นายกฯ ยันไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ย้ำมีแผนบริหารจัดการ แต่ต้องใช้เวลา

ข่าวทั่วไป สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 17 ตุลาคม 2560 17:15:02 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์เรื่องน้ำและการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้นช่วงน้ำล้นตลิ่งว่า ถ้าไม่ระบายน้ำจะทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อคันกั้นน้ำ รวมถึงจะส่งผลกระทบต่อกรุงเทพมหานครและอื่น ๆ ตามมา ซึ่งแนวโน้มในอนาคตจะมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น

ขณะนี้ประชาชนนอกคันกั้นน้ำจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำล้นคันกั้นน้ำเข้ามายังพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งรัฐบาลจะหามาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและเร่งด่วนต่อไป

พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และมีความเป็นห่วงต่อผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมครม. วันนี้ รัฐบาลมีแผนบริหารจัดการน้ำในเรื่องต่างๆ ทั้งในเรื่องการตัดทอนน้ำจากพื้นที่ภาคเหนือ การสร้างทางระบายน้ำฝั่งตะวันออกจากแม่น้ำป่าสักลงสู่อ่าวไทย ขณะที่ฝั่งตะวันตกจะศึกษาแนวทางการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเชื่อมไปยังแม่น้ำแม่กลอง แต่ยังติดขัดปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน การใช้งบประมาณในการเยียวยาซึ่งต้องใช้งบประมาณสูงมาก ซึ่งรัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งน้ำอุปโภคและน้ำบริโภค

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องใช้เวลา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในทันที เพราะเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งเรื่องการเฝ้าระวัง การเตือนภัย โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกพื้นที่ และขอให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องของปริมาณน้ำ และควรศึกษาแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล

"ไม่มีทางที่ประเทศไทยจะไม่มีน้ำขังท่วม ไม่มีน้ำที่รอการระบาย มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าเรายังไม่ได้รื้อระบบทั้งหมด ไม่ว่าเป็นผังเมือง ไม่ว่าจะระบบท่อระบายน้ำ แก้ปัญหาขยะอุดดัน ก็แก้มาตลอด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี ยังขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมกันแก้ไขปัญหา เพราะหลังเกิดเหตุน้ำท่วม เช่น ในพื้นที่ กทม.ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมาจะพบปัญหาขยะกีดขวางการระบายน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เจ้าหน้าที่คงไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทั้งหมด และจากเหตุการณ์น้ำท่วม กทม.ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจ อย่าหาจำเลยเพียงอย่างเดียว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและระยะยาวอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามระดับน้ำในแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อวางแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งล่าสุดจำเป็นต้องระบายออกจากเขื่อนอุบลรัตน์ เนื่องจากปริมาณน้ำเต็มความจุของอ่างฯแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนปี 54 ดังนั้นอย่านำเรื่องการบริหารจัดการน้ำมาทำให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมือง

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง