมทั้งเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำหอมและยารักษาโรคจึงเป็นโอกาส ในการส่งออกของไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกไม้กฤษณาสำคัญอันดับ 3 ของโลกรองจากอินโดนีเซียและเวียดนามทั้งนี้คาดว่าไทยจะมีมูลค่าส่งออกไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท ในปี 2551-2552

ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการส่งออกไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณามีดังนี้

*  ผู้นำเข้าสำคัญ ได้แก่ ประเทศแถบตะวันออกกลางเอเชียและสหภาพยุโรปมีรายละเอียดดังนี้

-  ประเทศแถบตะวันออกกลางอาทิสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซาอุดีอาระเบียและการ์ตาเป็นตลาดหลักรองรับการส่งออกไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามมีความต้องการใช้ไม้กฤษณาจุดไฟเผาให้เกิดกลิ่นหอมเพื่อใช้ในพิธีทางศาสนาหรืองานเลี้ยงรับรองแขกสำคัญอีกทั้งนิยมใช้น้ำมันกฤษณาปรุงแต่งร่างกายแทนน้ำหอมทั่วไปเนื่องจากมีกลิ่นติดทนนานและมีคุณสมบัติป้องกันไรทะเลทรายซึ่งเป็นพาหะทำใ ห้เกิดโรคทั้งนี้ความต้องการนำเข้าน้ำมันกฤษณาเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบียสูงถึงปีละ 500 ลิตร คิดเป็นมูลค่าราว 677 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

-  ประเทศแถบเอเชียอาทิญี่ปุ่นนิยมนำเข้าไม้กฤษณาชิ้นเล็กเพื่อนำไปอัดแท่งเป็นเครอื่งหอมเพื่อใช้จุดไฟเผาให้เกิดกลิ่นหอมในพิธีชงชา และนำไปเป็นส่วนผสมของผงธูปอีกทั้งยังนำไปเป็นส่วนผสมของยารักษาโรคเนื่องจากชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าน้ำมันกฤษณามีคุณสมบัติในการรักษามะเร็งลำไส้มะเร็งตับและโรคกระเพาะอาหารทั้งนี้ญี่ปุ่นนำเข้าไม้กฤษณาปีละ 35,000 กิโลกรัมคิดเป็นมูลค่าราว 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

-  สหภาพยุโรปอาทิอังกฤษและฝรั่งเศสมีความต้องการนำเข น้ำมันกฤษณาเพื่อเป็นหัวเชื้อในการผลิตน้ำหอม

*  ราคาไม้กฤษณามีราคากิโลกรัมละ 7,000-200,000 บาท  ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำมันในเนื้อไม้สีและขนาดของไม้สำหรับน้ำมันกฤษณามีราคา 4,500-8,000 บาท ต่อโตรา(หน่วยวั่ดปริมาตรน้ำมันกฤษณาโดย 1 โตราเท่ากับ 12 ลูกบาศก์เซนติเมตร) หรือคิดเป็นลิตรละ 375,000-670,000 บาท

*  ภาษีนำเข้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เรียกเก็บภาษีนำเข้าไม้กฤษณาชิ้นเล็กและน้ำมันกฤษณาจากไทยในอัตราร้อยละ 5 ขณะที่ญี่ปุ่นเรีย กเก็บภาษีนำเข้าไม้กฤษณาชิ้นเล็กจากไทยในอัตราร้อยละ 2.5 สำหรับสหภาพยุโรปให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized Sy stem of Preference  :  GSP )  แก่น้ำมันกฤษณาไทย โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 0

*  ช่องทางส่งออกตลาดกลางรับซื้อไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาเพื่อส่งออกอยู่บริเวณซอยนานากรุงเทพฯ  โดยมีผู้รับซื้อชาวต่างชาติหลายรายทำหน้าที่รวบรวมสินค้าเพื่อนำไปจำหน่ายในต่างประเทศอาทิชาวอาหรับซึ่งเป็นผู้รับซื้อและกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ  ในแถบตะวันออกกลางรวมถึงสิงคโปร์และไต้หวัน ขณะที่ชาวยุโรปมักเข้ามาซื้อน้ำมันกฤษณาในไทยเพื่อนำไปจำหน่ายในสหภาพยุโรปอย่างไรก็ตามปัจจุบันมีผู้รับซื้อต่างชาติห ลายรายเริ่มเข้าไปรับซื้อไม้กฤษณาและน้ำมันกฤษณาถึงโรงงานพร้อมวางเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่เพียงพอของสินค้า

--ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย มีนาคม 2551--
-พห-
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง