'กำนัน'ย้ำชัดต้านกกต.จัดเลือกตั้ง 20เม.ย.นัดเดินสีลม-เจริญกรุง

19 เม.ย.57 เมื่อเวลา 20.25 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กล่าวบนเวทีสวนลุมพินี ว่า คนในระบอบทักษิณ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ถ้าถูกตัดสินว่าผิดก็ด่าศาลว่าไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และยังเหิมเกริมเอาปืนไปยิงใส่ศาล ตำรวจไม่เคยจับได้ เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษไม่เคยผิด ไม่ต้องติดคุก...อ่านต่อ

ข่าวเลือกตั้ง'57ทั้งหมด »
ข่าวเลือกตั้ง'57 ทั้งหมด »

นักวิเคราะห์คาดแบงก์ชาติจีนประกาศลด RRR ช่วยหนุนตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในปท.

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 10:39:16 น.

นักวิเคราะห์คาดว่า การที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดสัดส่วนการกันสำรองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ (RRR) ลง 0.50% จะช่วยระบายเงินทุนเข้าสู่ตลาดภายในประเทศราว 4 แสนล้านหยวน (6.354 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) อีกทั้งยังเป็นปัจจัยหนุนภาวะการซื้อขายในตลาดตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของจีน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดจะกลับมาคึกคักได้อีกหรือไม่นั้น ยังคงขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แท้จริงและอุปสงค์ภายในประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดว่า ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ของจีนจะร่วงลง หลังจากที่ดีดตัวขึ้นในวันจันทร์ แต่คาดว่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่สามารถต้านทานช่วงขาลงในตลาดได้ รวมถึงถั่วเหล้อง น้ำมันพืช ทองคำ และน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น จะยังคงเดินหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในขณะที่ตลาดกำลังตั้งข้อสังเกตว่าการปรับลด RRR สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจมหภาคของจีนหรือไม่นั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่กลับมีมุมมองที่เหมือนกันว่า นโยบายการเงิน "แบบระมัดระวัง" ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วนั้น ยังคงไม่เปลี่ยแปลง

นายหวัง จุน นักวิจัยจากปักกิ่ง ซีไอเอฟซีโอ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า มีโอกาสน้อยมากที่ราคาโลหะทองแดงที่ตลาดเซี่ยงไฮ้จะพุ่งขึ้นแข็งแกร่งในระยะใกล้นี้ เพราะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของแผนให้ความช่วยเหลือกรีซ โดยคาดว่าแนวรับของราคาทองแดงจะอยู่ที่ 58,000 หยวน/ตัน และคาดว่า แนวต้านจะอยู่ที่ 62,000 หยวน/ตัน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนประกาศลด RRR ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลง 0.50% มาอยู่ที่ระดับ 20.5%  และลด RRR สำหรับธนาคารขนาดเล็กและขนาดกลางลง 17% โดยคาดว่า การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดราว 4 แสนล้านหยวน หรือ 6.354 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะบรรเทาภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อระยะสั้น และรับมือกับวิกฤตการณ์ในตลาดต่างประเทศ โดยจะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.เป็นต้นไป

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง