รัฐบาลอนุมัติหลายโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ข่าวราชการ สำนักโฆษก -- เสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2551 13:10:00 น.

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในหลายเรื่อง เช่น โครงการเกษียณอายุก่อนราชการ นโยบายการขอคืนที่ดินราชพัสดุ การจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 51

วันนี้ (14 มิ.ย.) เวลา 11.10 น.  นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวในรายการ “คุยนอกทำเนียบกับทีมโฆษกรัฐบาล”  ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  กรมประชาสัมพันธ์ ว่า  วันนี้เป็นวันบริจาคโลหิตโลก  ซึ่งการบริจาคเลือดถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่ง โดยมีการจัดกิจกรรมและเปิดรับบริจาคโลหิตที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเลือดเพื่อสร้างชีวิตให้กับเพื่อนร่วมโลก นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดหรือเออร์ลี่รีไทร์  ซึ่งเดิมสูตรการคำนวณเงินก้อนตามมติคณะรัฐมนตรีสำหรับข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดนั้น จะคำนวณจาก 8 เท่าคูณด้วยเงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่ง ยอดรวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 15 เท่าของเงินเดือนบวกเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งในส่วนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ให้นำเงินวิทยฐานะไปคำนวณแทนเงินประจำตำแหน่ง ส่วนข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้คำนวณเงินประจำตำแหน่งในอัตราสูงสุดเพียงอัตราเดียว เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำกับข้าราชการอื่น

ขณะที่นางสาววีรินทร์ทิรา  นาทองบ่อจรัส  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า  คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบนโยบายการขอคืนที่ดินราชพัสดุ  เพื่อนำไปให้เกษตรกรเช่าทำการเกษตร  ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  ซึ่งได้ให้กระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยราชการได้สำรวจและส่งคืนที่ราชพัสดุที่ครองครองไว้เกินความจำเป็น  และ/หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์สามารถทำการเกษตรได้  ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านไร่ ภายใน 3 เดือนนี้  นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ส่งคืนที่ราชพัสดุ  ในส่วนของกระทรวงการคลัง  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ไปตกลงร่วมกันในการกำหนดแนวทางการดำเนินการ เพื่อให้มีการนำที่ดินไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างเหมาะสม และเป็นรูปธรรมโดยเร็ว ทั้งนี้ ตามกฎหมายกรมธนารักษ์คิดค่าเช่า 20 บาทต่อไร่  โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทบทวนอัตราค่าเช่าให้เหมาะสมกับสภาพสถานการณ์ในปัจจุบัน  และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือร่วมกันเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และความเหมาะสมในการปลูกพืชในแต่ละพื้นที่ด้วย รวมถึงกำหนดคุณสมบัติของเกษตรกรที่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเช่าที่ดิน  และเตรียมที่จะบริหารจัดการเรื่องชลประทานเพื่อรองรับกับนโยบายดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติจัดสรรเงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ตามมติคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ  โดยให้มีการจัดสรรให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ยืมเงินจำนวน 1,000 ล้านบาทโดยไม่เสียดอกเบี้ย มีกำหนดชำระคืนภายใน 5 ปี และเงินจ่ายขาดจำนวนอีก 12 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการตามโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้แก่สถาบันการเกษตร รวมถึงมีการจัดสรรให้กรมการข้าวยืมเงินอีก จำนวน 400 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามโครงการเพิ่มปริมาณการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว  และให้กรมการข้าวตั้งงบประมาณชดใช้คืนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร  หากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้กรมการข้าวนำเงินจากการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ส่งคืนกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร  ภายในระยะเวลา 5 ปี

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ยังกล่าวถึงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงว่า คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานการขอปรับวงเงินงบประมาณงานด้านโยธาสำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง  ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ช่วงบางซื่อ-ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาทจากเดิม 3.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากต้นทุนราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมันแพงในขณะนี้  โดยกระทรวงคมนาคมจะได้ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อนำกลับมาเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบภายในสัปดาห์หน้าต่อไป     ในส่วนของโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2551  ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงิน 1,132.17 ล้านบาทเพื่อใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังในปีนี้   โดยตั้งเป้ารับจำนำข้าวเปลือก จำนวน 3.5 ล้านตัน  มีการกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ดังนี้ ข้าวเปลือกนาปรัง ความชื้นไม่เกิน 15%  แบ่งเป็น ข้าวเปลือกเจ้านาปรัง  100% ราคาตันละ  14,000  บาท  ข้าวเปลือกเจ้านาปรัง  5% ราคาตันละ  13,800  บาท  ข้าวเปลือกเจ้านาปรัง  10% ราคาตันละ  13,600  บาท  ข้าวเปลือกเจ้านาปรัง  15% ราคาตันละ  13,200  บาท  ข้าวเปลือกเจ้านาปรัง 25% ราคาตันละ  12,800  บาท  ข้าวเปลือกปทุมธานีชนิดสีต้นข้าว 42  กรัม  ราคาตันละ  14,000  บาท  ชนิดสีต้นข้าวต่ำกว่า 42 กรัม  ปรับลดกรัมละ  100  บาท นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงาน 3 ชุดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการและติดตามการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ  คือ คณะทำงานพิจารณาและจัดการรับจำนำข้าว คณะทำงานพิจารณาสีแปรสภาพข้าวเปลือก  และคณะทำงานพิจารณาจำหน่ายข้าวสาร

--กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก--
ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง