ข่าวอินโฟเควสท์
23:04 ธนาคารกลางอังกฤษกำหนดอัตราส่วนการค้ำประกันที่ 4.05%   ธนาคารกลางอังกฤษได้กำหนดอัตราส่วนการค้ำประกันขั้นต่ำไว้ที่ระดับ 4.05% ซึ่งถือเป็นระดับที่…
22:36 ธนาคารกลางรัสเซียขี้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 9.5% สูงกว่าคาดการณ์   ธนาคารกลางรัสเซียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 9.5% จากระดับเดิมที่ 8% นับเป็นการป…
22:15 ตลาดหุ้นยุโรปดีดตัวขึ้นต่อ จากปัจจัยข้อมูลศก.สหรัฐ-บีโอเจ   ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้นต่อในการซื้อขายช่วงบ่ายวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากได…
21:35 ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น ขานรับธ.กลางญี่ปุ่นเพิ่มมาตรการกระตุ้นศก.   ตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดตลาดวันนี้ในแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียและตลาด…
21:27 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนต.ค.ขยับขึ้นแตะ 86.9   ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงท้ายเดือนต.ค.จากรอยเตอร์และมหาวิทยาลัยมิชิแกน ข…

Analysis: ถึงเวลาที่จีนจะขยายช่วงการซื้อขายเงินหยวนแบบรายวันแล้วหรือยัง?

ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 29 เมษายน 2556 11:08:28 น.

ภายหลังจากที่จีนได้ขยายช่วงขีดจำกัดของการซื้อขายเงินหยวนแบบรายวันเมื่อ 1 ปีที่แล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญหลายรายต่างถกเถียงกันว่า เมื่อไหร่จะถึงเวลาที่จีนจะขยายช่วงการซื้อขายเงินหยวน เพื่อที่จะทำให้เงินหยวนของจีนนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่ตลาดมากขึ้น

เมื่อกลางเดือนเม.ย. 2555 นั้น ธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจขยายเพดานการซื้อขายเงินหยวนรายวันเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐเป็น 1% ซึ่งสูงขึ้นจากระดับก่อนหน้านี้ที่ 0.5%

ความเคลื่อนไหวตามที่ระบบการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของจีนได้ประกาศนั้น หมายความว่า ธนาคารของจีนสามารถซื้อขายเงินเยนได้สูงหรือต่ำกว่าค่ากลาง 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในตลาดสปอต

อย่างไรก็ดี การขยายช่วงการซื้อขายนั้น พิสูจน์ให้เห็นถึงว่า ช่วงการซื้อขายดังกล่าวยังไม่เพียงพอ ขณะที่อัตราการซื้อขายเงินหยวนในตลาดสปอตเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับจำกัดแบบรายวันที่ 1% ติดต่อกันเป็นวันที่ 20 ในช่วงสิ้นปีที่แล้ว

เงินหยวนนั้นแข็งค่าขึ้นอย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นเดือน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่ากลางของเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์มา 9 ครั้งในรอบเดือน

นายหยี่ กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวในการสัมนาเรื่องการจัดการอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ธนาคารกลางกำลังพิจารณาเรื่องการขยายเพดานความผันผวนของเงินหยวนเพิ่มเติม

นายหยี่กล่าวว่า การปฏิรูปกลไกอัตราแลกเปลี่ยนโดยอิงตลาดเป็นหลักนั้น ถือเป็นการดำเนินการเชิงรุกและเป็นทิศทางที่ชัดเจนสำหรับจีน

อย่างไรก็ดี นายไค่ หงโป ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Beijing Normal University เตือนถึงเรื่องแรงกดดันของการแข็งค่าของเงินเยหวนว่า ตลาดอาจจะตีความผิดในเรื่องการขยายช่วงการซื้อขายรายวันว่าเป็นสัญญาณขิงความอดทนที่มีต่อการแข็งค่าของเงินหยวนมากขึ้นของธนาคารกลางจีน

นายไค่ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ในตลาดมากขี้นเกี่ยวกับการแข็งค่าเงินหยวน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออก และการกำกับดูแลกระแสเงินทุนต่างประเทศ

แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมของจีนแล้ว หลายฝ่ายเห็นด้วยกับการดำเนินการหากเป็นการดำเนินการตามความจำเป็น

นายไค่ กล่าวว่า การซื้อขายเงินตราต่างประเทศของจีนเริ่มที่จะสมดุลมากขึ้น แต่อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนนั้น ใกล้จะอยู่ที่ระดับที่สมดุล และแนวโน้มทั่วไปของความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนก็เริ่มที่จะเป็นเช่นนี้

ดังนั้น เวลาที่จะมีการขยายช่วงการซื้อขายเพิ่มเติมนั้นกำลังใกล้เข้ามาแล้ว ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

ทางด้านนายหลิว ตงเหลี้ยง นักวิเคราะห์อาวุโสของไชน่า เมอร์ชานท์ แบงก์ กล่าวแสดงความเห็นในมุมเดียวกันกับไคว่า การขยายช่วงการซื้อขายนั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินสากล

ในระยะยาวนั้น ทิศทางโดยรวมก็คือ การยกเลิกเพดานการซื้อขายรายวัน และผนึกรวมการซื้อขายเงินตราภายในและต่างประเทศ

นายหลิว กล่าวว่า นับเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะขยายเพดานระดับ 1% ในเชิงรุก

นายหลิว กล่าวต่อไปว่า จีนสามารถขยายช่วงการซื้อขายเป็น 1.5% หรือ 2% และขยายช่วงการซื้อขายเพิ่มเติมหลังจากนั้นสักพักหนึ่ง เพื่อเปิดทางให้เกิดการผันผวนในตลาดมากขึ้น

นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า การขยายช่วงการซื้อขายเงินหยวนเพียงอย่างเดียว คงจะไม่เพียงพอ ธนาคารกลางจีนควรจะพยายามให้มากกว่านี้เพื่อที่จะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนนั้นอิงตลาดมากขึ้น

นายไค่กล่าวว่า ปัจจุบัน การจัดตั้งอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินยังไม่ได้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น อัตราแลกเปลี่ยนอาจจะไม่สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ในตลาดหรือทำหน้าที่ในการเป็นเครื่องมือด้านนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาถพ

หลิวกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนควรจะขยายช่วงการซื้อขายควบคู่ไปกับการปฏิรูปกลไกด้านอัตราแลกเปลี่ยน สำนักข่าวซินหัวรายงาน

ADVERTISEMENT
ข่าวที่เกี่ยวข้อง