ข่าวอินโฟเควสท์
11:26 ดอลลาร์แข็งค่าแตะกรอบล่างของ 113 เยน หลังวุฒิสภาสหรัฐโหวตผ่านร่างงบประมาณปี 61   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นแตะกรอบล่างของ 113 เยนในการซื้อขายที่ตล…
11:24 รมว.ต่างประเทศสหรัฐเยือนเอเชียใต้ครั้งแรกวันนี้ เริ่มจุดหมายแรกที่อินเดีย   กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว…
11:17 เกาหลีเหนือร่อนจดหมายถึงรบ.ออสเตรเลีย แนะให้อยู่ห่างๆสหรัฐไว้   เกาหลีเหนือได้ส่งหนังสือเตือนรัฐบาลออสเตรเลียให้อยู่ห่างๆ จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งอ…
11:17 HMPRO พุ่ง 5.04% โบรกฯ คาดผลงาน Q3/60 โตแรงรับผลดียอดขายสาขาเดิมพลิกฟื้น   หุ้น HMPRO บวก 5.04% มาอยู่ที่ 12.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท มูลค่าซื…

ที่ประชุม ศอตช. เสนอแนวทางให้ขรก.ทุกระดับแสดงบัญชีทรัพย์สิน นายกฯ กำชับศึกษาผลกระทบให้รอบคอบ

ข่าวการเมือง สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560 18:21:59 น.

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐในภาครัฐ ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เปิดเผยภายหลังการที่ประชุม ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมเรื่องการดำเนินคดี ทุกกลุ่มจะต้องมีความเท่าเทียม ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด โดยยึดหลักความรอบคอบ

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการเสนอให้มีการแสดงบัญชีทรัพย์ข้าราชการทุกระดับ ตั้งแต่เริ่มรับราชการ เลื่อนตำแหน่ง และพ้นจากตำแหน่งรวมถึงเกษียณอายุราชการ เพื่อให้ทราบที่มาที่ไปของทรัพย์สิน และเป็นการป้องกันปิดโอกาสให้คนได้ยั้งคิดในการที่จะกระทำผิด โดยนายกรัฐมนตรีขอให้มีการนำไปศึกษาว่ามีประเทศใดดำเนินการในลักษณะนี้บ้าง เพื่อจะศึกษาผลกระทบรอบด้าน ทั้งข้อดีและข้อเสีย และมอบหมายให้ทาง กพ.ไปศึกษาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อนนำมาเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป

นายประยงค์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบในหลักการให้ ศอตช. เป็นหน่วยงานหลัก สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายฝ่ายกฎหมายไปศึกษา การจัดตั้งหน่วยงานให้เกิดความรวดเร็ว เพื่อการขับเคลื่อนงานที่สำคัญให้มีประสิทธิภาพ

อีกทั้งที่ประชุมฯ ยังพิจารณาขยายโครงการโตไปไม่โกง เพื่อสร้างจิตสำนึกตั้งแต่โรงเรียนไปยังครอบครัว โดยเน้นการนำเสนอผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์มากขึ้น และขยายไปสู่ชุมชนรอบโรงเรียน และเตรียมขยายโครงการจากโครงการภาษีไปไหน ไปสู่โครงการระยะที่ 2 ภาษีมาจากไหน ให้ประชาชนได้รับรู้ที่มาของภาษี เฝ้าระวังการใช้จ่ายภาษีอย่างถูกต้องโปร่งใส

สำหรับความคืบหน้าการออกคำสั่งมาตรา 44 ในการย้ายข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 353 คน ลงโทษไปแล้ว 72 คน ส่วน 58 คนไม่สามารถดำเนินการความผิดทางวินัยเพราะหมดวาระหรือพ้นหน้าที่ และยังค้างอีก 193 คน ยังต้องพิจารณาสอบสวนทางวินัยในต้นสังกัด และ ป.ป.ช. ซึ่งจะมีการเร่งรัดทั้งสองส่วนดำเนินการรวดเร็ว

ส่วนความคืบหน้าของคดีสำคัญ ได้มีการติดตาม ทั้งในส่วนของคดีซีซีทีวีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีการทุจริตเงินทอนวัด /คดีที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว และการจ่ายเงินแป๊ะเจี๊ย โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ที่ขณะนี้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และเตรียมส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง