ข่าวอินโฟเควสท์
07:45 รายงานการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 25 พ.ย. 2557   สรุปภาพรวมการซื้อขายหุ้นผ่าน NVDR ประจำวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 พบว่ามีมูลค่าการซื้อสุ…
07:40 ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิเปิดลบ 59.65 จุด จากแรงขายทำกำไร   ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดตลาดปรับตัวลง 59.65 จุด หรือ 0.34% แตะที่ 17,347.…
07:37 World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (25 พ.ย.) หลังจากมีรายงานว่า…
07:35 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดบวก 1.35 จุด แม้หุ้นเหมืองร่วง   ตลาดหุ้นลอนดอนปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (25 พ.ย.) ขานรับข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในปร…
07:29 ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: เงินดอลล์อ่อนค่า หนุนทองคำปิดบวก 1.4 ดอลลาร์   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (25 พ.ย.) เพราะได้รับแรงหนุนจากกา…

ช่องทางการจำหน่ายสินค้าบน Amazon.com ในตลาดสหรัฐฯ

ข่าวเศรษฐกิจ กรมส่งเสริมการส่งออก -- พฤหัสบดีที่ 7 เมษายน 2554 16:31:45 น.
ข้อมูลบริษัท Amazon.com Inc.

Amazon.com, Inc. สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 1200  12 th  Ave., South, Suite 1200, Seattle, WA 98144, Tel 206 266-1000 เริ่มทำธุรกิจ World Wide Web ในปี ๑๙๙๕ ปัจจุบันมี website ในเครือข่ายคือ www.amazon.com (ในตลาดสหรัฐฯ) www.amazon.co.uk, (ในสหราชอาณาจักร) www.amazon.de (ในเยอรมัน) www.amazon.co.jp (ในญี่ปุ่น) www.amazon.fr (ในฝรั่งเศส) www.amazon.ca (ในคานาดา) และ www.amazon.it (ในอิตาลี)

บริษัทอื่นๆที่อยู่ในเครือ Amaonz.com, Inc. รวมถึง
๑. A2Z Development Center

๑.๑  Lab126 (www.lab126.com) ตั้งอยู่ที่เมือง Cupertino รัฐแคลิฟอร์เนีย ทำงานด้านการพัฒนาและออกแบบหนังสือ

อิเลคโทรนิกส์ระบบไร้สาย

๑.๒  สำนักงานที่ Lake Forest และ San Francisco รัฐแคลิฟอร์เนีย (www.a2z.com) ทำงานด้านการพัฒนาซอฟแวร์

สำหรับ digital music ป้อน DRM-free MP3 store
๑.๓  ZME สำนักงานที่ San Luis Obispo รัฐแคลิฟอร์เนีย

๒. A9 ตั้งอยู่ที่เมือง Palo Alto รัฐแคลิฟอร์เนีย (www.a9.com) ทำธุรกิจพัฒนาเทคโนโลยี่ด้านการค้นหาข้อมูล search technologies

๓. Alexa ตั้งอยู่ที่ San Francisco รัฐแคลิฟอร์เนีย (www.alexa.com) ทำธุรกิจพัฒนาเว็บไซด์

๔. Audible ตั้งอยู่ที่ Newark, รัฐนิวเจอร์ซี่ (www.audible.com) ทำธุรกิจ digital spoken audio information &   Entertainment on internet

๕. Brilliance Audio ตั้งอยู่ที่ Grand Have, รัฐมิชิแกน (www.brillianceaudio.com) ทำธุรกิจผลิต audio book

๖. CreateSpace ให้บริการสำหรับผู้อยู่ในวงการผลิตสิ่งพิมพ์ ภาพยนต์ และดนตรี ตั้งอยู่ที่ Charleston รัฐเซ้าทแคโรไลน่า และ Scotts Valley รัฐแคลิฟอร์เนีย

๗. Fabric.com ตั้งอยู่ที่ Marietta, รัฐจอร์เจีย (wwwfabric.com) ทำธุรกิจขายผ้าสำหรับทุกวัตถุประสงค์ของการใช้

๘. IMDb ตั้งอยู่ที่ Settle รัฐวอชิงตัน (www.imdb.com) ทำธุรกิจเป็น internet movie database

๙. SB Buying Co. หรือ Shopbob ตั้งอยู่ที่ New York, NY และ Madison รัฐวิสคอนซิล (www.shopbop.com) ทำธุรกิจ eCommerce ขายเสื้อผ้ามียี่ห้อของนักออกแบบเสื้อ

๑๐. Woot Services LLC ตั้งอยู่ที่ Carrollton รัฐเท็กซัส (www.woot.com) ทำธุรกิจขายสินค้าในระบบ  eCommerce

๑๑. Zappos.com Inc. ตั้งอยู่ที่เมือง Las Vegas รัฐเนวาด้า และ Shepherdsville รัฐเคนตั๊กกี้ (www.zappos.com) ทำธุรกิจขายสินค้าเสื้อผ้าและรองเท้าผ่านระบบ  eCommerce

๑๒. Endless.com ทำธุรกิจ eCommerce ขายสินค้ารองเท้า เป้าหมายการทำธุรกิจของบริษัท Amazon.com คือเป็นศูนย์กลางของผู้บริโภคทั่วโลกที่จะหาซื้อสินค้าใดๆที่ต้องการผ่านทางระบบออนไลน์ในราคาที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จุดขายคือความสะดวก สินค้ามากมายให้เลือกซื้อ และราคาที่สมเหตุสมผล

สินค้าที่วางจำหน่ายบน Amazon.com มีเกือบจะทุกชนิด ทั้งที่เป็นสินค้าใหม่ สินค้าที่ผ่านการแก้ไขแล้วจากโรงงาน (refurbished) และสินค้าใช้แล้ว ในปี ๒๐๐๙ สินค้าที่ขายดีเป็นอันดับหนึ่งบน Amazon.com คือ Kindle หรือหนังสือที่เป็นอิเลคโทรนิกส์ที่ Amazon.com Inc. ผลิตออกจำหน่าย

นอกจากจำหน่ายสินค้าแล้วบริษัทฯยังทำธุรกิจบริการ (๑)  Amazon Unbox ให้บริการภาพยนต์และรายการโทรทัศน์ที่ลูกค้าสามารถ download ลงในคอมพิวเตอร์ของตนได้ (๒) ธุรกิจ Amazon MP3 สำหรับการ download เพลงโดยไม่ต้องมี D.R.M (anti-copying software) (๓) Amazon Web Services ให้เช่า website ที่รวมถึง Amazon S3 คือให้เช่าพื้นที่ในคอมพิวเตอร์ของ Amazon สำหรับผู้เช่าใช้เก็บข้อมูล และ Amazon EC2 ให้ลูกค้าเช่าใช้คอมพิวเตอร์ของ Amazon ทำงานที่เป็นงานขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์

ฤดูกาลจำหน่ายที่สำคัญของบริษัท Amazon.com Inc. คือช่วงเทศกาลปลายปีหรือไตรมาสสุดท้ายของปี ยอดจำหน่ายในไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๐๐๙ ๒๐๐๘ และ ๒๐๐๗ เท่ากับร้อยละ ๓๙, ๓๕ และ ๓๘ ตามลำดับ ของยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นในแต่ละปี

ในไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๐๑๐ บริษัท Amazon.com Inc. มียอดจำหน่าย ๑๒.๙๕ พันล้านเหรียญฯ เปรียบเทียบกับยอดจำหน่ายในไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๐๐๙ ที่เท่ากับ ๙.๕๒ พันล้านเหรียญฯ และเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯสามารถทำยอดจำหน่ายในหนึ่งไตรมาสได้สูงถึงระดับ ๑๐ พันล้านเหรียญฯ มูลค่าการขายทั้งปี ๒๐๑๐ เท่ากับ ๓๔.๒๐ พันล้านเหรียญฯเพิ่มขึ้นจากปี ๒๐๐๙ ร้อยละ ๔๐ บริษัทฯตั้งเป้าว่าในไตรมาสแรกของปี ๒๐๑๑ ยอดขายของบริษัทฯจะอยู่ระหว่าง ๙.๑ - ๙.๙ พันล้านเหรียญฯหรือเป็นอัตราการเติบโตระหว่างร้อยละ ๒๘ - ๓๙ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี ๒๐๑๐

Amazon.com Inc. วางจำหน่ายสินค้าทั้งที่เป็นสินค้าที่บริษัทเป็นเจ้าของและที่เป็นของ "รับฝาก"จาก "third party" หรือผู้ขายรายอื่นมาวางจำหน่าย ในปี ๒๐๐๙ ร้อยละ ๓๐ ของการขายสินค้าบนเว็บไซด์ของ Amazon.com เป็นสินค้าของ "third party sellers"

กฎระเบียบการทำธุรกิจและสินค้าที่สามารถวางจำหน่ายได้ในแต่ละตลาดการค้าหรือที่ Amazon เรียกว่า "Market Place" จะแตกต่างกันไปส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับกฎหมายในแต่ละประเทศที่เป็นที่ตั้งของตลาดการค้า

ในการดึงลูกค้าเข้าไปยังเว็บไซด์ของตน Amazon.com Inc. ใช้ระบบการตลาดผ่านทางช่องทางตลาดแบบ online ที่เป็นเป้าหมาย เช่น sponsored search, portal advertising เป็นต้น

เงื่อนไขที่เป็นความเสี่ยงสำคัญสูงสุดในการทำธุรกิจข้ามชาติที่เป็นการวางสินค้าขายบน Amazon.com คือความผันแปรของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่อยู่นอกอำนาจการควบคุมของผู้ทำธุรกิจ

ประเภทของสินค้าที่ซื้อขายกันบน Amazon
สินค้าที่สามารถวางขายบน Amazon ได้
สินค้าที่สามารถวางขายบน Amazon ได้แบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ
๑. สินค้าทั่วไป

๒. Media Products คือ CD และ Vinyl, DVD, Video/VHS, Software, Video Games, Video Game Consoles ที่ Amazon.com ยอดให้จำหน่ายได้

๓. สินค้าที่ต้องได้รับการอนุมัติจาก Amazon ก่อนว่าให้ขายได้ คือ รถยนต์ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ เสื้อผ้าและของตกแต่งร่างกาย(เริ่มตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๐๐๙ เป็นต้นมา ปิดไม่รับการขายสินค้ากลุ่มนี้จนกว่าจะประกาศเปลี่ยนแปลง) เครื่องประดับ นาฬิกา และ รองเท้า

สินค้าที่ไม่สามารถวางขายผ่าน Amazon ได้
๑. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
๒. บุหรี่ ซิการ์ และผลิตภัณฑ์ยาสูบต่างๆ

๓. อาวุธปืน อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้กับปืน ลูกปืน ไม้กระบอง ดินปืน และวัตถุระเบิดต่างๆ

๔. ยา ไวตามิน ผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือสิ่งของประเภทเดียวกันที่จะต้องขายผ่านทางเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพหรือที่ต้องมีใบสั่งจากแพทย์หรือผู้ที่อยู่ในวงการแพทย์เพื่อใช้ในการซื้อสินค้า

๕. ผลิตภัณฑ์ใดๆที่มีส่วนผสมที่กฎหมายควบคุม

๖. ผลิตภัณฑ์ที่เป็น BMVD (book, magazine, video, DVD) บางรายการ ทั้งนี้ยกเว้นที่ Amazon ระบุให้ขายได้

๗. ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศและปฏิบัติการทางเพศ
๘. ผลิตภัณฑ์อัญมณีร่วง (loose gemstone)

๙. เครื่องประดับทุกชนิดที่รวมถึงนาฬิกา ที่ผู้ขายไม่ได้รับสิทธิเป็น "authorized reseller" จากโรงงานผลิต หรือจากผู้กระจายสินค้า หรือที่ผู้ขายไม่สามารถออกใบรับประกันมาตรฐานของโรงงานผลิตให้แก่ผู้ซื้อได้

๑๐.ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เป็น human growth hormone

๑๑.ผลิตภัณท์ชนิดใดๆก็ตามที่ Amazon พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สมควรที่จะสนับสนุนให้มีการขายบน Amazon

ขั้นตอนการเข้าร่วมกิจกรรมการขายผ่านทาง Amazonโดยสรุป
ขั้นตอนที่ ๑   เลือกว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมขายในฐานะใด

(ก) Professional Seller ที่เป็นการทำธุรกิจการขายอย่างจริงจัง เสียค่าธรรมเนียมเดือนละ ๓๙.๙๙ เหรียญฯ สามารถวาง

จำหน่ายสินค้าได้ตลอดไป ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่อการขายในแต่ละครั้ง สามารถวางจำหน่ายสินค้าใหม่ๆลงในแคตตาล็อก

ของ Amazon ได้ตลอดเวลา สามารถเข้าไปดูรายงานการสั่งซื้อได้ตลอดเวลา

(ข) Individual Seller ที่สามารถเสนอขายสินค้าจำนวนน้อยหรืออาจจะเสนอขายสินค้าจำนวนมากก็ได้ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

รายเดือน แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียมขาย ๐.๙๙ เหรียญฯต่อหนึ่งการขาย ไม่สามารถใช้บริการอื่นๆที่ Amazon เสนอให้แก่

Professional Seller และรายการสินค้าที่ Individual Seller แจ้งขายบนเว็บไซด์ของ Amazon.com จะอยู่บน

เว็บไซด์นาน ๖๐ วันแล้วจะถูกลบทิ้ง

ขั้นตอนที่ ๒   ในกรณีที่เลือกจะขายในฐานะ Professional Seller จะต้องจดทะเบียนและทำข้อตกลง

ใช้บริการ (Amazon Services Business Solutions Agreement) ผู้จดทะเบียนอาจจะเป็นบุคคลที่จดทะเบียนเพื่อตนเองหรือ

เป็นบุคคลที่จดทะเบียนในนามของบริษัท สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการขึ้นทะเบียนคือ ชื่อธุรกิจ สถานตั้งและข้อมูลการติดต่อ บัตรเครดิต

การด์ที่มีสถานที่เรียกเก็บเงินที่ถูกต้อง
ขั้นตอนที่ ๓   เลือกวิธีที่จะใช้ในการขายสินค้า
ผู้ขายที่เป็น International Seller

การขายสินค้าบน Amazon.com นอกจากกระทำได้สองลักษณะคือเป็น Professional Seller หรือ เป็น Individual Seller แล้วยังมีผู้ขายอีกประเภทคือผู้ขายที่เป็น International Sellers  หมายถึงผู้ขายที่อยู่ในประเทศที่ไม่ใช่ตลาดการค้า (market place) ของ Amazon ในกรณีนี้จะกล่าวถึงเฉพาะผู้ขายที่อยู่นอกประเทศสหรัฐฯแต่ต้องการขายสินค้าบน Amazon บนเว็บไซด์ในตลาดหสรัฐฯจะต้องดำเนินการดังนี้คือ (ข้อมูลนี้ประยุกต์ใช้ได้กับผู้ขายในทุกประเทศที่ต้องการขายในตลาดการค้าของ Amazon ที่ไม่ใช่ในตลาดที่ตนตั้งอยู่)

๑. ต้องแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารที่อยู่ในประเทศที่ Amazon.com ยอมรับซึ่งในปัจจุบัน Amazon.com ยอมรับธนาคารในประเทศสหราชอาณาจักร ออสเตรียน ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐฯเท่านั้น

๒. ต้องเข้าใจในกฎหมายสหรัฐฯที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจขายสินค้าบนเว็บไซด์ในสหรัฐฯ รวมถึงเรื่องภาษีต่างๆ

๓. สินค้าที่จะวางจำหน่าย ขาย หรือ ส่งออกไปยังประเทศสหรัฐฯจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายสหรัฐฯทุกข้อที่เกี่ยวข้อง และต้องเป็นสินค้าที่ประเทศจุดหมายปลายทางยอมให้มีการจำหน่ายผ่านทางระบบเว็ปไซด์

๔. ต้องระบุแจ้งชื่อประเทศต้นทางการส่งสินค้า "shipping from" เพื่อให้ลูกค้าได้ทราบ

๕. ต้องระบุกำหนดเวลาการจัดส่งสินค้าที่ถูกต้องและต้องรับผิดชอบว่าจะสามารถจัดส่งสินค้าให้แก่ทุกการสั่งซื้อสินค้าได้และภายในเวลาที่กำหนดทุกครั้ง

๖. ต้องจัดการเรื่องพิธีการศุลกากรให้เรียบร้อยไม่ทำให้ลูกค้าประสบปัญหากับศุลกากรสหรัฐฯในเรื่องของความล่าช้าในการตรวจสินค้า การเรียกเก็บภาษีนำเข้าหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

๗. ต้องรับผิดชอบและสามารถให้การสนับสนุนลูกค้าได้หลังจากที่ลูกค้าซื้อสินค้าไปแล้ว หมายถึงว่าต้องมี Customer Service ที่รู้จักสินค้าและรู้กำหนดการเดินทางของสินค้า สามารถให้คำตอบแก่ลูกค้า ทางอีเมล์ได้ภายใน ๒๔ ชั่วโมงว่าสินค้าจะเดินทางไปถึงเป้าหมายได้เมื่อใด หรือใช้ Customer Service ของ Amazon (ที่ นอร์ทดาร์โกต้า วอชิงตัน หรือ เวสเวอร์จิเนีย)

๘. ต้องระบุราคาสินค้าเป็นเงินในสกุลของตลาดที่ต้องการวางจำหน่าย ในที่นี้คือเงินเหรียญสหรัฐฯ ราคาที่แจ้งต้องเป็นราคาที่รวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว (ภาษีการค้า ภาษีนำเข้า และอื่นๆ) และต้องมีใบเสร็จการเสียภาษีเหล่านี้พร้อมส่งให้แก่ลูกค้าถ้าลูกค้าขอ เจ้าของสินค้าจะต้องรับผิดชอบในการตัดสินว่าการขายสินค้าในพื้นที่นั้นๆจะต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆบ้างที่จะต้องบวกเข้ากับค่าสินค้า

๙. การบรรยายสรรพคุณสินค้าและการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าจะต้องสามารถกระทำในภาษาที่เป็นภาษาหลักของประเทศที่ต้องการทำการค้าและที่เป็นประเทศเดียวกับที่แจ้งไว้ในระหว่างการขอจดทะเบียนไว้กับ  Amazon.com ในกรณีที่มีบริการสนับสนุนการขายผ่านทางระบบโทรศัพท์จะต้องกระทำในภาษาพื้นเมืองของประเทศนั้นและภายในชั่วโมงการทำงานของประเทศนั้น ภาษาที่ใช้ในการติดต่อกับ Amazon.com ก็ใช้หลักการเดียวกัน ในกรณีนี้เป็นการขายในตลาดสหรัฐฯ จึงต้องใช้ภาษาอังกฤษ

๑๐. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าการทำธุรกิจบนเว็ปไซด์ในประเทศที่ตั้งของตลาดการค้า ในที่นี้คือ ประเทศสหรัฐฯ สินค้าที่จะวางจำหน่าย ขาย หรือส่งออกไปจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายทุกข้อที่เกี่ยวข้องของประเทศจุดหมายปลายทาง และเป็นสินค้าที่ประเทศจุดหมายปลายทางยอมให้มีการจำหน่ายผ่านทางระบบเว็ปไซด์

๑๑. ต้องจัดหาสถานที่ในท้องถิ่นที่ทำธุรกิจสำหรับเป็นแหล่งรับคืนสินค้าที่ลูกค้าส่งคืน หรือเสนอบริการรับสินค้าคืนได้โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าส่ง

๑๒. ในกรณีจะส่งสินค้าจากประเทศที่อยู่นอกตลาดการค้าของ Amazon ไปไว้ที่ Amazon เพื่อให้ Amazon เป็นคนจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า หรือ ที่เรียกว่า Fulfillment by Amazon ผู้ขายจะต้อง

(ก) ใช้ import broker (อาจจะกำหนดเองหรือใช้ broker ที่ Amazon กำหนดให้)

(ข) สินค้าต้องส่งภายใต้ระบบและเงื่อนไขการขนส่งสินค้าที่เป็นแบบ "Delivery Duty Paid destination" ที่มีการจ่าย

ชำระค่าขนส่ง ภาษีนำเข้าและค่าธรรมเนียมต่างๆแล้ว
(ค) ต้องมี import surety bond

(ง) เจ้าของ/ผู้ขายสินค้าจะต้องระบุตนเองว่าเป็น "importer" และเป็น "consignee" และอาจจะต้องจดทะเบียนการเป็นผู้

นำเข้าที่ไม่ใช่ผู้ที่อยู่ในประเทศ (non-resident importer) ถ้าจำเป็น และห้ามระบุว่า Amazon เป็น

Importer/Consignee เพราะ Amazon จะไม่ทำหน้าที่นี้ให้ไม่ว่ากรณีใดๆ

(จ) ต้องแจ้งสถานที่ส่งคืนสินค้าที่อยู่ในตลาดการค้าของ Amazon เพื่อให้ Amazon ส่งสินค้าที่ลูกค้าคืนกลับมา Amazon จะไม่ส่ง

สินค้าคืนไปยังที่อยู่นอกประเทศตลาดการขายของ Amazon

(ฉ) การเก็บสินค้าไว้ในประเทศที่เป็นตลาดการค้าของ Amazon เจ้าของสินค้าอาจจะต้องรับผิดชอบภาษีและค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะ

เกิดขึ้นในประเทศที่สินค้าถูกส่งไปเก็บไว้
วิธีการขายสินค้าบน Amazon
ผู้ขายต้องเลือกว่าจะใช้บริการการขายแบบใดแบบหนึ่ง ๓ แบบคือ

๑.  Selling on Amazon  หมายถึง Amazon ยอมให้ผู้ชายประกาศขายสินค้าโดยตรงบน Amazon.com

ขั้นตอนที่ ๑   upload สินค้าที่ต้องการขายขึ้นบน Amazon
ขั้นตอนที่ ๒   ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าบน Amazon
ขั้นตอนที่ ๓   Amazon ส่งอีเมล์แจ้งผู้ขายว่ามีการสั่งซื้อ

ขั้นตอนที่ ๔   ผู้ขายส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าด้วยตนเอง นอกเสียจากกว่าผู้ขายใช้บริการ Fulfillment by Amazon ในกรณีหลังนี้

Amazon จะเป็นผู้จัดการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าเอง

ขั้นตอนที่ ๕   Amazon นำเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีผู้ขายพร้อมส่งอีเมล์แจ้งผู้ขายว่าได้ส่งเงินให้แล้ว

๒.  Amazon WebStore

หมายถึง Amazon ยอมให้ผู้ขายเข้าถึงและใช้เว็บไซด์ที่เป็น e-commerce หรือ WebStore Site ของ Amazon ในการขายสินค้า ผู้ขายสร้าง website ที่เป็นยี่ห้อหรือชื่อของตนเองโดยใช้ eCommerce Platform ของ Amazon และบริหารธุรกิจบนเว็บไซด์ที่สร้างด้วยตนเอง บริการขายแบบนี้มีทางเลือก ๓ ทางดังนี้คือ

(ก)   สร้างเว็บไซด์ ขายบน Amazon.com และใช้บริการ Fulfillment by Amazon ผู้ขายต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดการและ

ป้องกันการโกง ค่าธรรมเนียมขายบน Amazon และค่าธรรมเนียม Fulfillment by Amazon

(ข)   สร้างเว็บไซด์และขายบน Amazon.com ผู้ขายต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดการและป้องกันการโกง และค่าธรรมเนียมขายบน

Amazon

(ค)   สร้างเว็บไซด์อย่างเดียว ผู้ขายต้องเสียค่าธรรมเนียมจัดการและป้องกันการโกง

๓.  Fulfillment by Amazon (FBA)

บริษัท Amazon.com Inc. ให้บริการขายให้แก่เจ้าของสินค้าผู้ขายส่งสินค้าไปให้ Amazon เก็บไว้ที่ศูนย์ (fulfillment center ที่ อริโซน่า เดลลาแวร์ อินเดียน่า แคนซัส เคนตั๊กกี้ เนวาด้า เพนซิลวาเนีย เท็กซัส หรือเวอร์จิเนีย) Amazon จะทำหน้าที่บรรจุหีบห่อ จัดส่ง และให้บริการลูกค้าสำหรับสินค้าเหล่านี้ ปกติแล้วผู้ที่สมัครเข้าร่วมในลักษณะเป็น Professional Seller จะได้รับทางเลือกเป็นการขายในแบบนี้โดยทันที ในกรณีที่เป็นการขายในลักษณะ Individual Seller ในตลาดสหรัฐฯไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือนแต่จ่ายชำระในแต่ละครั้งของการใช้บริการซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า (สินค้าทั่วไป และสินค้าที่เป็น Media Products) ขนาดน้ำหนัก และวิธีการจัดส่งสินค้า ขั้นตอนสรุปของบริการประเภทนี้คือ

ขั้นตอนที่ ๑.     ผู้ขายส่งสินค้า (inventory) เข้าศูนย์จัดการ (fulfillment center) ของ Amazon

-  ผู้ขาย Upload รายการสินค้าบน Amazon
-  เลือกว่าใช้การขนส่งของ Amazon หรือบริษัทขนส่งอื่นที่ผู้ขายเลือกใช้
-  ระบุว่าจะให้ Amazon จัดการสินค้า (inventory) ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน
ขั้นตอนที่ ๒      Amazon บริหารการเก็บและการทำแคตตาล็อกสินค้า
-  Amazon รับสินค้าจากผู้ขาย สแกนและเก็บข้อมูลสินค้า จัดทำแคตาล๊อกสินค้า
-  เก็บรักษาสินค้าของผู้ขาย  และสอดส่องดูแล inventory
ขั้นตอนที่ ๓      ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า
-   Amazon จัดการกับคำสั่งซื้อของลูกค้า
ขั้นตอนที่ ๔     Amazon ดึงสินค้าออกมาบรรจุหีบห่อ
ขั้นตอนที่ ๕     Amazon ส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าตามวิธีที่ลูกค้าต้องการ
วิธีการจดทะเบียนเพื่อทำข้อตกลงกับ Amazon
การจดทะเบียนกระทำที่เว็บไซด์ของ Amazon

๑. จดทะเบียนว่าจะเลือกใช้บริการการขายแบบใดหรือทุกแบบ การจดทะเบียนจะต้องศึกษาพิจารณากฎหมายในส่วนของการทำธุรกิจ e-commerce ของประเทศที่เป็นตลาดการขายให้ละเอียดถี่ถ้วน ในที่นี้คือกฎหมายสหรัฐฯ

๒. แจ้งชื่อบุคคลที่เป็นชื่อตามกฎหมาย หรือชื่อธุรกิจที่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายของประเทศที่ธุรกิจตั้งอยู่(อาจจะเป็นประเทศอื่นนอกสหรัฐฯ) สถานที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์

๓. แจ้งข้อมูลเครดิตการ์ดที่เป็นชนิดที่ Amazon ยอมรับ คือเครดิตการ์ดของบริษัทที่ทำธุรกิจระหว่างประเทศ

๔. แจ้งข้อมูลบัญชีธนาคารที่มีชื่อผู้สมัครเป็นเจ้าของบัญชีในธนาคารในประเทศที่เลือกเป็นตลาดการค้า(market place) หรือประเทศอื่นที่ Amazon สนับสนุนซึ่งในปัจจุบันได้แก่ธนาคารในประเทศสหราชอาณาจักร ออสเตรียน ฝรั่งเศส เยอรมัน และสหรัฐฯ

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจกับ Amazon

ค่าใช้จ่ายต่างๆที่ Amazon เรียกเก็บ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและบริการที่ผู้ซื้อต้องการใช้ มีดังนี้คือ

๑. ค่าธรรมเนียมการขาย (Selling Fee)

(ก) ในกรณีที่เป็นการขายในลักษณะ Professional Seller เสียค่าธรรมเนียมเดือนละ ๓๙.๙๙ เหรียญฯ

(ข) ในกรณีที่เป็นการขายในลักษณะ Individual Seller และในแต่ละเดือนขายสินค้าน้อยกว่า ๔๐ รายการ เสียค่า

ธรรมเนียม ๐.๙๙ เหรียญฯต่อหนึ่งการขาย

๒. ค่า Referral Fee เป็นอัตราร้อยละของราคาสินค้าที่จะแตกต่างกันออกไป โดยเฉลี่ยจะอยู่ระหว่างร้อยละ ๘ - ร้อยละ ๑๕ ขึ้นอยู่กับชนิดของสินค้า

(ก) สำหรับ Professional Seller ค่า Referral Fee รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการขายสินค้าทุกชนิดที่ไม่ใช่ Media

Products (หนังสือ CD, DVD, Software, Computer Games, VDO, Video Games, Video Games

Consoles) รวมค่าสินค้า ค่าจัดการและจัดส่งสินค้าและอื่นๆ แต่ไม่รวมภาษีและภาษีนำเข้า

(ข) สำหรับ Individual Seller การขายสินค้าทั่วไปและสินค้าที่เป็น Media Products ใช้ Referral Fee ราคาเดียวกัน

๓. ค่า Variable Closing Fee  เป็นค่าธรรมเนียมตายตัวต่อหนึ่งรายการตามที่ Amazon จะกำหนด

๔. ค่าส่งสินค้า (Shipping Fee)

(ก) ในกรณีที่ผู้ขายเป็นผู้รับคำสั่งซื้อเอง Amazonพิจารณาจากประเภทของสินค้าและบริการจัดส่งสินค้าที่ลูกค้าเลือกใช้ Amazon จะ

คำนวนค่าใช้จ่ายนี้และเรียกเก็บจากผู้ขาย

(ข) ในกรณีที่ Amazon เป็นผู้รับคำสั่งซื้อให้แก่ผู้ขายสำหรับบริการแบบ FAB Amazon จะคิดค่าธรรมเนียมการจัดการคำสั่งซื้อแต่ละ

รายการ ค่าบรรจุสินค้าค้าแต่ละชิ้นในแต่ละคำสั่งซื้อ น้ำหนักของสินค้าแต่ละชิ้นในแต่ละคำสั่งซื้อ อัตราค่าธรรมเนียมนี้จะแตก

ต่างตามชนิดของสินค้า ขนาด และช่องทางต่างๆของการจัดส่งสินค้าที่ Amazon ใช้

๕. ค่าบริหารจัดการการจ่ายเงินและค่าป้องกันการโกง (Payment processing and fraud protection) สำหรับบริการแบบ WebStore เริ่มต้นที่ร้อยละ ๑.๙ + ๐.๓๐ เหรียญฯต่อการสั่งซื้อผ่านทาง WebStore หนึ่งครั้ง

๖. ค่าธรรมเนียม Fulfillment by Amazon  ขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้าว่าเป็นสินค้าทั่วไปหรือสินค้าที่เป็น Media Products และพิจารณาตามขนาด น้ำหนัก และวิธีการจัดส่งสินค้า

การเสนอขายสินค้าให้ Amazon

สินค้าที่เป็นของ Amazon ที่ขายอยู่บน Amazon มาจาก สินค้าที่เจ้าของสินค้าเสนอขายผ่านทางบริษัทในเครือของ Amazon สินค้าเหล่านี้ถือว่าเป็น Amazon-owned inventory และสินค้าที่เจ้าของสินค้าขายโดยตรงให้แก่ Amazon ภายใต้ Advantage Program สินค้าเหล่านี้จะกลายเป็น Amazon-owned inventory ทันทีที่ Amazon ซื้อสินค้ารายการนั้นๆจากเจ้าของสินค้า

วิธีหนึ่งที่จะเสนอขายสินค้าโดยตรงให้แก่ Amazon สามารถกระทำได้โดยการทำสัญญาเรียกว่า Advantage Membership Agreement กับ Amazon มีขั้นตอนโดยสรุปคือ

๑. ผู้ประสงค์จะทำธุรกิจกับ Amazon สมัครเข้าโปรแกรม Advantage พร้อมระบุสินค้าที่จะส่งเข้าร่วมใน Advantage

๒. Amazon ศึกษาใบสมัครและสินค้า แล้วแจ้งผ่านทางอีเมล์ให้ทราบว่าจะรับหรือไม่รับ

๓. ในกรณีที่ Amazon รับเข้าโปรแกรม ถือว่าเงื่อนไขต่างๆในข้อตกลง Advantage Membership Agreement มีผลบังคับใช้โดยทันที การบอกเลิกสัญญาทั้งสองฝ่ายจะกระทำเมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่เจ้าของสินค้าบอกเลิกสัญญาจะมีผลบังคับ ๓๐ วันนับจากวันที่ Amazon ได้รับคำบอกเลิก ในกรณีที Amazon บอกเลิกสัญญาจะมีผลบังคับใช้ในทันที

๓.๑ เจ้าของสินค้าลงทะเบียนสินค้าไว้ใน Advantage

๓.๒ เจ้าของสินค้าส่งสินค้าไปให้ Amazon โดยส่งเข้าศูนย์ fulfillment ของ Amazon ในการส่งสินค้าระหว่างประเทศเจ้า

ของสินค้าจะต้องรับผิดชอบเรื่องการเคลียร์ศุลกากรทั้งในระหว่างการส่งไปให้ Amazon และการรับสินค้าคืนจาก Amazon

เจ้าของสินค้าจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้าเอง ปัจจุบันสินค้าที่เข้าโปรแกรม Advantage จะจำกัดเฉพาะสินค้าที่ถูกจัดส่งเข้า

ไปใน fulfillment center  เท่านั้น เมื่อ Amazon รับสินค้าไปแล้ว Amazon จะรับผิดชอบเรื่องสินค้าสูญหายหรือเสีย

หายและ Amazon อาจจะปฏิเสธไม่รับสินค้าได้ถ้า
(ก) สินค้าเสียหายหรือมีปฏิบัติการที่ไม่ถูกต้อง (defective)
(ข) Amazon ไม่เคยสั่งซื้อสินค้ารายการนั้นจากเจ้าของสินค้า
(ค) สินค้ามีการลงทะเบียนไม่ถูกต้อง
(ง) สินค้าไม่มี bar code
(จ) สินค้าที่ไม่ปฏิบัติตามหรือไม่เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนด

สินค้าที่ถูก Amazon ปฏิเสธจะถูกส่งคืนเจ้าของ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของสินค้า หรืออาจ

จะถูกทำลายทิ้งโดย Amazon จะไม่จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่เจ้าของสินค้า

๓.๓ Amazon จะเป็นผู้ตัดสินใจตั้งราคาสินค้าที่จะขายให้แก่ผู้บริโภคเอง เจ้าของสินค้าอาจจะเลือกที่จะระบุ "suggested

retail price - List Price" ไว้เมื่อเวลาลงทะเบียนสินค้ากับ Advantage ทั้งนี้ List Price จะต้องเป็นราคาที่ต่ำ

กว่าราคาขายปลีกที่แนะนำที่เจ้าของสินค้าเสนอขายให้แก่ ผู้ค้า online รายอื่น และไม่เกิน ๙๙๙.๙๙ เหรียญฯ

๓.๔ Amazon จะทำการโฆษณาและวางขายสินค้าผ่านทางเว็ปไซด์ใดๆหรือระบบออนไลนด์ใดๆที่เป็นของ Amazon หรือของบริษัทใน

เครือ Amazon

๓.๕ เมื่อ Amazon ได้รับการสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า Amazon จะซื้อสินค้าดังกล่าวจากเจ้าของสินค้า เฉพาะในจำนวนที่มีลูกค้าสั่งซื้อ Amazon จะจ่ายเงินให้เจ้าของสินค้าในจำนวนที่เป็นไปตามสัดส่วนร้อยละของราคาสินค้าและที่ได้มีการกำหนดตกลงกันไว้แล้วในสัญญาหลังจากนั้น Amazon จะมีสิทธิโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายในการเป็นเจ้าของสินค้านั้นในทันที  Amazon อาจจะขอซื้อสินค้าไปจากเจ้าของสินค้าโดยที่ยังไม่มีการสั่งซื้อจากลูกค้าก็ได้หาก Amazon ต้องการ ลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าถือเป็นลูกค้าของ Amazon ไม่ใช่ลูกค้าของเจ้าของสินค้า

๓.๖ Amazon จะจ่ายชำระเงินค่าสินค้าให้แก่เจ้าของสินค้าเป็นรายชิ้นหลังจากที่สามารถขายสินค้านั้นๆได้แล้ว การจ่ายชำระเงินจะ

กระทำเป็นรายเดือน

๓.๗ สินค้าที่ลูกค้าคืนกลับมาถือว่าเป็นสิทธิของ Amazon และ Amazon เป็นเจ้าของตามกฎหมายที่อาจจะนำไปขายต่อหรือดำเนิน

การใดๆก็ได้กับสินค้านั้นๆ

๓.๘ ในกรณีที่สินค้าขายไม่ออก หรือ Amazon เห็นว่าไม่มีความต้องการของตลาดที่พอเพียง Amazon จะยกเลิกการขายสินค้านั้น

และจะคืนสินค้าให้แก่เจ้าของสินค้า เจ้าของสินค้าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดการและขนส่งสินค้ากลับคืนไป ถ้า

Amazon ไม่สามารถส่งสินค้ากลับคืนเจ้าของสินค้าได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม Amazon มีสิทธิที่จะทำลายหรือจำหน่ายสินค้าออกไป

เงินที่ได้จากการนี้จะเป็นของ Amazon

ค่าธรรมเนียมการเป็นสมาชิก Advantage ปีละ ๒๙.๙๕ เหรียญฯ ที่ Amazon จะหักโดยอัตโนมัติออกจากบัญชีของเจ้าของสินค้า

สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นครลอสแอนเจลิส
ที่มา: http://www.depthai.go.th
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง